ข่าว

สุนัขศีรษะเน่า

อัพเดตเมื่อ : March 11, 2019 10:46pm โดย : admin

มกราคม ปีที่แล้ว ไมเคิ่ล โอเว่น ได้เปลือยอกบอกถึงเหตุผลต้องทิ้ง ลิเวอร์พูล ไปอยู่กับ เรอัล มาดริด เมื่อปี 2004



จริงๆแล้วไม่ได้อยากทำอย่างนั้นเลย ระหว่างนั่งรถจากบ้านไป ลิเวอร์พูล จอห์น เลนนอน แอร์พอร์ต ซึ่งเป็นสนามบินประจำเมือง เพื่อต่อเครื่องไป "มาดริด" เขาน้ำตาตกตลอดทาง

ตอนได้รับข้อเสนอจาก "ราชันชุดขาว" เขาคิดหนักมาก นอนก่ายหน้าผากรอชั่งน้ำหนักอยู่หลายวัน

เวลานั้น เรอัล มาดริด ทะลักไปด้วยซูเปอร์สตาร์มากมาย ภายใต้โปรเจคต์ "กาลาคติกอส" ของ ฟลอเรนติโน่ เปเรซ ที่พยายามกวาดต้อนดาวดังแห่งโลกลูกหนังมารวมกันให้มากที่สุด

ชื่อของ ซีเนดีน ซีดาน, หลุยส์ ฟิโก้, โรนัลโด้ , โรแบร์โต้ คาร์ลอส และ เดวิด เบ็คแฮม มันช่างน่าเย้ายวนมาก ใครบ้างไม่อยากลงเรือลำเดียวกับพวกเขา


นอกจากนี้ยังไม่ค่อยเชื่อมั่นอนาคตตัวเองว่าจะได้ลงเล่นอย่างต่อเนื่องนัก หลังจาก ราฟาเอล เบนิเตซ เข้ามาเป็นกุนซือแทน เชราร์ อุลลิเยร์



แม้จะพอรู้ว่าเป็นตัวเลือกอันดับแรกอยู่แล้ว แต่ในทีมมีกองหน้าล้นเหลือเกิน ยังเหลือทั้ง เอมิล เฮสกี , มิลาน บารอส , อ็องโตนี่ เลอตาแล็ก , ซินาม่า ปงโกลล์ และ ฌิบริล ซิสเซ่ อีก

สุดท้ายก็เลยจิ้มไปที่ "มาดริด" อย่างที่เรารับรู้กัน แม้จะรู้สึกสะเทือนใจที่ต้องจากมาก็ตาม

หากไม่รู้ปูมหลังมาก่อนฟังเรื่องที่ โอเว่น เล่ามาหลายต่อหลายคนน่าจะเห็นใจ เพราะคนเราต้องเลือกสิ่งที่ดีสุดให้กับตัวเอง ต่อให้จะต้องทำใจยากแค่ไหนก็ตาม

แต่ "เดอะ ค็อป" ไม่น้อยส่ายหัว ไม่ต้องการฟังเรื่องน้ำเน่าเรียกน้ำตาที่น่าจะตกยุคอย่างนี้อีกแล้ว

ความจริงที่พวกเขารู้มานั้น มันไม่น่าจะใช่อย่างเล่ามาเลย

2-3 ปีก่อน โอเว่น จะตีจากทางสโมสรยื่นสัญญาฉบับใหม่ให้แล้ว พอโต๊ะเจรจาเที่ยวแรกไม่คืบหน้า ก็ยังไม่ท้อปรับรายละเอียดต่างๆ หวังจะทำให้นักเตะพอใจ ยื่นมาใหม่อีกหลายรอบ

ดาวยิงฉายา "เบบี้โกล" ก็บ่ายเบี่ยงเรื่อยมา แต่ก็ให้คำมั่นว่ายังไงก็ขยายแน่ ไม่หนีไปไหนหรอก ขอดูอะไรบางอย่างให้ชัดเจนกว่านี้อีกสักหน่อย

ก่อนถึงซัมเมอร์ 2004 โอเว่น ยังเล่นเกมชักเย่อเหมือนเดิม จนทาง เรอัล มาดริด สอดมือมาเกี่ยวข้องนั่นแหล่ะ

ถึงตอนนี้ ลิเวอร์พูล อยู่ในสถานการณ์จนตรอกแล้ว เพราะสัญญาเหลือแค่ปีเดียวเท่านั้น หากไม่ขายปล่อยไว้ปีหน้าจะต้องเสียฟรี ไม่ได้ค่าเลี้ยงดูฟูมฟักสักเพนนีเดียว

บทเรียนจากการเสีย สตีฟ แม็คมานานมาน แบบฟรีๆ ยังตามหลอกหลอนเรื่อยมา ไม่อยากจะตกอยู่ในชะตากรรมช้ำใจอย่างนั้นอีก เลยต้องยอมขายในราคาแค่ 8 ล้านปอนด์ บวกกับ อันโตนิโอ นูเยซ ดาวรุ่งย้อมแมวที่ มาดริด แถมมาให้ เป็นการปลอบใจ

แฟน"หงส์" เจ็บปวดกันถ้วนหน้า ไม่อยากเชื่อว่า โอเว่น จะมองข้ามความสำคัญของสโมสรที่ปลุกปั้นจนยิ่งใหญ่ อีกทั้งไม่แคร์กองเชียร์ตัวเองเลยสักนิด
มันเหมือนโดนคนที่ไว้เนื้อเชื่อใจหักหลัง อารมณ์คงไม่ต่างกัน

อย่างไรก็ตามแม้จะโชว์ฟอร์มได้ไม่เลวร้ายนักกับ "มาดริด" แต่เป็นอะไหล่อยู่ได้แค่ปีเดียวก็ต้องออกมาอีก เพราะมองว่าโอกาสลงเล่นน้อยเกินไป อาจจะส่งผกระทบหลายอย่างตามมา

เมื่อ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ยอมควัก 17 ล้านปอนด์เป็นสถิติสโมสรในเวลานั้น พรีเมียร์ลีกจึงเปิดประตูต้อนรับอีกครั้ง



--------------------

ชีวิตในแดนอีสานเมืองผู้ดี เป็นไปอย่างกระท่อนกระแท่น ตลอด 4 ปีที่ปักหลักอยู่นั่น

ถึงจะรับค่าจ้างสูงลิบปีละเกือบ 10 ล้านปอนด์ ซึ่งมากมหาศาลเหลือเกินในเวลานั้น แต่พูดถึงความคุ้มค่าแล้วต้องบอกว่า -- ไม่มีเลย

ประเด็นสำคัญคือบาดเจ็บบ่อยมากและมีไม่น้อยที่ได้รับผลพวงมาจากการไปเล่นให้ทีมชาติอังกฤษ ก่อนจะถูกส่งมาให้ "เดอะ แม็คพายส์" จ่ายตังค่ารักษาพยาบาล

แล้วที่บรรดา "ทูน อาร์มี่" รับไม่ได้เลยคือ ไปให้สัมภาษณ์ว่าที่ฟอร์มแย่ เพราะมาจากองค์ประกอบในทีมไม่ดี โดยเฉพาะเพื่อนร่วมทีมส่วนใหญ่คลาสไม่ถึง จึงฉุดให้เป็นอย่างที่เห็นกัน

จากนั้นก็รอให้สัญญาหมดเหมือนอย่างเคย ไม่เจรจาไม่คุยอะไรทั้งสิ้น พอทีมสิ้นสภาพหล่นตุ้บไป เดอะ แชมเปี้ยนชิพ ก็ย้ายมา แมนฯ ยูไนเต็ด ทันที

ภาพเปิดตัวชูผ้าพันคอของ "ปีศาจแดง" คู่อาฆาตหมายเลขหนึ่ง ลิเวอร์พูล นั้น มันเหมือนกระทืบซ้ำแผลเก่าให้เหวอะหวะกว่าเดิมซะอีก



ครั้งแรกตอนหนีไป "มาดริด" ว่าแย่แล้ว มาคราวนี้จุกเสียดจนแทบพูดไม่ออก

กองเชียร์ นิวคาสเซิ่ล และ ลิเวอร์พูล ต่างพร้อมใจกันสวดชยันโต โอเว่น ไม่แพ้กัน

เขาให้เหตุผลถึงการเลือก "ปีศาจแดง" ว่า ตอนแรกอยากกลับคืนถิ่นแอนฟิลด์ แต่ทางโน้นไม่สนใจจะอ้าแขนต้อนรับเอง พอเห็นข้อเสนอทาง แมนฯ ยูไนเต็ด น่าสนใจดีก็เลยโอเค

ประมาณว่าก็คุณไม่สนใจผมเอง แล้วจะให้ทำอย่างไรล่ะ เหมือนโบ้ยความรับผิดชอบไปให้ ลิเวอร์พูล ซะอย่างนั้น

พวกเราไม่มีวันเดินเดียวดาย แต่ โอเว่น จะต้องเดินคนเดียวแน่

"เดอะ ค็อป" แทบทั้งโลกคิดไว้อย่างนี้

---------------------

3 ปีกับ แมนฯ ยูไนเต็ด เขายิงได้แค่ 5 ประตูในลีก แต่ยังมีวาสนาได้สัมผัสแชมป์พรีเมียร์ลีก



เรื่องนี้อีกที่ทำให้แฟน"หงส์" เจ็บใจ เหมือนถูกโดนเย้ยหยันถากถางไม่มีผิด

แน่นอน โอเว่น ไม่ได้ผูกพันอะไรกับ แมนฯ ยูไนเต็ด นักหรอก แล้วแฟน"ผี" เองก็ไม่ได้ใส่ใจในเรื่องนี้ด้วย

ตอน โอเว่น ย้ายมา พวกเขาไม่ได้ตื่นเต้นในเรื่องความเก่งกาจสามารถอะไร แต่เพราะความสะใจส่วนตัวต่างหาก

ไม่ว่าอย่างไรภาพ โอเว่น แบกโทรฟี่ลีกสูงสุดอังกฤษ ยังนำมาล้อได้ทุกสถานการณ์เสมอ

หลังแขวนสตั๊ดในปี 2013 แล้ว โอเว่น พยายามที่จะขยับเข้าใกล้ หวังกระชับสัมพันธ์ให้แน่นเหมือนวันวานกับ ลิเวอร์พูล แต่ยากมากๆที่จะเหมือนเดิมอีก

บอกแล้วไงว่า ชาตินี้ชาติหน้าคุณก็จะต้องเดินเดียวดายต่อไป แม้มีชื่ออยู่ในหอเกียรติยศสโมสรก็เถอะ ดีกรีความเกลียดชังไม่ได้ลดลงเลย

นอกจาก เอล ฮัดจิ ดิยุฟ ที่ขึ้นแท่นเบอร์ 1 แล้ว โอเว่น ก็อยู่ในลำดับที่รองลงมานั่นเลยทีเดียว

แต่อย่างว่าพอเลิกเล่นแล้ว เขาไม่ได้หันไปเอาดีทางด้านเป็นโค้ช ชื่อเสียงที่สั่งสมไว้นำมาสู่เส้นทางของนักวิเคราะห์เกม เหมือนเพื่อนร่วมอาชีพอีกหลายคนที่แขวนสตั๊ดแล้วปรับมารับบทบาทนี้

ก่อนจะตกเป็นเหยื่อแห่งความเกลียดชังอีกครั้ง แม้ในวันที่ไม่ได้เป็นนักเตะอาชีพแล้วก็ตาม

---------------

"ถ้าผมเป็น เจอร์เก้น คล็อปป์ ตอนพักครึ่งจะสั่งลูกทีมหวด มาร์คัส แรชฟอร์ด ให้เดี้ยงเลย"



โอเว่น หล่นความเห็นไว้เช่นนี้ ระหว่างมาวิเคราะห์เกม"แดงเดือด" เที่ยวล่าสุดของ BT Spotrs

แน่นอนกองเชียร์ "ยูไนเต็ด" ต่างหัวร้อนทันทีที่ได้ยืนประโยคนี้ เพราะสถานการณ์ในครึ่งแรกนักเตะหลักเจ็บกันหมด จนต้องเปลี่ยนครบ 3 คน แถม "แรชชี่" ก็ไม่สมบูรณ์ ต้องกัดฟันฝืนเล่นอีกต่างหาก

ปรากฏว่าไอจีของ โอเว่น เจอถล่มไม่เหลือสภาพ ก่อนเขาจะออกมาตอบโต้ด้วยเหตุผลที่ไม่ชัดเจนนัก

"ผมทำตามหน้าที่ ให้วิเคราะห์เกมก็ว่ากันตามความเห็นส่วนตัว อย่ามาโลกสวยหรือดราม่าให้มาก"

เขาอธิบายไว้เช่นนี้ แต่ "เร้ด อาร์มี่" ทั้งหลายอยากจะบอกว่าควรอยู่เฉยๆดีกว่า เพราะพูดออกมายิ่งทำให้รู้เลยว่ามีความคิดแบบไหน

จากนั้นในเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ออกไปเยือน ปารีส แซงต์ แชร์กแมง แล้วต้องหวังปาฎิหาริย์ช่วยเพื่อเข้ารอบ

ตอนได้จุดโทษนาทีสุดท้าย "แรชชี่" สังหารเข้าไป ในสตูดิโอดีใจกันลั่นทั้ง แกรี่ ลินิเกอร์ , ริโอ เฟอร์ดินานด์ และ โอเว่น ฮาร์กรีฟส์ มีเพียงแค่ โอเว่น ที่นั่งเฉย เหมือนไม่ยินดียินร้าย



แต่กองเชียร์ แมนฯ ยูไนเต็ด เชื่อว่าน่าจะผิดหวังมากกว่าเฉยๆ

แฟน ลิเวอร์พูล กับ นิวคาสเซิ่ล เกลียดชังเหม็นขี้หน้าไม่พอ โอเว่น ยังมาทำให้ฝั่ง แมนฯ ยูไนเต็ด ยี้ใส่ด้วยอีก ชีวิตแทบไม่เหลืออะไรเลยจริงๆ

ไม่รู้เหมือนกันว่า โอเว่น คิดอะไรอยู่กันแน่ แต่ความไม่ชัดเจนของเขา ทำให้ตัวเองต้องมาตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้

ต่อให้คนยิ่งใหญ่เคยได้ "บัลลงดอร์" แต่มันแทบจะไม่มีคุณค่าเลยสักนิด เพราะมีแต่คนจำด้านมืดที่เคยก่อไว้ทั้งสิ้น

"บัลลงดอร์" ที่เดินไปไหนมีแต่เสียงก่นด่า คงไม่น่าภาคภูมิใจสักเท่าไรหรอก

---------------------------------------------

เห็นก่อน อ่านก่อน !!
กด "ติดตาม" และเลือก "เห็นโพสต์ก่อน (See First) "

https://www.facebook.com/cheerball/
 

บทความดีๆ เรื่องราวกีฬาฟุตบอล
เรานำเสนอให้คุณได้อ่านทุกวัน

---------------------------------------------

ได้รับรู้เรื่องราวของ ไมเคิ่ล โอเว่น แล้วมาเจอกับเรื่องราวความตื่นเต้นที่ Sbobet777 มอบให้กันบ้างดีกว่า… รับประกันความสนุกตื่นเต้นเร้าใจแน่นอน ติดต่อเลยที่ https://line.me/R/ti/p/@777sbo หรือ 08-44-9990 77, 88 , 99
Cheerball Comment Facebook Comment

รวมความคิดเห็น


ยังไม่มีความคิดเห็น