ข่าว

นั่นแหล่ะคือความกดดัน

อัพเดตเมื่อ : March 19, 2019 12:35am โดย : admin

"เขาละโมบและเห็นแก่ตัวมากเกินไป ถ้าผมเป็น เจอร์เก้น คล็อปป์ คงจะต้องเรียกมาคุยกันสักหน่อย"

เจมี่ คาร์ราเกอร์ ว่าผ่านทาง สกาย สปอร์ต ที่ตัวเองรับบทนักวิเคราะห์เกมไว้อย่างนี้

และ "เขา" ที่พูดถึงจะเป็นใครอื่นไปไม่ได้นอกจาก โมฮาเหม็ด ซาลาห์ หัวใจแนวรุกของ ลิเวอร์พูล

หากใครได้ดูเกม พรีเมียร์ลีก ที่ คราเวน ค็อตเทจ เมื่อวันอาทิตย์คงจะคล้อยตาม "คาร์ร่า" ไม่น้อย



เพราะ ซาลาห์ หวงบอลเกินความจำเป็น จังหวะที่เพื่อนอยู่ในตำแหน่งที่ดีควรจ่ายกลับฝืนครองเอาไว้ ซึ่งไม่เป็นธรรมชาติเลย ยังดีที่ว่าเฆี่ยน ฟูแล่ม ลงได้อย่างหวุดหวิด

ถ้าเทียบกับฤดูกาลก่อนที่เขาแจ้งเกิดบนเวที "เวิล์ด คลาส" เต็มตัว ต้องยอมรับว่าฟอร์มดร็อปลงไปไม่น้อย

ย้อนกลับไปตอนนั้น ซาลาห์ เล่นด้วยสไตล์ตัวเอง ไม่มีดึงดันหรือบิดให้ผิดรูปผิดเหลี่ยม จนเขย่าวงการด้วยความรุนแรงระดับ 10 ริคเตอร์

44 ประตูจาก 52 เกมทุกรายการ รับประกันได้ถึงความเด็ดขาดแน่นอน ในการเช็คบิล รวมไปถึงแอสซิสต์อีกถึง 15 ครั้งด้วยกัน หมายความว่ามีส่วนร่วมกับการได้ประตูของทีมแทบไม่ขาด

แค่ปีแรกก็เขียนประวัติศาสตร์ใหม่ให้กับสโมสรมากมาย ชนิดที่ว่ากองหน้าลูกหม้ออย่าง เอียน รัช , ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ หรือ ไมเคิ่ล โอเว่น รวมไปถึง เฟร์นานโด ตอร์เรส กับ หลุยส์ ซัวเรซ ยังทำไม่ได้

แม้จะไม่อาจช่วย "หงส์แดง" คว้าโทรฟี่มาครอง แต่เขาขึ้นทำเนียบเป็นแข้งที่น่าจับตามองมากที่สุด ไม่ด้อยไปกว่าสองขาใหญ่อย่าง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ หรือ ลิโอเนล เมสซี่ เลย



มูลค่าในตลาดนักเตะของ ซาลาห์ ก็ทะยานขึ้นเกินเท่าตัว จากที่ย้ายมาเพียง 42 ล้านปอนด์เท่านั้น

ทุกอย่างดูดีไปหมด แต่ที่หลายคนอาจเพิกเฉยหรือลืมนึกถึงคือ คมดาบอีกด้านซึ่งก็คือ "ความกดดัน"

ด้วยผลงานเปรี้ยงปร้างเช่นนั้น ดาวเตะอียิปต์ ย่อมเจอกับแรงคาดหวังมหาศาลจากกองเชียร์ตัวเอง ภาระฝากไว้บนหน้าตักเต็มๆ เพราะคิดไปแล้วต้องบันดาลความสำเร็จได้

แม้ "บังโม" จะพยายามไม่ตัวลอย กดตัวเองติดดินเข้าไว้ เมินทำตัวเหมือนซูเปอร์สตาร์ทั่วไป เพื่อลดแรงเสียดทานต่างๆแล้ว แต่ก็ไม่อาจช่วยได้ทั้งหมด

เมื่อคุณถูกทุกคนคาดหวัง แล้วไม่สามารถทำได้ ไม่แปลกที่จะต้องมารับชะตากรรมกลายเป็นเหยื่อไป

เหมือนที่ ซาลาห์ กำลังเผชิญอยู่ในตอนนี้แหล่ะ

-------------------

ฤดูกาลนี้ ซาลาห์ ได้ลงเล่นอย่างต่อเนื่อง แทบไม่มีปัญหาบาดเจ็บคุกคามรบกวน ซึ่งถือเป็นเรื่องดีเยี่ยมมากๆ

ขณะเดียวกันเมื่อเหลือบมองตัวเลขต่างๆแล้ว ต้องบอกเลยว่าไม่ธรรมดา ใน พรีเมียร์ลีก ส่องรวมไปแล้ว 17 ประตูไล่บี้แย่งตำแหน่งดาวซัลโวอย่างไม่ลดละ แล้วเมื่อรวมทุกรายการยอดทะยานถึง 27 เลยทีเดียว



บวกกับอีก 8 แอสซิสต์ พูดตามตรงนี่คือความยอดเยี่ยม จะมีสักกี่คนกันที่ทำได้ขนาดนี้ โดยเฉพาะการขับเคี่ยวในลีกสูงสุดเมืองผู้ดีที่ขึ้นชื่อในความโหดหิน

แต่มันยังเทียบกับซีซั่นก่อนไม่ได้ นั่นคือความอัศจรรย์อย่างแท้จริง จะบอกว่าเป็นปรากฏการณ์ก็ไม่น่าเกินเลยไปนัก

ข้อเปรียบเทียบนี่แหล่ะอันตรายเหลือเกิน หากไปยึดติดหลงกับมันขึ้นมาจะโดนตามหลอกหลอน สลัดให้หลุดยากมากๆ

บางที ซาลาห์ อาจจะกำลังเผชิญกับสถานการณ์เช่นนั้นอยู่

เพราะแรงกดดันอันมาจากการเปรียบเทียบและพลังแห่งความคาดหวัง เลยทำให้เขาเกิดอาการเกร็ง เล่นผิดรูปผิดฟอร์ม จนโดนวิจารณ์หลายต่อหลายครั้ง

ช่วงหลังการทำประตูได้หรือมีส่วนร่วม เป็นเพียงสิ่งปกติของ ซาลาห์ ไม่จำเป็นต้องมาฮือฮาหรือพูดถึงอะไรมากนัก

ต่างจากตอนพลาดขึ้นมา เสียงดังขรมไปทั่ว ก็เพราะว่ามันแทบไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน สายตาผู้คนไม่คุ้นชิน

เจอเข้าอย่างนี้ก็น่าเห็นใจ แต่จะมีกี่มากน้อยที่มองเห็นในมุมนี้บ้าง

ย้อนกลับไปยังเกมนัดชิง ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อปีที่แล้ว ตอน ซาลาห์ เจอเล่ห์เหลี่ยมของ เซร์คิโอ รามอส เล่นงานเสียหลักล้มจนไหล่ชำรุด เล่นต่อไม่ไหว ความหวังของ "เดอะ ค็อป" ทั้งหลายแทบแหลกยับ ทั้งที่เกมยังไม่จบด้วยซ้ำ



อาการโวยวายด่ากราด รามอส เหมือนไปฆ่าใครมา ย่อมสะท้อนความจริงในข้อนี้ได้อย่างดี

สุดท้ายเมื่อ ลิเวอร์พูล ต้องพ่ายให้กับ เรอัล มาดริด ประเด็นไม่มี "บังโม" อยู่ช่วยครบ 90 นาทีถูกหยิบยกขึ้นมาอีก ประมาณว่าถ้าไม่เจ็บซะก่อน อาจได้แชมป์ยุโรปสมัย 6 แล้วก็ได้

อย่างที่บอกไว้ยิ่ง ซาลาห์ รู้สึกกดดันมากขึ้นเท่าไร มันก็ยิ่งฉุดให้ฟอร์มในสนามไม่นิ่งมากขึ้นเท่านั้นแหล่ะ

เพราะจำนวนประตูจากซีซั่นก่อนคือชนักติดหลังอยู่ หลายจังหวะเขาจึงฝืนเลือกที่จะยิงอีก คำนึงถึงเรื่องส่วนตัว มากกว่าเห็นหัวสโมสรแล้ว

แน่นอนว่าเราโยนความผิดให้นักเตะได้ แฟนบอลคือพระเจ้า ไม่มีพวกเขานักเตะเหล่านี้ก็แปรสภาพเป็นคนธรรมดาเท่านั้น

อย่างไรก็ตามเมื่อมองให้ถ้วนทั่วจะเห็นเลยว่า ซาลาห์ ไม่ได้ทำผิดอะไรร้ายแรงเลย แม้จะมีช็อตพลาดให้เห็นบ้าง แต่บ่อยครั้งยังกลับมาแก้ตัวยิงได้หรือทีมก็ยังฮึดคว้าชัยได้อยู่ดี

ทว่ากระแสตอนนี้มันหนักหน่วงเอาเรื่อง จนพานคิดเตลิดกันไปไกลว่า อาจต้องดร็อป ซาลาห์ บ้างแล้ว



มีแฟน"หงส์" คิดกันอย่างนี้จริงๆหรือ?

-----------------------

ในฐานะเป็นกองหน้าประสบความสำเร็จล่าตาข่ายได้เป็นกระบุงโกย จนเข้าไปอยู่ในหอเกียรติยศ พรีเมียร์ลีก ดังนั้น อลัน เชียเรอร์ จึงกล้าที่จะพูดถึง ซาลาห์ แม้ในแง่ลบ

"ฮอตชอต" มองว่าหลังจากกองหน้าอียิปต์สังหารไปแล้ว 17 ประตูในลีก ก็เกิดฝืดขึ้นมาดื้อๆ ไม่อาจลั่นได้ 5 นัดติดเข้าให้แล้ว ต้องมีอะไรบางอย่างผิดเพี้ยนไป

แล้วจึงลงความเห็นตามประสาอาบน้ำร้อนมาก่อนว่า ซาลาห์ กำลังต่อสู้กับความกดดัน ซึ่งก็คือการไฟต์กับตัวเองอยู่นั่นแหล่ะ

เชียเรอร์ ยังบอกอีกว่าในขณะที่กำลังหมกมุ่นตรงนี้มากเกิน เลยมองข้ามสไตล์การเล่น ซึ่งคู่ต่อสู้เริ่มจะรู้แกวดักทางถูกว่าจะมาไม้ไหน



ช็อตเด็ดเอี้ยวยิงด้วยซ้าย ซึ่งเคยเป็นเครื่องหมายการค้า คลายพิษสงไปมาก เบี่ยงตัวเปิดหน้าเท้ามาเมื่อไรกองหลังหรือผู้รักษาประตูพร้อมจะรับมือแล้ว

จากนั้นความกดดันก็ค่อยๆรุกคืบมาทำลายความมั่นใจที่เคยมี อันเป็นผลให้มีเสียงเรียกร้องให้ เจอร์เก้น คล็อปป์ ลองปรับดูบ้าง ก่อนจะสายเกินไป

ช่วงเวลาเข้าไคลอย่างนี้ แทนที่ ซาลาห์ จะเป็นฟันเฟืองเครื่องจักรชิ้นสำคัญ กลับลงมายืนให้ครบ 11 ตัว อาศัยว่า ซาดิโอ มาเน่ เข้าฝักพอดี อีกทั้งเกมรับอันเหนียวแน่น ทำให้ ลิเวอร์พูล ยังยืนหยัดบนเส้นทางต่อไปได้

คำถามที่น่าสนใจคือ หากดร็อปจริงขึ้นมา จะปรับกลยุทธ์อย่างไร แล้วใครจะเหมาะสมแทน?

ลิเวอร์พูล อาจมีอะไหล่รุกหลายต่อหลายคน แต่คนไหนล่ะที่จะมาช่วยสร้างความสมดุลและประสานงาน มาเน่ กับ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ ได้ไหลลื่นลงล็อก

เซอร์ดาน ชากิรี่ , แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ , ดิว็อก โอริกี้ หรือ จะดัน อดัม ลัลลาน่า มาเล่นบุกเต็มที่ตามถนัด



อย่าลืมว่านี่อยู่ในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานมากๆ การเปลี่ยนเอานักเตะสำคัญสุดในแนวรุกออกไป ย่อมไม่ใช่เรื่องดีเอาซะเลย

สิ่งที่ต้องทำไม่ใช่การดร็อปตามอารมณ์ของแฟนบอลบางคนหรอก

คล็อปป์ ควรจะเรียกลูกทีมมาคุยเอง หาทางกระตุ้นกลับสู่เส้นทางเดิมให้ได้หรือช่วยลดความกดดันที่ ซาลาห์ กำลังแบกอยู่ในไหล่ลู่ทั้งสองข้าง

ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม ต้องพยายามดึงเขาให้หลุดพ้นจากหล่มที่ติดอยู่นั้นเร็วที่สุด ปล่อยไว้เนิ่นนานในท้ายซีซั่นแบบนี้ "หงส์แดง" จะเสียเปรียบเอาได้

อย่าปล่อยให้บางคำพูดมาทำลายง่ายๆ เพราะถ้า ซาลาห์ ความรู้สึกเปราะบางมากๆ เรื่องนี้ต้องระวัง มันละเอียดอ่อนจริง



และแม้จะแซงขึ้นมานำจ่าฝูง แต่ต้องไม่ลืมว่า แมนฯ ซิตี้ เป็นฝ่ายกุมชะตาตัวเองไว้ ยังไงก็ครองความได้เปรียบอยู่

ท่องไว้ให้ขึ้นใจเลยว่า ความกดดันนี่แหล่ะน่ากลัวสุดในสถานการณ์หมิ่นแหม่เช่นนี้

ถ้าไม่อาจก้าวข้ามหรือฝ่าไปได้ คุณก็ต้องยอมรับผลลัพธ์สุดท้ายให้ได้ด้วย

---------------------------------------------

เห็นก่อน อ่านก่อน !!
กด "ติดตาม" และเลือก "เห็นโพสต์ก่อน (See First) "

https://www.facebook.com/cheerball/

 
บทความดีๆ เรื่องราวกีฬาฟุตบอล
เรานำเสนอให้คุณได้อ่านทุกวัน

---------------------------------------------

ไม่ว่าจะผิดหวังกดดันท้อแท้มากแค่ไหน ขอแค่อย่ายอมแพ้ ยังมีหนทางอีกมากมายที่จะนำพาคุณคืนฟอร์มไปสู่ความสำเร็จ MYSBOBET ขอร่วมเป็นกำลังใจให้ "โม ซาลาห์" อยากให้คุณประสบความสำเร็จ มาใช้บริการเราสิ รับรองไม่ผิดหวัง ติดต่อมาเลยที่  https://line.me/R/ti/p/@mysbo9 หรือโทรที่ 08-0003-1188 / 08-0003-1177
Facebook Comment