ข่าว

ท่านประธานที่ไม่น่าเคารพ

อัพเดตเมื่อ : March 07, 2019 1:17am โดย : admin

ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา เรอัล มาดริด โดนความอัปยศพุ่งเข้ากระแทกมากมาย


เริ่มจาก 27 กุมภาพันธ์ โดนเขี่ยตกรอบรองชนะเลิศ โกปา เดล เรย์ อย่างแสนเจ็บปวด ด้วยน้ำมือของ อริตัวฉกาจอย่าง บาร์เซโลน่า โดยเฉพาะพ่ายหมดสภาพคา ซานติอา โก้ เบร์นาเบว 0-3

ตามด้วย 2 มีนาคม โดน "บาร์ซ่า" บุกมาขยี้แผลเชือดอีก 1-0 ในเกม ลาลีกา ส่งผลให้ช่องว่างคะแนนฉีกห่างเป็น 12 แล้วเหลือแค่อีก 12 เกมเท่านั้น โอกาสที่จะบี้ตามทันแทบมองไม่เห็น

จากนั้น 5 มีนาคม อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ซึ่งดูแล้วเป็นรองหลายกระบวนเพลง ยกพลมายัดเยียดความน่าอับอายให้ ด้วยการไล่ถล่มราบ 4-1 กระเด็นหลุดจากเส้นทาง ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกอย่างรันทด

แทบไม่เหลือคราบไคลของแชมป์เก่าผู้ยิ่งใหญ่และสร้างสถิติครองสามสมัยติดต่อกันเลยสักนิดเดียว


ภายใน 7 วันทุกอย่างมลายหายไปกับตา จึงทำให้มีคำถามว่อนตามมาว่า เกิดอะไรขึ้นกันแน่?

บนอัฒจันทร์เมื่อค่ำคืนวันพุธ เสียงตะโกนจากแฟน "มาดริด" ดังกระหึ่มด้วยประโยคที่ว่า "ไอ้คนอาร์เจนตินาออกไปๆๆๆๆๆๆ" วนไปมาอย่างนี้เกือบตลอดในช่วงท้ายเกม

ท่ามกลางความโกรธแค้น อับอายและผิดหวังอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

จากสถานะราชันแห่งยุโรปผู้องอาจมาดพระเอกเมื่อกลางปีที่แล้ว พอมาต้นปีนี้เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง ไม่มีมงกุฏครอบศรีษะอีกต่อไป

แม้ ซานติอาโก้ โซลารี่ จะดึงดันประกาศว่าไม่ขอลาออก แต่จากสถานการณ์ที่เป็นอยู่ในเวลานี้ มันแทบเป็นอื่นไปไม่ได้เลย

ในฐานะเทรนเนอร์หรือหัวหน้าผู้ฝึกสอน โซลารี่ ย่อมต้องรับผิดชอบกับผลงานอันห่วยแตกที่เกิดขึ้น


อย่างไรก็ตามดูเหมือนว่ากองเชียร์ "ราชันชุดขาว" ไม่น้อย พอจะเข้าใจว่าต้นตอมาจากอะไร นั่นจึงเป็นที่มาของเสียงขับไล่ไสส่ง ฟลอเรนติโน่ เปเรซ ประธานสโมสรที่ดังไม่น้อยไปกว่ากัน

เพราะท่านประธานจอมโปรเจ็คต์รายนี้แหล่ะที่เดินหมากผิดพลาด จนทำให้เกิดกลียุคในช่วงเวลาเพียงแค่ไม่ถึงปี

พลาดกรณีเดียวยังพอทนรับได้ แต่นี่มีมากมายเหลือเกินทับถมกันอยู่

หลักฐานมันมากพอที่จะมัด เปเรซ ไม่มีทางดิ้นหลุดได้เลย

-----------------

"ผมรู้สึกว่ามันอยู่ในส่วนลึกของสโมสร โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากท่านประธาน ที่ไม่ได้คิดกับผมแบบเดียวกับที่ได้ทำในตอนเริ่มต้น"

"ใน 4 หรือ 5 ปีแรกที่นั่น ผมมีความรู้สึกว่าเป็น "คริสเตียโน่ โรนัลโด้" หลังจากนั้นไม่นานท่านประธานมองมาที่ผมด้วยสายตาที่ไม่เหมือนเดิม ราวกับว่าผมไม่จำเป็นอีกแล้ว"

"แล้วความจริงที่เจ็บปวดกว่าคือ เมื่อผมจะไปแต่ท่านประธานไม่เคยคิดจะรั้งเอาไว้เลย"


ข้างบนคือบางช่วงบางตอนซึ่ง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เปิดเผยความในใจกับ ฟร็องซ์ ฟุตบอล สื่อชั้นนำของฝรั่งเศส ถึงสาเหตุที่ย้ายออกจาก "มาดริด"

อีกทั้งเขายังยืนยันด้วยว่า ไม่เกี่ยวอะไรกับ ซีเนดีน ซีดาน อดีตเจ้านายที่ประกาศลุกจากเก้าอี้ หลังจาก 6 วันที่บันทึกประวัติศาสตร์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกไว้อย่างยิ่งใหญ่

พูดให้ชัดคือ โรนัลโด้ ไม่พอใจพฤติกรรมของ เปเรซ ที่ไร้ความจริงใจ โดยเฉพาะคำมั่นสัญญาเรื่องอนาคต ที่ไม่เคยชัดเจนเลย จนทำให้รู้สึกว่าเหมือนบีบให้ต้องเดินออกมาเอง

ขณะที่ ซีดาน ก็เลือกจะตัดสัมพันธ์กับ "ราชันชุดขาว" เพราะมี เปเรซ เป็นต้นตอด้วยเช่นเดียวกัน

กุนซือเฟร้นช์ได้พยายามเข้าไปพูดคุยกับท่านประธานมาตลอดในเรื่องการปรับปรุงทีม อย่ามัวแต่หลงระเริงกับความสำเร็จปัจจุบันอย่างเดียวเท่านั้น


ข้อเสนอของเขาคือให้รั้ง โรนัลโด้ เอาไว้ แล้วขายนักเตะบางคนที่คิดว่าไม่จำเป็นออกไป ระดมทุนนำไปซื้อผู้เล่นระดับซูเปอร์สตาร์ สานต่อนโยบาย "กาลาคติกอส" ที่เคยทำมาจนเป็นเครื่องหมายการค้า

ชื่อที่ ซีดาน คิดว่าไม่อยู่ในแผนการสร้างทีมนั่นคือ แกเร็ธ เบล แต่ดูเหมือนว่า เปเรซ ไม่เห็นด้วยกับไอเดียที่ว่า

ไม่ใช่แค่นั้นการนำ ติโบ กูร์กตัวส์ มาจาก เชลซี ก็ไม่ได้อยู่ในความเห็นของกุนซือฝรั่งเศสด้วยเช่นเดียวกัน

เท่าที่ผ่านมาเขาพยายามแสดงความเชื่อมั่นไว้วางใจ เกย์ลอร์ นาวาส มาตลอด อุตส่าห์ซื้อใจได้แล้วเมื่อตอนล้มดีลดึง เกปา อาร์รีซาบาลาก้า ตอนเดือนมกราคม

เมื่อเห็นว่าสิ่งที่ต้องการไม่ถูกตอบสนอง ซีดาน ก็เลยตัดสินใจเปิดหมวกลาทันที ไม่จำเป็นเลยที่จะต้องมาเปลืองตัว เสี่ยงเอาชื่อเสียงที่สั่งสมมาทิ้งง่ายๆ

แน่นอนท่านประธานไม่คิดว่า ซีดาน จะบ้าบิ่นเช่นนี้ ทำให้ต้องปรับกระบวนกันใหม่พอสมควร

เปเรซ ทำงานได้รวดเร็วด้วยการต่อสายทาบทาม จูเลน โลเปเตกี ที่กำลังคุมทีมชาติสเปนลุยบอลโลก 2018 มาเสียบกุนซือได้สำเร็จ แต่แทนที่จะเก็บงำไว้เป็นความลับ รวมถึงให้เกียรติสหพันธ์ฟุตบอลสเปน

กลับตั้งโต๊ะแถลงอย่างไม่เกรงใจกันเลยสักนิด ห่วงแต่ภาพลักษณ์ของตัวเองฝ่ายเดียวเท่านั้น

เมื่อเจอเหยียบจมูกอย่างนี้ทางสหพันธ์ก็ตบหน้าคืนฉาดใหญ่ ตะเพิด โลเปเตกี ออกจากตำแหน่งเลย ทั้งที่เวิล์ด คัพกำลังจะเริ่มอีกไม่กี่วันข้างหน้า


มันยิ่งทำให้บรรยากาศภายในทีมโยกคลอนหนักกว่าเดิมอีก ตีรวนกระทบไปแทบทุกฝ่าย

จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ โลเปเตกี จะออกสตาร์ตกับ เรอัล มาดริด ได้อย่างย่ำแย่และทรุดหนักกว่าเดิมเมื่อพ่ายยับให้ บาร์เซโลน่า 5-1 ในศึก "เอลกลาสิโก้" เมื่อ 28 ตุลาคมปีก่อน

แล้ว โลเปเตกี จากที่มีอนาคตอันสดใสบนเส้นทางสายนี้ ก็ตกงานเรียบร้อย โดยมี โซลารี่ ซึ่งเป็นลูกหม้อคุมมาตั้งแต่ระดับเยาวชนมารับหน้าที่แทน

แม้สมัยเป็นนักเตะอาชีพช่วงพีกๆเคยรับใช้มายาวนาน 5 ปี อีกทั้งยังเป็นโค้ชมาตั้งแต่ปี 2013 ย่อมน่าจะเข้าใจและรู้จักสโมสรแห่งนี้ดีมากๆ

แต่เอาเข้าจริงปัญหาต่างๆที่รุมเร้ามารอบด้าน บวกกับไร้การสนับสนุนจากเบื้องบนอย่างที่ควรจะเป็น ต่อให้มีแต้มบุญเป็นต้นทุนบางส่วน ก็ยังไม่เพียงพอที่จะฝ่าคลื่นลมไปได้อยู่ดี

โซลารี่ จึงเสมือนหมากตัวหนึ่งของ เปเรซ เท่านั้นเอง


------------------

หากไม่มีอะไรผิดพลาด เรานับถอยหลังได้เลยว่า โซลารี่ จะต้องโดนปลดในเร็ววันนี้

จากนั้น เปเรซ จะต้องจัดฉากขึ้นมา อย่างเช่นออกมาแถลงการณ์ด้วยตัวเอง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับกองเชียร์ รวมถึงงัดเอาไม้ตายเก่าๆเรื่องคำสัญญาว่าจะคว้ากุนซือมือฉมังและแข้งดังมาเสริมให้แกร่ง

ซัมเมอร์ที่จะถึงนี้คาดว่าชื่อของ เนย์มาร์ , คิลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ , เอแด็น อาซาร์ หรือ เมาโร อีการ์ดี้ ต่างต้องโยงกับ เรอัล มาดริด อย่างไม่ต้องสงสัย

แล้วถ้าในช่วงที่เหลือของฤดูกาลนี้ หากยังไม่มีการแต่งตั้งกุนซือถาวร ก็จะถือโอกาสนี่แหล่ะ เลือกคนที่ใช่เข้ามาเลย

แต่ประเมินคร่าวๆแล้ว เปเรซ คงต้องทำการปฎิรูปสโมสรครั้งใหญ่ ไม่ใช่มีเพียงแค่ภารกิจรื้อฟื้น "กาลาคติกอส" อย่างเดียวเท่านั้น

นักเตะที่เคยเป็นแกนหลักหลายต่อหลายคน อิ่มตัว หมดไฟ ไม่มีเยื่อใยกับสโมสรแห่งนี้อีกแล้ว ซึ่งพวกนี้แหล่ะที่ต้องผ่องถ่ายขายออกไป โดยเฉพาะ 3 มิดฟิลด์หลักทั้ง ลูก้า โมดริช , โทนี่ โครส และ กาเซมีโร่


เมื่อหาทางขายแล้ว ก็ต้องหาทางซื้อมาเติมไม่ให้พร่องอีกด้วย ถึงบอกว่าฤดูร้อนนี้ เปเรซ ต้องวิ่งวุ่นขาขวิดแน่นอน

ประเด็นที่ล่อแหลมไม่น้อยไปกว่ากันคือ แฟนบอล "มาดริด" ทั้งหลายจะยังเชื่อมั่นในตัว เปเรซ มากแค่ไหนกัน

แม้ท่านประธานจะพยายามชี้ให้เห็นความสำเร็จในยุคที่ตัวเองบริหารขับเคลื่อน แต่ต้องไม่ลืมว่าความคาดหวังที่นี่สูงลิบเหลือเกิน พวกเขารับไม่ได้ง่ายๆ กับเหตุการณ์อัปยศที่เกิดขึ้นครั้งนี้แน่

ชัดเจนเลยก็คือยอดแฟนบอลในสนามที่หดหายไปจากเดิมมากสุดในรอบ 10 ปี หมายถึงว่าศรัทธาเสื่อมลงทุกวันอีกต่างหาก


หากว่า เปเรซ ยังขันอาสาพร้อมจะนำนาวาลุยต่อ มันอาจหมายถึงโอกาสสุดท้ายที่จะต้องเดิมพันเก้าอี้ท่านประธาน

เพราะถ้าสถานการณ์ยังไม่กระเตื้องขึ้น เขาจะต้องเผชิญหน้ากับแรงกดดันมหาศาลจากกลุ่มแฟนบอลที่พร้อมไล่บี้หนักหน่วงกว่าเก่า

สิ่งที่เขาสร้างขึ้นมา ก็ต้องรับผิดชอบด้วยเช่นเดียวกัน ไม่มีวันเป็นอย่างอื่น

ไม่ว่าปัญหาภายในจะมากมายเพียงใด ทางเราก็ขอเป็นกำลังใจให้ เรอัล มาดริด ต่อสู้ทั้งในและนอกสนามและก้าวไปสู่ช่วงเวลาที่ดี Sbobet777 ขอร่วมเป็นกำลังใจให้กับ "ราชันชุดขาว" ร่วมเป็นกำลังใจไปพร้อมกับเรา กดลิ้งตรงนี้เลย  https://line.me/R/ti/p/@777sbo หรือ 08-44-9990 77, 88 , 99
Facebook Comment