ข่าว

ราชันไม่มีวันตาย (ตอนจบ)

อัพเดตเมื่อ : February 10, 2019 12:02am โดย : admin

เดวิด เบ็คแฮม เล่าไว้ในหนังสืออัตชีวประวัติเล่มแรกของตัวเองไว้อย่างน่าสนใจว่า

แรกทีเดียว เอริก คันโตน่า จะบอกศาลาเลิกอาชีพนักเตะหลังจบฤดูกาล 1994/95 เพราะเบื่อสังคมจอมปลอม ซึ่งหลายต่อหลายครั้ง มันทำลายความรู้สึกศิลปินของตัวเอง


ยิ่งมาเจอคดีโดนลงโทษแบนยาว 8 เดือน ทั้งที่ต้องการปกป้องชื่อเสียงเกียรติยศตัวเองและครอบครัว มันทำให้รู้สึกท้อหนักเข้าไปอีก

แต่ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ที่เสมือนผู้มีพระคุณและเป็นคนที่ ก็องโต้ นับถือมากกว่าใครทั้งหมด หว่านล้อมเกลี้ยกล่อมทุกวิถีทาง โดยเฉพาะอยากจะให้เป็น "พี่เลี้ยง" คอยดูแลแข้งจากทีมเยาวชนที่ถูกดันขึ้นมาหลายต่อหลายคนก่อน

นอกจากนี้ในซัมเมอร์ 1995 ทีมยังต้องเผชิญกับปัญหาใหญ่ เสียผู้เล่นหลักไปพร้อมกัน 3 คนไล่ตั้งแต่ มาร์ค ฮิวจ์ส , อันเดร แคนเชลสกี้ และ พอล อินซ์

หาก คันโตน่า จะเปิดหมวกอำลาอีกคน คงสั่นคลอนไม่ใช่น้อยแน่

ดาวเตะเฟร้นช์ขอเวลากลับไปชั่งใจ ตวงน้ำหนักก่อนว่าจะเป็นอย่างไร ก่อนตอบกลับมาว่า -- โอเคบอส


เท่านั้นเองบรมกุนซือสก๊อตติชหัวใจพองโตอย่างมาก รีบบอกกับกล่องดวงใจตัวเองเลยว่า ความสำเร็จกำลังจะกลับมาหาเราอีกครั้ง คอยดูให้ดี นายกับขุมกำลังเด็กๆ จะสร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วโลก

ฟังดูเหมือนเรื่องราวขายฝัน เอาตัวรอดเฉพาะหน้าไปวันๆ

แต่นั่นมันคือความจริง

----------------

1 ตุลาคม 1995 เอริก เดอะ คิง คัมแบ็กสนามอีกครั้ง แถมเหมือนมีเขียนสคริปต์ไว้ล่วงหน้า เพราะคู่ต่อสู้ในเกมนี้คือ ลิเวอร์พูล


ก่อนแดงเดือดเที่ยวนั้นจะเปิดฉาก รอย อีแวนส์ ผู้จัดการทีมหงส์แดง พูดติดตลกไว้ว่าพวกสื่ออย่ามัวแต่สนใจ การกลับมาของ คันโตน่า มากเกินไป โฟกัสทีมของเขาบ้าง มาเยือนครั้งนี้รับรองจะปล่อยของให้ชมเป็นขวัญตา

จริงๆ อีแวนส์ อาจจะพูดไปไม่ได้คิดอะไรมากนัก เล่นมุกเพื่อให้เกิดผ่อนคลาย ไม่ตึงเครียดมากเกินไป

แต่พอ ก็องโต้ เห็นข่าวเข้า ราวกับว่ามีพลังฮึดขึ้นมาทันที

เพียงแค่สัมผัสบอลแรก ก็โชว์คลาสอันเหนือชั้นขั้นเทพ ผ่านบอลอย่างหมดจดให้ นิคกี้ บัตต์ หลุดไปกระดกบอลข้ามหัว ฟิล บ๊าบบ์ ก่อนสังหารผ่าน เดวิด เจมส์ อย่างเยือกเย็น

แม้อาคันตุกะจะไม่ย่นย่อท้อแท้กวดตามมา ก่อนบดแซง 2-1 สุดท้ายเมื่อ ไรอัน กิ๊กส์ โดนดึงร่วงในเขตโทษ ก็องโต้ เองนี่แหล่ะที่สังหารจุดโทษเข้าไปอย่างนิ่งไร้ที่ติ

ดูเหมือนว่านี่คือหนึ่งในเกมที่ปลุกกระตุ้นให้กลุ่มลูกนกหัดบินทั้งหลาย กระหายที่จะประสบความสำเร็จ โดยเฉพาะเมื่ออยู่ภายใต้ร่มปีกของพญาอินทรีอย่าง คันโตน่า


หลังผ่านคริสต์มาสและปฎิทินเปลี่ยนเป็นปี 1996 แมนฯยูไนเต็ด สร้างผลงานได้ร้อนแรงต่อเนื่อง ท่ามกลางกลุ่มแข้งยังบลัดที่ดันขึ้นมาจากชุดเยาวชนและมี คันโตน่า เป็นศูนย์กลาง

นับจากวันที่ 22 มกราคมเป็นต้นมา ปีศาจแดงคว้าชัยชนะวาบหวิว 1-0 ถึง 7 นัดด้วยกันและ ก็องโต้ นี่แหล่ะยิงประตูชัยถึง 5 เกม สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทความสำคัญอย่างไม่ต้องสงสัย

ก่อนบุกเซนต์ เจมส์ พาร์คในเกมที่มีความหมายกับ นิวคาสเซิ่ล ซึ่งกำลังนำโด่งเป็นจ่าฝูงมาตลอด ทีมของ เฟอร์กี้ อยู่ในช่วงเวลาที่ยอดเยี่ยมมาก โมเมนตัมสวิงมาหา

ครึ่งแรก ปีเตอร์ ชไมเคิ่ล ต้องเซฟหลายช็อต แต่พอครึ่งหลังดาวเตะเฟร้นช์ก็แผลงศร กดประตูชัยสำเร็จด้วยสกอร์ 1-0 อีกเช่นเคย แต่ครั้งนี้บีบหัวใจหนักมาก

หลังความพ่ายแพ้คาบ้านไม่นาน เควิน คีแกน กุนซือสาลิกาดงน็อตหลุดอย่างไม่น่าเชื่อ จนทำให้ฟอร์มลุ่ยกระจุยตามไปด้วย ก่อนปีศาจแดงจะแซงเข้าป้ายในเกมตัดสินนัดสุดท้าย

ฉลองกันไม่ทันไร ก็ต้องลุกขึ้นมาเตรียมพร้อมไว้สำหรับนัดชิงเอฟเอ คัพที่เป็นศึกแดงเดือดภาคพิเศษของจริง

แต่เกมไม่เดือดสมราคา ต่างฝ่ายต่างกดดันเกร็งหนักด้วยกัน ช่วงพักครึ่งที่สกอร์ตรึงนิ่งไม่เปลี่ยนแปลง เฟอร์กี้ เดินมากระซิบกับ คันโตน่า ว่า

"ช่วยยิงให้ฉันสักประตูสิ จะเป็นพระคุณอย่างมาก"

"ได้เลยบอส" -- เสียงตอบกลับมาอย่างนี้ ซึ่งถ้าเป็นคนอื่นอาจจะใช้คำว่าจะพยายาม แต่นี่คือการสัญญา

แล้ว คันโตน่า ก็ทำได้อย่างที่พูดไว้ ท้ายครึ่งหลังจากลูกเตะมุมบอลกระเด้งมาเข้าทาง เขาถอยหนึ่งจังหวะ ก่อนจะเลือกยิงไปทางช่องที่โล่ง เพราะ เดวิด เจมส์ เสียตำแหน่ง บอลเลี้ยวเข้าประตูไป


ดับเบิ้ลแชมป์อันยิ่งใหญ่อีกครั้ง พร้อมทั้งตอกกลับเสียงวิจารณ์มากมาย เพราะ เฟอร์กี้ ใช้เด็กหลายคนขึ้นมาเป็นแกนทีมชุดนี้

อย่างไรก็ตามมันยิ่งทำให้กุนซือสก๊อตติช รักและไว้เนื้อเชื่อใจ ก็องโต้ มากยิ่งขึ้น

จนไม่คิดว่าวันหนึ่งเรื่องไม่คาดฝัน จะมาเร็วเกินไป

-----------------

ในฤดูใบไม้ร่วงปี 1997 แมนฯยูไนเต็ด ที่หวังจะเขย่ายุโรป กลับหยุดเส้นทางแค่รอบรองชนะเลิศยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก หลังไม่อาจต้านทาน โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ได้

วันต่อมา คันโตน่า เดินมาเคาะประตูห้อง เฟอร์กี้ แล้วโพล่งออกมาว่าจะแขวนสตั๊ดหลังจบซีซั่น

ได้ยินดังนั้น มันทำให้เขาเกือบหยุดหายใจชั่วขณะ ราวกับว่ามีใครสักคนมาชกท้องน้อยจนจุกเสียดไปหมด

ก็องโต้ อธิบายว่าใช้เวลาใคร่ครวญมาอย่างดีแล้ว มีเหตุ 2 ข้อที่ทำให้อยากจะตัดสินใจหันหลังให้การเล่นบอล

อย่างแรกเขารู้สึกว่าตัวเองเป็นเหมือนสินค้าชิ้นหนึ่ง ที่ช่วยสร้างผลกำไรให้กับสโมสร ในแผนกเมกกะสโตร์


นอกจากเสื้อหมายเลข 7 ที่ยอดขายถล่มทลายมาตลอดแล้ว หน้าของเขายังไปอยู่ตามแก้วน้ำ สมุด หนังสือหรือปากกาสารพัด ตามแต่จะสรรหากันมาดึงดูดเงินจากกระเป๋าแฟนบอล

อย่างสองคือมองว่าสโมสรไม่มีแรงจูงใจ ไร้ความกระหาย ไม่ทุ่มทุนซื้อนักเตะดัง ทั้งที่ความจริงเวลานั้นติดต่อ โรนัลโด้ , กาเบรียล บาติสตูต้า หรือ มาร์กแซล เดอไซยี่ ไปแล้ว แต่นโยบายเพดานค่าจ้างไม่อาจโน้มน้าวให้พวกนี้ย้ายมา

ด้วยความที่ ก็องโต้ มีเลือดศิลปิน ช่างฝัน มีจินตนาการที่สำคัญหนักแน่นในความเชื่อมั่น จึงยากที่จะยับยั้ง

อีกทั้ง เฟอร์กี้ เคยขอไว้ครั้งหนึ่งแล้ว คราวนี้เข้าใจและคงไม่คิดจะทำอีก


ตอน คันโตน่า จากไปใหม่ๆ เบ็คแฮม เล่าให้ฟังว่าเจ้านายของตนซึมไปมาก แทบไม่ยิ้มหรือหัวเราะเลย แล้วก็ไม่เคยมีนักเตะคนไหนได้อภิสิทธิ์พิเศษอีกเลย แม้กระทั่ง รอย คีน กัปตันทีม

นี่คือหลักฐานยืนยันได้ดีว่า ก็องโต้ สำคัญกับ เฟอร์กี้ มากแค่ไหน

----------------------

"ผมบอกอะไรคุณไม่ได้หรอก แต่เชื่อว่าถ้ารู้เข้าคุณต้องหลงรักมันแน่"

6 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ก็องโต้ โพสต์ข้อความนี้ พร้อมรูปตัวเองยืนหันหลังในอินสตราแกรม

เกิดการคาดเดาไปต่างๆนานา และมันมีความเป็นไปได้จะต้องเชื่อมโยงกับ แมนฯยูไนเต็ด

แล้วนี่คือช่วงเวลาที่สโมสรกำลังสรรหาผู้อำนวยการฝ่ายฟุตบอล เพื่อมาช่วยงาน โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ซึ่งก่อนหน้านั้นมีข่าวกับพวกมือดีหลายราย แต่ยังไม่มีอะไรคืบหน้า

เสียงนินทาดังขึ้นว่า คันโตน่า อาจได้รับการทาบทามมานั่งเก้าอี้ผอ. ร่วมกันรื้อฟื้นความยิ่งใหญ่ให้กับ แมนฯยูไนเต็ด อีกหน


หลัง โซลชา เข้ามาและสำแดงให้เห็นถึงความแตกต่าง ตอกย้ำเลือดเนื้อจิตวิญญาณหรือความเป็นดีเอ็นเอแห่งปีศาจแดงอันเข้มข้นด้วยแล้ว ตำแหน่งใหม่เอี่ยมอ่องนี้ ก็ควรจะเป็นเด็กเก่าที่ผูกพันกันด้วยไม่ใช่หรือ

เราต่างพอรับรู้กันได้ว่า เฟอร์กี้ เองคือผู้อยู่เบื้องหลังการมาของ โซลชา คอยอุ้มชูสนับสนุนเต็มที่

ฉะนั้นไม่ใช่เรื่องแปลกหาก ก็องโต้ จะได้รับการทาบทามให้มาเป็นผู้อำนวยการ ประสานพลังกันไปสู่ความสำเร็จ

โซลชา เองเคยร่วมกับ คันโตน่า มาแล้วในฤดูกาลสุดท้ายก่อนแขวนสตั๊ด น่าจะพอรู้จักมักคุ้นกันบ้างพอสมควร อีกอย่างถ้ามี เฟอร์กี้ เป็นศูนย์รวม คงไม่เป็นปัญหาอะไร

ถ้า ก็องโต้ หวนกลับมาอีกครั้งในรอบ 22 ปี ฝีมือการทำงานเป็นอย่างไรไม่รู้ แต่ที่แน่ๆ จะช่วยสร้างความแตกต่างในเรื่องของกำลังใจผู้เล่น อีกทั้งปลุกกระตุ้นแฟนบอลได้อีกทาง

บารมีความยิ่งใหญ่ของเขายังไม่เสื่อม แม้จะร้างลาห่างจากฟลอร์หญ้ามากว่า 20 ปีก็ตาม

หรืออาจเป็นการกลับมาของราชันที่จะทำให้แผ่นดินลูกหนังสะเทือนอีกครั้ง?

     ความมันส์แวดวงลูกหนังทำให้ผืนดินสะเทือนได้.... แต่ที่นี่นำความตื่นเต้นมาให้คุณได้ใจเต้นไม่หยุดกันมานานแล้วกับ MYSBOBET ที่นี่รวมคลังความสนุกตื่นเต้นไว้มากมาย บริการสะดวกรวดเร็ว ติดต่อมาเลยที่ https://line.me/R/ti/p/@mysbo9 หรือโทรที่ 08-0003-1188 / 08-0003-1177

ติดตามอ่านตอนแรกได้ที่ : http://cheerball.com/news/talk/62969
Cheerball Comment Facebook Comment

รวมความคิดเห็น


ยังไม่มีความคิดเห็น