ข่าว

คนนอกไม่มีวันเข้าใจ?

อัพเดตเมื่อ : March 20, 2019 1:47am โดย : admin

ปกติแล้ว ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ไม่ค่อยจะหล่นปากชื่นชมใครง่ายๆ ยกเว้นคนเดียวเท่านั้น ที่สรรเสริญเยินยอไม่หยุดหย่อน แถมให้ความเคารพนับถือราวกับพ่อคนหนึ่ง

โชเซ่ มูรินโญ่ คือคนที่ว่านั่นแหล่ะ

ความสำเร็จเมื่อครั้งร่วมงานที่ อินเตอร์ มิลาน ด้วยกัน ช่วยหล่อหลอมความรู้สึกของ "อิบรา" ให้เทิดทูนกุนซือโปรตุกีสมากกว่าใครทั้งหมด

เช่นเดียวกัน มูรินโญ่ ก็ดูจะไว้เนื้อเชื่อใจอดีตลูกทีมรายนี้อย่างมาก ถึงขั้นดึงกลับมาลงเรือลำเดียวกันสมัยอยู่ แมนฯ ยูไนเต็ด อีก 2 ปี

แค่ปีแรกที่ย้ายมา "อิบรา" ก็มีส่วนผลักดันให้ "ปีศาจแดง" ครอง 2 แชมป์ ไม่ว่าจะเป็น ลีกคัพ หรือ ยูฟ่า ยูโรปา ลีก นั่นยิ่งเพิ่มแรงมั่นใจให้กับ มูรินโญ่ เข้าไปอีก



ธรรมชาติของดาวเตะสวีดิชรายนี้ จะเต็มไปด้วยความยโส เย่อหยิ่ง มั่นใจในตัวเองสูงปรี๊ด ยากที่จะเข้าถึงง่ายๆ ซึ่งคล้ายกับ มูรินโญ่ นี่แหล่ะ

จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ทั้งสองคนไปด้วยกันได้อย่างดี แทบไม่เคยขัดแย้งกันเลย

อย่างเดียวที่ "อิบรา" สร้างความอึดอัดและลำบากใจให้กับเจ้านายคือ ไม่รู้จะจับดร็อปตอนไหนดี เป็นนักเตะที่ได้รับสิทธิพิเศษอยู่เนืองๆ

มูรินโญ่ เรียกตัวเองว่า "เดอะ สเปเชี่ยลวัน" คนอื่นอาจจะไม่เชื่อน้ำยา แต่สำหรับ "อิบรา" แล้วนั่นคือความจริง ไม่ได้เกินเลยอะไรสักนิด

ช่วงต้นปี 2018 "อิบรา" ตกลงใจย้ายกลางคันไปเล่นกับ แอลเอ กาแล็คซี่ ก็ไม่ได้บาดหมางหรือมีปัญหากับเจ้านาย



เพียงแต่เห็นว่าสภาพร่างกายเริ่มแย่ เผชิญกับอาการบาดเจ็บถี่ยิบ อีกทั้งบอลอังกฤษทั้งแรงและหนัก เลยตัดสินใจไปเล่นในลีกที่เบากว่า นำความเสียดายมาให้ มูรินโญ่ อย่างยิ่ง

เขาพยายามที่จะทัดทานยับยั้งให้ "อิบรา" เปลี่ยนใจแล้ว แต่ไม่เป็นผล จึงต้องแยกทางกันเดิน

แล้วเมื่อปลายปีที่ผ่านมา ก่อน มูรินโญ่ จะโดน แมนฯ ยูไนเต็ด ขับพ้นจากเก้าอี้ผู้จัดการทีม มีข่าวว่าวางแผนจะยืมตัวลูกทีมคู่บุญรายนี้มากู้วิกฤต เพราะเชื่อว่ามีอิทธิพลและบารมีมากพอที่จะช่วยประสานรอยร้าวต่างๆในทีมให้ดีขึ้นได้

ช่วงนั้น "อิบรา" เคยให้ความเห็นว่า ต้นตอที่ทำให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ล้มเหลวไม่เป็นท่า มาจากตัวนักเตะบางคน ที่ไม่ยอมตอบสนองแท็คติกของ มูรินโญ่

มุมมองของเขาคือนักเตะที่ก่อปัญหา ไม่ใช่ผู้จัดการทีม ซึ่งนี่คือการปกป้องกันอย่างชัดเจน

อาจเป็นไปได้ว่าหากไม่ใช่ มูรินโญ่ เป็นกุนซือ ดาวถล่มประตูสวีดิชคงจะไม่คิดย้ายมาเล่นกับ แมนฯ ยูไนเต็ด


สังเกตกันให้ดีตอน มูรินโญ่ ไม่อยู่ในทีมแล้ว ปฏิกิริยาของ อิบรา ที่มีต่อ "ปีศาจแดง" ก็เปลี่ยนไปด้วย แทบไม่เคยแสดงออกถึงความรักความห่วงใยกันเลย

ตรงกันข้ามกลับออกมาพูดในแนวโจมตีอีกต่างหาก ราวกับว่าเป็นคนอื่นคนไกล ไม่เคยรู้จักกัน

---------------------



"พวกเขาไม่ได้อยู่กับสโมสรอีกต่อไปแล้ว ไปโผล่หน้าบนจอทีวีและพล่ามบ่นเรื่อยเปื่อยอยู่ตลอด ทั้งที่ไม่ได้เป็นพนักงานอะไรของ แมนฯ ยูไนเต็ด เลย"

"ถ้าพวกเขาอยากทำงานในสโมสรจริง ก็ควรจะไปหาว่างานตำแหน่งไหนว่างอยู่สิ คุณจะไปโผล่บนทีวีแล้วเอาแต่บ่นกับตำหนิอยู่ตลอดเวลาไม่ได้หรอก"
 
"ส่วน  ป็อกบา เคยอยู่กับทีมในตอนที่ยังอายุน้อย ก่อนที่จะย้ายออกไป และกลับมาอยู่กับทีมอีกรอบ ซึ่งพวกนักเตะของ เฟอร์กูสัน ไม่ชอบอะไรแบบนั้นแน่"

"เพราะอยู่ภายใต้การสั่งสอนของ เฟอร์กูสัน มาทั้งชีวิต และไม่เคยย้ายหนี ดังนั้นพอพูดอะไรสักอย่างในตอนนี้แล้ว ผมก็ไม่รู้ว่าต้องขออนุญาติอดีตเจ้านายด้วยหรือไม่"

ข้างบนคือบางส่วนที่ อิบรา เปิดใจล่าสุดเกี่ยวกับสถานการณ์ปัจจุบันของ แมนฯ ยูไนเต็ด

จับความระหว่างบรรทัดพอจะเข้าใจไม่ยาก เขาพาดพิงกลุ่มนักเตะเก่าของ แมนฯ ยูไนเต็ด ที่ไปรับบทวิเคราะห์เกม แล้วมักจะโจมตี มูรินโญ่ อยู่เสมอ จนกระทั่งสมใจนึก มีการเปลี่ยนแปลง

แกรี่ เนวิลล์ , พอล สโคลส์ หรือ ริโอ เฟอร์ดินานด์ ล้วนแต่อยู่ในข่ายโดนแขวะด้วยกันทั้งสิ้น



อย่างที่เรารับรู้กัน ก่อน มูรินโญ่ จะชะตาขาด ต้องโดนอดีตแข้ง"ผี"เหล่านี้ รุมเล่นงานอยู่เสมอ ยิ่งในวันที่ปราชัยพ่ายหมดรูป จะเจอหนักจนยากรับมือไหว

บางครั้งกุนซือโปรตุกีสถึงกับอดรนทนไม่ได้ มีการแสดงเชิงสัญลักษณ์ตอบโต้เอาคืน ในวันที่ทีมชนะขึ้นมาบ้าง

ประเด็นที่น่าสนใจคือ เมื่อไร้เงา มูรินโญ่ แล้ว ผลงานของทีมกระเตื้องขึ้นอย่างชัดเจน ภายใต้การกุมบังเหียนของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ซึ่งสร้างความพอใจให้กับคนกลุ่มนี้มาก

จากตำหนิติเตียนไม่เว้นแต่ละวัน ผันเปลี่ยนเป็นคำสดุดียกย่อง ทำเหมือนกับว่า มูรินโญ่ อ่อนพรรษายิ่งนักในการเป็นกุนซือ มันน่าจะกระตุ้นให้ "อิบรา" เองรู้สึกหงุดหงิดเข้าไปอีก



ส่วนหนึ่ง "อิบรา" อาจจะมองว่า โซลชา มีความผูกพันกับที่นี่ ซึ่งเป็นต้นทุนสำคัญอยู่แล้ว อีกทั้งเคยร่วมงานกับพวกกลุ่มนี้ จนประสบความสำเร็จอย่างมากมาย

เขาอาจจะยังเชื่อว่าสาเหตุที่ มูรินโญ่ ไม่ได้ไปต่อ ไม่น่าจะมาจากเรื่องความสามารถ แต่มีแรงกระเพื่อมที่เกิดจากการต่อต้านของบางพวก

ก่อนหน้านี้ "อิบรา" แทบไม่เคยพูดถึง แมนฯ ยูไนเต็ด ในแง่ลบเลย เพิ่งจะมีก็เที่ยวนี้แหล่ะ เหมือนกับว่าอัดอั้นตันใจเก็บไว้มานาน ต้องการจะปลดปล่อยบ้าง

ทั้งที่ผลงานของทีมในวันนี้ แทบจะต่างกันอย่างสิ้นเชิงกับสมัย มูรินโญ่ คุมก็ตาม

รวมไปถึงเคสของ ปอล ป็อกบา ซึ่งเคยโดนเสียงวิจารณ์ถล่มอย่างหนักหน่วง โดยเฉพาะมัวแต่สนใจเปลี่ยนทรงผม มากกว่าตั้งใจเล่นในสนาม



"อิบรา" เลยโยงว่าเรื่องแต่หนหลัง เมื่อครั้งย้ายหนีไป ยูเวนตุส แล้วทำให้ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เจ็บใจ น่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องให้เจอเล่นจนอ่วมด้วย

ไม่เกินเลยไปนักหากจะบอกว่า "อิบรา" เหม็นขี้หน้าอดีตนักเตะที่ว่าเหล่านี้จริงๆ

และไม่กลัวที่จะต้องเปิดศึกด้วย

----------------------

"ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นมันก็จะมีคนเอายุคของ เฟอร์กูสัน มาเป็นตัวตัดสินเพื่อทำการเปรียบเทียบอยู่เสมอ"

"พวกเขาจะพูดประมาณว่า -ถ้า เฟอร์กูสัน ยังอยู่ที่นี่ มันก็คงไม่มีทางเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น, เฟอร์กูสัน - จะไม่มีวันทำแบบนั้น, เฟอร์กูสัน - จะไม่มีวันทำแบบนี้ ทุกอย่างจะต้องเกี่ยวข้องกับ เฟอร์กูสัน ไปหมด"
 
"ถ้าเป็นผมนะ จะบอกเลยว่าไม่ได้มี เฟอร์กูสัน เป็นกุนซืออีกแล้วและมาที่นี่ก็เพราะอยากสร้างประวัติศาสตร์ของตัวเองเท่านั้น"

"ผมอยากสร้างเรื่องราวเอง ดังนั้นผมเลยไม่อยากได้ยินว่ามันเคยเกิดอะไรขึ้นที่นี่ ผมอยากทำปัจจุบันให้ดีที่สุด คุณจะเข้ามาอยู่กับทีมด้วยแนวคิดแบบใหม่"
 
"จริงอยู่ว่า เฟอร์กูสัน เป็นคนที่ยิ่งใหญ่จนถูกจารึกอยู่ในหน้าประวัติศาสตร์ของสโมสรแห่งนี้ แต่ตอนนี้สโมสรเดินไปข้างหน้าแล้ว ควรต้องหาเอกลักษณ์ของตัวเองให้เจอ และนั่นเป็นเรื่องที่ทำได้ยากมาก"

นี่คืออีกชุดใหญ่ที่ "อิบรา" จัดให้ ซึ่งไปดึงเอา "เฟอร์กี้" ปูชนีย์บุคคลของสโมสรมาเกี่ยวข้องด้วย

ว่ากันตามตรงเขาไม่ได้พูดเกินเลยอะไรหรอก มันออกจะเป็นเรื่องจริงด้วยซ้ำไป ภาพจำของ "เฟอร์กี้" ยังอยู่ในความรู้สึกของใครต่อใคร จนชอบนำมาเปรียบเทียบเสมอ

เหมือนจะจิกกัดด้วยว่า จนทุกวันนี้มี โซลชา เป็นผู้จัดการทีม ก็ยังคงหมุนเวลาย้อนไปหาอดีต ว่ากันแต่เรื่องราวเก่าๆซ้ำซาก ต้องเอาไปโยงไม่ว่าทางใดทางหนึ่งตลอด



เชื่อเถอะว่าสิ่งที่ "อิบรา" พูดออกมานี่ น่าจะสร้างความไม่พอใจให้สาวก "ปีศาจแดง" หลายต่อหลายคน

ยิ่งประเด็นไปลากเอา "เฟอร์กี้" มาอยู่ในเฟรมอย่างนี้ด้วยแล้ว มันละเอียดอ่อนอย่างมาก ทั้งรู้อยู่ว่านี่คือบุคคลสำคัญสูงสุดของสโมสร ไม่ควรไปแตะต้องด้วยซ้ำ

แล้วก็เห็นกันอยู่ว่าเวลานี้บรรยากาศและสถานการณ์ต่างๆของทีมกระเตื้องขึ้น เป็นเพราะการดึงเอานักเตะเก่า รวมไปถึง "เฟอร์กี้" เข้ามามีส่วนร่วมอีกครั้งต่างหาก

มันชัดเจนมากๆ เมื่อเปรียบเทียบกับตอน มูรินโญ่ ยังคุมอยู่ ซึ่งช่วยไม่ได้เลยที่จะเกิดการเปรียบเทียบขึ้น

เหมือนอย่างที่ ไรอัน กิ๊กส์ ต้องออกมาตอบโต้ว่า นายเป็นแค่คนนอกจะมาเข้าใจอะไรเรื่องแบบนี้



"ผมถามหน่อยว่า เขาจะมารู้เรื่องสโมสรแห่งนี้ดีกว่าพวกเราไปได้ยังไง?"

เมื่อมุมมองของ "คนนอก" ต้องมาปะทะกับจารีตอันเข้มขลังในความรู้สึกของ "คนใน"

ดูแล้วเรื่องนี้ไม่น่าจะจบลงง่ายๆแน่

ต่างคนก็ต่างความคิด ต่างมุมมอง แต่อย่าลืมว่าสิ่งที่ทุกคนต้องการที่สุดคือเห็น แมนฯ ยูไนเต็ด ประสบความสำเร็จ  MYSBOBET อยากให้คุณประสบความสำเร็จ มาลงทุนกับเราสิ ยังไงสักวันความมั่งคั่งก็จะหล่นลงบนตักคุณแน่นอน ติดต่อเรามาเลย  https://line.me/R/ti/p/@mysbo9 หรือโทรที่ 08-0003-1188 / 08-0003-1177

---------------------------------------------

เห็นก่อน อ่านก่อน !!
กด "ติดตาม" และเลือก "เห็นโพสต์ก่อน (See First) "

https://www.facebook.com/cheerball/

 
บทความดีๆ เรื่องราวกีฬาฟุตบอล
เรานำเสนอให้คุณได้อ่านทุกวัน

---------------------------------------------
Facebook Comment