ข่าว

ซ่อนอะไรไว้ใต้พรม?

อัพเดตเมื่อ : March 10, 2019 3:37pm โดย : admin

หลังผลงานอันน่าผิดหวังของ เยอรมัน ที่เข้าขั้นอัปยศ เพราะตกรอบแรกเวิล์ด คัพ 2018 ไม่พอ แถมยังจบด้วยบ๊วยของกลุ่มอีกต่างหาก

โยอัคคิม เลิฟ สมควรที่จะโดนปลดจากตำแหน่งอย่างไร้เงื่อนไข แม้จะเคยมีความดีความชอบเคยพาทีมครองแชมป์โลกเมื่อ 5 ปีก่อนก็ตาม

สหพันธ์ฟุตบอลเยอรมันน่าจะผ่าตัดครั้งใหญ่ เพราะ เลิฟ เองนั่งเก้าอี้บุนเดสเทรนเนอร์มายาวนาน 12 ปีแล้ว ตั้งแต่ปี 2006 คงถึงเวลาที่เหมาะสม

อย่างไรก็ตามเดเอฟเบกลับนิ่งเงียบ ไม่มีการเปลี่ยนแปลงอะไรเกิดขึ้น เลิฟ ยังคงเกาะเก้าอี้อย่างเหนียวแน่นต่อไป

จริงๆแล้วหลังผ่าน 2 เกมแรกในบอลโลกที่ผ่านมานั้น เยอรมัน สถานการณ์ไม่ค่อยดีเท่าไรนัก นัดแรกปราชัยให้ เม็กซิโก ก่อนจะมาแก้ตัวนัดสองเชือด สวีเดน ชนิดเส้นยาแดงผ่าแปด



ช่วงนั้นอุณหภูมิเก้าอี้ของ โยกี้ เลิฟ สูงขึ้นเรื่อยๆ ก่อนชี้ชะตานัดสุดท้ายกับ เกาหลีใต้

กระนั้น ไรน์ฮาร์ด กรินเดิล ประธานเดเอฟเบก็จัดการออกมากลบกระแสนี้ ยืนยันเลยว่าต่อให้กระเด็นหลุดจากเส้นทางแค่รอบแรก เลิฟ ก็จะยังได้ไฟเขียวคุมทัพ "อินทรีเหล็ก" ต่อไป ซึ่งเรื่องนี้มีการพูดคุยกันเรียบร้อยแล้ว

ความสำเร็จในอดีต บวกกับผลงานการปั้นดาวรุ่งมุ่งทีมชาติมากมาย เมื่อตวงชั่งกันแล้ว น่าจะมีน้ำหนักมากพอที่จะให้ทำหน้าที่ต่อไป

1 ปีก่อนบอลโลกมีศึกคอนเฟดเดอเรชั่นส์ ซึ่ง เลิฟ ไม่เอาพวกแข้งเก๋าเชี่ยวประสบการณ์ไปสักเท่าไร เปิดโอกาสให้ยังบลัดได้มีเวทีโชว์ของบ้าง ซึ่งแต่ละคนสร้างผลงานน่าประทับใจพาทีมครองแชมป์เรียกน้ำย่อยอีกต่างหาก

จุดนี้เองที่ทำให้เดเอฟเบเชื่อมั่นในตัว เลิฟ แม้แฟนบอลไม่น้อยจะเห็นต่างว่าควรเปลี่ยนแปลง



หากมีการเปลี่ยนแปลงบุนเดสเทรนเนอร์ อาจจะเกิดสะดุดไม่ต่อเนื่องได้ ดังนั้นภารกิจนี้จึงยังคงต้องเดินหน้าต่อและทิ้งบาดแผลอันแสนเจ็บปวดจากเวิล์ด คัพฉบับหมีขาวไว้ข้างหลัง

และแม้กระทั่งล้มเหลวใน ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีกที่ เยอรมัน โดนลดชั้นลงไปอยู่ในกรุ๊ปบีครั้งหน้า ก็ยังไม่อาจสร้างแรงสะเทือนให้กับ เลิฟ ได้เลยสักนิดเดียว

มันสะท้อนให้เห็นเลยว่าเก้าอี้ของเขามั่นคงตรงกันข้ามกับผลงานในระยะหลัง ซึ่งอาจจะบอกเราได้อย่างหนึ่งว่าน่ามีความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้บริหารของเดเอฟเบ

อาจไม่ใช่หมายถึง "เด็กเส้น" แต่น่าจะเข้าข่ายไว้เนื้อเชื่อใจและคุยกันรู้เรื่อง รวมทั้งมีการวางแผนระยะยาวไว้แล้วตามแบบฉบับของเยอรมัน

เลิฟ ก็ยังนั่งอยู่ตรงนี้ต่อไป ก่อนปล่อยให้กระแสข่าวซาไปเอง

--------------------

4 วันที่ผ่านมาเกิดเหตุการณ์ที่ไม่มีใครคาดคิดขึ้น

เมื่อ โยกี้ เลิฟ ประกาศให้ได้รับรู้ทั่วกันว่า เยโรม บัวเต็ง, มัตส์ ฮุมเมิลส์ และโธมัส มุลเลอร์ จะไม่อยู่ในทีมชาติเยอรมันอีกต่อไป โดยให้เหตุผลว่านี่คือการวางรากฐานระยะยาว เพื่อนำความยิ่งใหญ่มาสู่ "อินทรีเหล็ก" อีกครั้ง



นอกจากนี้ยังมีแผนงานที่จะผ่าตัดใหญ่ทีมชาติชุดนี้ด้วย อย่างน้อย 3 คนนี้ลงไปแล้วก็ได้เปิดพื้นที่ให้พวกสายเลือดใหม่เข้ามาแทน

พูดเสร็จแล้วก็ขอบคุณสำหรับทุกอย่างที่เคยร่วมหัวจมท้าย ฝ่าฟันกันมามากมาย ทั้งสมหวังและผิดหวัง

ดูเหมือนว่าทั้งสามคนนี้จะไม่ต้องการได้ยินคำขอบคุณนัก แต่อยากจะรู้เหตุผลที่แท้จริงมากกว่า

จริงๆแล้วก่อนแถลงเรื่องนี้อย่างเป็นทางการ ทางเดเอฟเบได้แจ้งไปยังทั้ง 3 คนแล้ว ไม่ใช่มุบมิบทำกันแบบปุบปับเลยอย่างใด

เลิฟ นั้นเดินทางมาที่สำนักงานของ บาเยิร์น มิวนิค ต้นสังกัดของทั้ง 3 รายที่เคราะห์ร้าย เพื่อคุยกันแบบเปิดอก จะได้ไม่ต้องค้างคาใจอะไรกันอีก



ตามรายงานจากเยอรมันระบุว่า บัวเต็ง เป็นคนแรกที่ถูกเรียกเข้ามาคุย โดยบุนเดสเทรนเนอร์อธิบายเหตุผลประมาณ 5 นาทีรวดเดียว ซึ่งตัวนักเตะไม่ได้หยุดถามคั่นจังหวะ นั่งฟังเงียบและสีหน้าเรียบเฉย

อีกทั้งไม่มีการสบตากันเลยสักนิดเดียว แค่พยักหน้าหงึกเข้าใจ จับมือจับไม้เป็นพิธีแล้วก็เดินออกมา

มุลเลอร์ คือคนที่สองเขานั่งต่อหน้า เลิฟ และ มาร์คุส ซอร์ก ผู้ช่วยซึ่งเดินทางมาร่วมชี้แจงด้วย

ตัวรุก  "เสือใต้" หัวเสียอย่างมาก สะท้อนได้จากแววตาและการแสดงออกทางใบหน้า แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรมากนัก เพราะรู้แก่ใจว่าทุกอย่างเป็นสิทธิ์ของ เลิฟ อยู่แล้ว

ขณะที่ ฮุมเมิลส์ เข้ามาเป็นคนสุดท้าย ซึ่งรู้แล้วว่าอะไรจะเกิดขึ้น โดยใช้เวลาบอกกล่าวกันแค่ 2 นาทีเศษๆเท่านั้น แล้วจึงร่ำลากันอย่างเป็นทางการ

อย่างที่บอกไว้คนที่หงุดหงิดงุ่นง่านสุดเห็นจะเป็น มุลเลอร์ ซึ่งยืนยันว่าตัวเองและเพื่อนสองกองหลัง ยังมีศักยภาพพอที่จะช่วยทีมชาติได้อีกพอสมควร



จากนั้นก็มีการคุยผ่านโซเชี่ยลกับแฟนๆอีก ดูเหมือนว่าจะท้อแท้ไม่น้อยและไม่คิดว่าจะเกิดชะตากรรมเช่นนี้ขึ้น

อย่างไรก็ตามทาง บิลด์ ไซตุ้ง สื่อใหญ่เมืองเบียร์ได้ทำโพลสำรวจความคิดเห็นของแฟนบอลแล้ว มีเพียงแค่ ฮุมเมิลส์ คนเดียวที่เห็นว่ายังควรได้ติดธงรับใช้ชาติต่อ

ที่เหลือควรปลดระวาง โดยเฉพาะ บัวเต็ง เปอร์เซนต์กองเชียร์ไม่เอาชัดเจนมาก อันเป็นผลพวงมาจากฟอร์มที่ดร็อปลงไปเยอะในช่วงหลัง

แต่ประเด็นที่น่าสนใจและสร้างความขุ่นเคืองให้กับ มุลเลอร์ มากสุดๆเห็นจะเป็นความไม่ชัดเจนของ เลิฟ นั่นเอง

เพราะเมื่อพฤศจิกายนปีที่แล้ว บุนเดสเทรนเนอร์ได้เรียก มุลเลอร์ เข้าไปคุยด้วย พร้อมกับย้ำว่ายังคงเป็นแกนสำคัญของทีมชาติต่อไปและจะได้ไปยูโร 2020 ด้วย หากไม่เกิดเหตุคลาดเคลื่อนขึ้นมา



แล้วจู่ๆมาหั่นชื่อทิ้งกันกลางอากาศอย่างนี้ ตกลงเบื้องหลังมีอะไรซ่อนเร้นอยู่หรือเปล่า?

ทั้ง 3 คนนี้จัดเป็นแข้งอาวุโสในทีม แต่อายุเฉลี่ยราว 30 เท่านั้น เมื่อไม่อยู่แล้วคงต้องปรับระดับชั้นกันใหม่ ซึ่งหมายถึงการผ่าตัดโครงสร้างนั่นแหล่ะ

มานูเอล นอยเออร์ กับ โทนี่ โครส น่าจะก้าวขึ้นมาเป็นพี่ใหญ่ในทีม แต่นั่นต้องรอการตัดสินใจของ เลิฟ และทีมงานอีกทีว่าจะเอาอย่างไรกันแน่

ที่สำคัญเรื่องนี้สร้างความฉุนเฉียวให้กับ "เสือใต้" อย่างมาก

------------------

คล้อยหลังเหตุการณ์ช็อควงการลูกหนังเมืองเบียร์ไม่เท่าไร บาเยิร์น มิวนิค ก็ออกแถลงการณ์ทันที

คือไม่ขอออกความเห็นเรื่องนี้ พร้อมเคารพการตัดวินใจของ เลิฟ และเดเอฟเบ  เพียงแต่สงสัยและอยากจะตั้งคำถามว่า เกมนัดสุดท้ายของทีมชาติเกิดขึ้นตั้งแต่ 19 พฤศจิกายนปีก่อน แล้วทำไมเพิ่งจะมาบอกกันตอนนี้

3 เดือนครึ่งผ่านไป ทำไมมันช้านักหรือจริงๆต้องการอะไรกัน

สำคัญไม่น้อยไปกว่าคือเรื่องของเวลานี่แหล่ะ เพราะประกาศเอาตอนที่ "เสือใต้" มี 2 เกมสำคัญข้างหน้าคือดวล โวล์ฟส์บวร์ก ศึกบุนเดสลีกาเสาร์นี้ ซึ่งแต้มกำลังบี้กับ ดอร์ทมุนด์ อย่างสนุกเข้มข้น จากที่เคยตามหลังสุดกู่

จากนั้นวันพุธต้องเปิดรังรับ ลิเวอร์พูล ในเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกอีก ซึ่งแน่นอนว่ามันต้องส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจของทั้ง 3 คนอย่างไม่ต้องสงสัย



นอกจากนี้ก่อนทาง เลิฟ จะแถลงเรื่องนี้ให้สาธารณชนรับรู้ ก็ไม่ได้แจ้งเรื่องมายัง "บาเยิร์น" อีกต่างหาก ทั้งที่โดยมารยาทควรจะบอก

เจออย่างนี้เข้าพวกเขาจึงแปลกใจว่า มีอะไรซุกซ่อนไว้ใต้พรมด้วยหรือไม่ อาจจะเป็นการจงใจสกัดตัดขาในช่วงเวลาที่ผลงานของทีมกลับมายอดเยี่ยมอีกครั้ง

เรื่องนี้ยังคงต้องรอการชี้แจงและบทสรุปที่ชัดเจนกันต่อไป ว่าทำไมเดเอฟเบจึงเลือกเวลาคาบเกี่ยวและอาจส่งผลสะเทือนกับ "เสือใต้"

อย่างไรก็ตามความคลางแคลงสงสัยว่าทำไม 3 คนนี้จึงต้องโดนถีบหัวส่งจากทีมชาติ ก็ยังคงอยู่เช่นเดียวกัน

อายุก็เพิ่ง 29-30 กันทั้งนั้น ไม่ได้มากมาย อีกทั้งยังช่วยชาติกวาดความสำเร็จมาในระดับน่าพอใจ แต่แล้ววันหนึ่งเมื่อเห็นไร้คุณค่าก็มาลอยแพกันเช่นนี้เลยหรือ

ถึงที่สุดแล้วมันอาจจะไม่จบลงแค่นี้ เพราะผู้เล่นบางคนอาจต้องการคำอธิบายเพิ่มจาก เลิฟ ด้วยเช่นเดียวกัน ฉะนั้นจึงต้องคอนโทรลให้ดี



บางทีนี่อาจเป็นจุดเริ่มต้นด้วยซ้ำไป

---------------------------------------------

เห็นก่อน อ่านก่อน !!
กด "ติดตาม" และเลือก "เห็นโพสต์ก่อน (See First) "




บทความดีๆ เรื่องราวกีฬาฟุตบอล
เรานำเสนอให้คุณได้อ่านทุกวัน

---------------------------------------------

ไม่ว่าคุณจะผิดหวังสักกี่ครั้ง ขอแค่อย่ายอมแพ้ ยังมีหนทางอีกมากมายที่จะนำพาคุณไปสู่ความสำเร็จ MYSBOBET ขอร่วมเป็นกำลังใจให้ "3 ทหารเสือ" อยากให้คุณประสบความสำเร็จ มาใช้บริการเราสิ รับรองไม่ผิดหวัง ติดต่อมาเลยที่  https://line.me/R/ti/p/@mysbo9 หรือโทรที่ 08-0003-1188 / 08-0003-1177
Facebook Comment