ข่าว

ผู้นำปฏิปักษ์ฟุตบอล (ตอน1)

อัพเดตเมื่อ : March 21, 2019 2:23am โดย : admin

15 วันหลังจาก เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เข้ารับตำแหน่งผู้จัดการทีม แมนฯ ยูไนเต็ด ก็ได้รับข่าวที่ไม่ค่อยสู้ดีเท่าไรนัก

แม่ของ "เฟอร์กี้" ซึ่งอาศัยอยู่แถบ กลาสโกว์ ต้องเข้าโรงพยาบาลด่วนอีกครั้ง หลังอาการมะเร็งปอดกำเริบขึ้นมา

เขารีบจองตั๋วเครื่องบินด่วนกลับไปเยี่ยมทันที ระหว่างที่รออยู่ในโรงพยาบาลเซาธ์เทิร์น เจเนอรัล เพิ่งเริ่มสังเกตว่าสถานที่ทรุดโทรมลงไปมาก

นึกแล้วก็ได้แต่เจ็บแค้นใจรัฐบาลของ มาร์กาเร็ธ แธตเชอร์ นายกรัฐมตนตรีของสหราชอาณาจักร ในเวลานั้น ที่มีนโยบายนำระบบสาธารณสุขของประเทศ ออกจากระบบราชการ

เพราะทำให้ โรงพยาบาล แต่ละแห่ง ไม่มีงบประมาณมากพอเพื่อปรับปรุงอุปกรณ์และเครื่องมือทางการแพทย์ให้ทันสมัยขึ้น ทั้งที่เมื่อก่อนไม่ใช่อย่างนี้ คนรากหญ้าต่างเข้าถึงโอกาสในการรักษาโรคภัยไข้เจ็บอย่างดี

แน่นอน "เฟอร์กี้" ไม่ชอบเจ้าของฉายา "The Iron Lady" หรือ "นางสิงห์เหล็ก" ตามที่สื่อไทยตั้งให้อย่างมาก

เพราะ แธตเชอร์ ไม่ได้แค่เป็นผู้นำของพรรคอนุรักษ์นิยม ซึ่งเป็นปฏิปักษ์กับพรรคแรงงานที่ "เฟอร์กี้" คือผู้สนับสนุนหลักเท่านั้น



แต่ "นางสิงห์เหล็ก" ยังเปลี่ยนแปลงชีวิตความเป็นอยู่ผู้คนทางเหนือของอังกฤษไปอย่างสิ้นเชิง จากนโยบายต่างๆของเธอ

การลดบทบาทความสำคัญของอุตสหกรรม ซึ่งเป็นหัวใจหลักหล่อเลี้ยง แมนเชสเตอร์ กับ ลิเวอร์พูล ส่งผลให้คนแถบนั้นต้องเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจถดถอยอย่างมาก

ความอดอยากปากหมองลามสะพัดไปทั่ว นอกจากนี้ยังลดสวัสดิการต่างๆอีก เพื่อหวังจะนำ ยูไนเต็ด คิงดอม หรือ "ยูเค" เดินหน้าสู่ตลาดเสรีอย่างเต็มรูปแบบ พร้อมทั้งให้ความสำคัญเรื่องการเงินการลงทุน เทียมหน้าเทียมตา มหาอำนาจอื่นๆ

การกดปุ่มไฟเขียวให้นายทุนต่างชาติเข้ามาแปรรูปรัฐวิสาหกิจ ก็ยังส่งผลกระทบเข้ากระแทกลำคนทางเหนือด้วยเช่นกัน

แล้วในขณะที่สภาพเศรษฐกิจยวบยาบ ยังนำประเทศเข้าสู่สงครามฟอล์กแลนด์กับ อาร์เจนตินา อีกต่างหาก เพียงเพื่อหวังเรียกคะแนนเสียงของตัวเอง



ด้วยความที่ แธตเชอร์ มาจากครอบครัวที่มีฐานะ จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยชั้นนำอย่าง อ็อกซ์ฟอร์ด อีกทั้งมีแนวคิดทางการเมืองแบบขวา จึงไม่น่าแปลกใจที่จะเลือกนโยบายเช่นนี้

นั่นเลยทำให้คนจากสองเมืองหลักทางเหนือ แมนเชสเตอร์ และ ลิเวอร์พูล หรือขยับขึ้นไปทางสก๊อตแลนด์ ซึ่งมีจำนวนมากเป็นพวกใช้แรงงาน ประกาศตัวเป็นศัตรูกับ "นางสิงห์เหล็ก"

ประเด็นสำคัญไม่ใช่แค่เรื่องปากท้องความเป็นอยู่เท่านั้น ที่ทำให้เหล่า "สเกาท์เซอร์" และ "แมนคูเนี่ยน" ทั้งหลายเกลียด แธตเชอร์

เพราะยังมีเรื่องของฟุตบอล ซึ่งเป็นปัจจัยที่ห้าของคนเหนือมาเกี่ยวข้องอีก

มันหนักหนาสาหัสไม่น้อยไปกว่ากันเลย

------------------

แธตเชอร์ คือหัวเรือใหญ่ของอนุรักษ์นิยม นำนาวาฝ่าคลื่นลมจนตัวเองได้นั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรี ถึง 3 สมัยติดต่อกัน ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายเลยสำหรับผู้หญิงที่จะก้าวขึ้นมาครองอำนาจในยูเค

หลังจบสงครามโลกครั้งที่สอง ชาวเมือง ลิเวอร์พูล ต้องอยู่อย่างยากแค้นกว่าใคร พวกเขาพยายามเรียกร้องให้รัฐบาลช่วยเหลือ แต่ไม่มีเสียงตอบรับจากทาง ลอนดอน เลยสักนิด ปล่อยไปตามยถากรรม

กระทั่งเกิดการลุกฮือจลาจลครั้งใหญ่ในปี 1981 ซึ่งก็ไม่อาจเปลี่ยนแปลงนโยบายอะไรได้เลย พวก "ลิเวอร์พัดเลี่ยน" หรือ "สเกาท์เซอร์" เหมือนเป็นพลเมืองชั้นสอง ได้แต่มองตาปริบๆ



แนวทางของ แธตเชอร์ ช่วยลดภาวะเงินเฟ้ออย่างหนักในตอนนั้นได้ก็จริง แต่ในอีกด้านผู้คนลำเค็ญยากเข็นมากขึ้นกว่าเดิม จนถึงขั้นไม่มีแม้แต่ ขนมปัง และ นม จะกิน

อีกทั้ง "นางสิงห์เหล็ก" ยังเชื่ออีกด้วยว่าเกมลูกหนังคือสิ่งที่มอมเมาผู้คน นอกเหนือไปจากวัฒนธรรมการดื่มอันหนักหน่วงของทางเหนือ

เรื่องนี้ถูกตอกหัวตะปูย้ำจากโศกนาฏกรรมที่ เฮย์เซล สเตเดี้ยม ประเทศเบลเยียม ในเกมนัดชิง ยูโรเปี้ยน คัพ หรือ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ในปัจจุบันเมื่อปี 1985 ซึ่ง ลิเวอร์พูล เผชิญหน้ากับ ยูเวนตุส

ก่อนเกมเริ่มไม่เท่าไร กองเชียร์ทั้งสองทีมยั่วยุกันไปมา จนทางฝั่ง "เดอะ ค็อป" นับร้อยคนกรูเข้าหา บีบฝ่าย "ม้าลาย" ต้องถอยร่น แล้วเรื่องไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เมื่อกำแพงที่รับน้ำหนักไม่อยู่ถล่มลงมา จนทำให้มีผู้เสียชีวิต 39 คน ซึ่งเป็นชาว อิตาเลี่ยน ถึง 32 คนด้วยกัน

นอกจากสโมสรจากอังกฤษถูกลงโทษห้ามเข้าร่วมชิงชัยถ้วยยุโรปทั้ง 3 รายการเป็นเวลา 5 ปีและ ลิเวอร์พูล โดนไป 6 ปีแล้ว เรื่องนี้สร้างความโกรธกริ้วให้กับรัฐบาลของ แธตเชอร์ ยิ่งนัก



มันเป็นความอับอายที่ต้นเหตุแห่งการสูญเสีย มาจากคนอังกฤษและด้วยความที่ไม่ลงรอยกับชาวเมือง ลิเวอร์พูล อยู่แล้ว ทุกอย่างจึงดูแย่หนักไปหมด

ว่ากันว่าบทลงโทษจาก สหพันธ์ฟุตบอลยุโรป หรือ ยูฟ่า ที่ไม่เป็นธรรมกับสโมสรอื่นด้วยนั้น เป็นเพราะ แธตเชอร์ อยู่เบื้องหลังบีบให้มีมาตรการเด็ดขาด เพื่อจะได้หลาบจำไม่ก่อเหตุซ้ำอีก

ช่วงนั้นมีสโมสรเล็กๆไม่น้อยที่เขย่าวงการลูกหนังเมืองผู้ดี ครองแชมป์บอลถ้วย ไม่ว่าจะเป็น วิมเบิลดัน, โคเวนทรี, อ๊อกซ์ฟอร์ด ยูไนเต็ด และ ลูตัน ทาวน์ แต่กลับไม่มีโอกาสได้สร้างประวัติศาสตร์สัมผัสเกมยุโรปตามสิทธิ์ที่ควรได้รับ

การลงโทษในลักษณะนี้ก็แน่นอนไม่ใช่หรือว่า แฟนบอลทีมอื่นย่อมเกลียดพวก "เดอะ ค็อป" ไปด้วย เพราะนี่คือต้นตอสำคัญ

ไม่ผิดนักหากจะบอกว่า แธตเชอร์ ยืมมือแฟนบอลจากทั่วทั้งยูเค เพื่อฆ่า ลิเวอร์พูล ให้ไม่ได้ผุดได้เกิดโดยเฉพาะ

เพราะมันยังลามไปถึงการไล่ปราบปราม "ฮูลิแกน" หรือ "อันธพาลลูกหนัง" ที่ระบาดหนักมากในยุคต้นทศวรรษที่ 80

แธตเชอร์ กล่าวหาว่าสนามฟุตบอลหรือในวันที่มีแมตช์นี่แหล่ะ เป็นแหล่งซ่องสุมที่สำคัญของพวกแก๊งเหล่านี้ ที่คอยก่อเหตุจลาจลป่วนบ้านเมือง



ต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่าการกำเนิดขึ้นมาของ "ฮูลิแกน" ส่วนหนึ่งมาจากการเปลี่ยนแปลงทางสภาพเศรษฐกิจและสังคม ปัญหาการเหยียดผิวที่ไม่ได้รับการแก้ไข จำนวนการก่ออาชญากรรมที่สูงขึ้น แต่รัฐบาลเมินจะหาวิธีกำจัดอย่างจริงจัง

เหตุวิวาทที่เกิดมาจากฟุตบอลครั้งแล้วครั้งเล่า สร้างความโมโหให้ แธตเชอร์ ยิ่งนัก ยิ่งเมื่อได้ขึ้นมากุมอำนาจแบบเต็มที่จึงไม่รีรอที่จะปราบปรามให้อยู่หมัด

ก่อนหน้า โศกนาฏกรรมเฮย์เซล จะเกิดขึ้นไม่นาน เหล่าอันธพาลลูกหนังได้ออกอาละวาดหนักมาก โดยเฉพาะกองเชียร์ มิลล์วอลล์ ที่เล่นใหญ่ตลอด จัดหนักฝ่ายตรงข้ามจนบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก

แธตเชอร์ จึงถือโอกาสใช้เหยื่อ 39 ชีวิตนี่แหล่ะ มาเป็นเครื่องมือและอำนาจต่อรอง โดยอ้างว่า ฟุตบอล คือศูนย์รวมของอาชญากรรมของจริง

แล้วเหมือนการเขียนสคริปต์กันไว้ เพราะการสูญเสียที่เฮย์เซลนั้น ส่วนหนึ่งมาจาก "เดอะ ค็อป" หัวรุนแรง ที่หวังจะไปประกาศศักดาว่าข้าไม่ได้เป็นใหญ่แค่ในสนามอย่างเดียวเท่านั้น แต่หวังจะสร้างความยำเกรงนอกสนามด้วย

การปราบปราม "ฮูลิแกน" จึงถูกบรรจุเข้าในแผนของรัฐบาลอังกฤษด้วย หวังผลักดันให้เป็นวาระแห่งชาติกันเลยทีเดียว



จากที่ไม่ลงรอยกันอยู่แล้ว พวกชาวเมือง ลิเวอร์พูล ยิ่งโกรธแค้นผู้นำของตัวเองหนักกว่าเดิมหลายเท่า เพราะนอกจากจะไม่เคยได้รับการเหลียวแลอะไรเลยสักนิด ยังยัดเยียดความชั่วต่างๆมาให้อีกด้วย

ในขณะเดียวกันแฟนบอลของหลายสโมสรก็ต่อต้านแนวคิดนี้ของ แธตเชอร์ ด้วยเช่นเดียวกัน โดยมองว่าให้ความสำคัญกับพวกชนชั้นมีการศึกษา แต่ไม่เคยคิดจะจุนเจือคนรากหญ้า ทั้งที่เป็นพลังขับเคลื่อนสำคัญของประเทศ

งานนี้จึงไม่ใช่เป็นการห้ำหั่นกันระหว่าง แธตเชอร์ กับ "เดอะ ค็อป" เท่านั้น

แต่ "นางสิงห์เหล็ก" ยังท้าชนแฟนบอลเกือบทั่วประเทศอีกด้วย

เรื่องนี้ยังมีต่ออีกครับ ไม่จบง่ายๆ โดยเฉพาะกรณีโศกนาฎกรรมฮิลส์โบโร่ ที่ดราม่าไม่แพ้กัน ให้เข้ากับบรรยากาศเลือกตั้งบ้านเราด้วย

พรุ่งนี้มาว่ากันต่อครับ


หากใครได้อ่านและรับรู้เรื่องราวที่เราอาจไม่เคยรู้ ไม่เคยได้ฟังมาก่อนแล้ว ก็อย่าลืมมาลองแวะชมเว็บไซต์น่าสนใจอย่าง MYSBOBET กันสักหน่อย รับรองมอบความตื่นเต้น บริการสะดวกรวดเร็ว ติดต่อมาเลยที่ https://line.me/R/ti/p/@mysbo9 หรือโทรที่ 08-0003-1188 / 08-0003-1177

---------------------------------------------

เห็นก่อน อ่านก่อน !!
กด "ติดตาม" และเลือก "เห็นโพสต์ก่อน (See First) "

https://www.facebook.com/cheerball/

 
บทความดีๆ เรื่องราวกีฬาฟุตบอล
เรานำเสนอให้คุณได้อ่านทุกวัน

---------------------------------------------
Facebook Comment