ข่าว

เหมือนกันแต่เรียนรู้ได้ต่างกัน

อัพเดตเมื่อ : March 27, 2019 5:45pm โดย : KingKong

     ทีมชาติไทย 2 ชุดคือ ชุดใหญ่ และ ยู-23 พ่ายคู่แข่ง 0-4 เหมือนกัน แต่ความรู้สึกที่เกิดขึ้นต่างกันราวฟ้ากับเหว
    
     ไม่มีใครติดใจมากนักกับผลการแข่งขันของช้างศึกชุดใหญ่ในการลงสนามพบทีมระดับโลกอย่างอุรุกวัย เพราะมองว่าเป็นเกมที่มีแต่ได้กับได้
    
     ได้เจอทีมท็อปเทนของโลกและเป็นอดีตแชมป์โลกถึง 2 สมัย
    
     ได้เจอนักเตะที่ค้าแข้งในลีกชั้นนำของยุโรปซึ่งต้องลงแข่งกับนักเตะระดับโลกอยู่ทุกสัปดาห์
    
     ได้เห็นการเล่นที่ "เหนือกว่า" เราทั้งวิธีการเล่นเกมรุก-รับ การเล่นเป็นทีม ความสามารถเฉพาะตัว และทัศนคติแบบมืออาชีพ
    
     ได้ประสบการณ์ล้ำค่าที่ไม่รู้ว่าจะเกิดขึ้นอีกเมื่อไหร่หรือใช้เงินมากแค่ไหน
    
     เป็นการแพ้ที่ได้เรียนรู้และสร้างแรงกระตุ้นในด้านบวกได้อย่างมาก
    
     ต่างจากสิ่งที่เกิดขึ้นกับทีมชุดยู-23
    
     อารมณ์ของแฟนบอลเหมือนถูกกระตุกให้กลับมาอยู่กับความจริงในช่วงเวลาห่างกันเพียง 24 ชั่วโมง
    
     หลังจบ 90 นาทีกับอุรุกวัย เรามองไปข้างหน้าและตัวลอยไปกับการที่ทีมชุดใหญ่ได้เจอทีมระดับโลก บางช่วงของเกมที่เราต่อบอลได้ หรือบางจังหวะที่ "เจ-ชนาธิป" พลิกบอลสวยๆ หนีตัวประกบ ความรู้สึกฮึกเหิมเกิดขึ้นไม่มากก็น้อย
    
     แต่แล้วกลับเป็นทีมในอาเซียนด้วยกันนี่แหละที่ดึงเรากลับสู่ความจริง เหมือนสะดุ้งตื่นตกใจขึ้นมากลางดึกทั้งที่กำลังหลับฝันดี
    
     เวียดนามช่วยตบหน้าให้ได้สติว่าแท้จริงแล้วเรายังไม่ได้ขยับไปไหน
    
     เราแพ้เวียดนามราบคาบโดยเฉพาะในเรื่องของ "ทัศนคติ"
    
     ความสามารถเฉพาะตัวไม่ต่างกันมาก วิธีการเล่นก็เป็นสิ่งที่สตาฟฟ์โค้ชแทนซึ่งนำโดย อเล็กซานเดอร์ กาม่า พอรู้อยู่แล้วว่าเวียดนามต้องเน้นเพรสซิ่งบีบให้เราเสียบอลและโต้กลับเร็ว
    
     แต่สิ่งที่ต่างกันชัดเจนคือ ความมุ่งมั่น เอาจริงเอาจังซึ่งเป็นสิ่งที่บ่งบอกถึงทัศนคติในการเล่น
    
     เราผิดพลาดในเกมรับทั้งผิดพลาดแบบทีมที่ปิดเกมรุกของเวียดนามไม่ได้จนเขาได้ทะลุเข้าเขตโทษ และก็ผิดพลาดส่วนบุคคลที่ นนท์ ม่วงงาม น่าจะป้องกันลูกยิงลอดขาตัวเองได้ดีกว่านี้
    
     แต่สิ่งสำก็คือเราแสดงปฏิกิริยาอะไรออกมาบ้างหลังจากนั้น
    
     ตามหลักของทีมที่ตกเป็นรองย่อมกระตุ้นตัวเองให้มากขึ้นเพื่อตีเสมอให้ได้ มันแสดงออกง่ายๆ เช่นกันว่า ขยันไล่บอลมากขึ้น วิ่งมากขึ้น บีบพื้นที่เพื่อดันเกมรุกมากขึ้นฯลฯ
    
     แต่เราไม่เป็นแบบนั้น และเวลาผ่านไปเรื่อยๆ อเล็กซานเดอร์ กาม่า ก็ไม่ได้ปรับรูปแบบการเล่นให้ดีขึ้นได้เลย แถมยังผิดพลาดเองในการเล่นเกมรับจนเสียประตูที่ 2, 3 และ 4
    
      วันนี้ไม่ใช่วันที่เกมรับเราทำหน้าที่ได้ดี แต่เกมรุกเองก็ควรสร้างปัญหาให้กับเวียดนามได้มากกว่านี้
    
     เราขย่มอินโดนีเซียและบรูไนรวมกันถึง 12-0 แต่นั่นก็เพราะคุณภาพต่างกันมาก พอมาเจอทีมระดับใกล้เคียงกันกลับไม่สามารถทำอะไรได้
    
     เมื่อทัศนคติของเราไม่ถูกต้อง เราจึงไม่ช่วยกันวิ่ง และไม่ขยับเพื่อสร้างพื่นที่ให้เพื่อนร่วมทีมมีตัวเลือกในการจ่าย เวลาโดนบีบเร็วจึงเสียบอล
    
     จริงๆ แล้วยู-23 ชุดนี้ได้รับการยอมรับว่าเป็นชุดที่ขุมกำลังแน่นมาก แต่ละคนล้วนผ่านเกมในไทยลีกมาพอตัว ได้เล่นถ้วยเอเชียก็ไม่น้อย บางคนก็ขึ้นชั้นไปเล่นทีมชาติชุดใหญ่มาแล้ว
    
     กุนซืออย่างกาม่าก็รู้จักฟุตบอลไทยเป็นอย่างดี ไม่ใช่ต่างชาติโนเนมที่เพิ่งลงเครื่องมาแล้วได้ตำแหน่งเฮดโค้ชเลย
    
     แต่เวียดนามก็ทำให้เราเห็นว่า วิธีในการเล่นสำคัญกว่าชื่อเสียงของนักเตะ
    
      เวียดนามมีความฟิตที่ดี สปีดบอลเร็ว ใช้จังหวะไม่มากในการโจมตีคู่แข่ง สิ่งเหล่านี้พวกเขาพยายามสร้างมาหลายปีและเริ่มแสดงให้เห็นทั้งการได้รองแชมป์เอเชียนรุ่นนี้เมื่อปีก่อน และชุดใหญ่ก็สู้กับญี่ปุ่นได้น่าประทับใจในรอบ 8 ทีมสุดท้ายเอเชียน คัพ เมื่อต้นปีที่ผ่านมา
    
     พวกเขาเบียดชนะอินโดนิเซียในช่วงทดเจ็บเพราะความฟิตและความมุ่งมั่นในการเล่น และก็ทำในแบบเดียวกันกับการเจอไทย
    
     แต่เราเองกลับไม่ได้เล่นให้เต็มขีดความสามารถที่มี ขณะเดียวกันก็ป้องกันการเล่นของเวียดนามไม่ได้ หลายจังหวะปล่อยให้เวียดนามเลี้ยงกินตัวไปง่ายดาย
    
     เห็นกันตั้่งแต่ช่วงต้นเกมแล้วว่าการเล่นแบบคุมโซน คุมพื้นที่กลายเป็นจุดที่เข้าทางเวียดนราม แต่เราก็ไม่ปรับการเล่นแบบหนามหยอกเอาหนามบ่ง นอกจากนี้ยังเล่นแบบติดประมาท
    
     สกอร์ 4-0 โหดร้ายเหลือเกินในความรู้สึกของแฟนบอลทั้งที่เป็นสกอร์เดียวกับที่ชุดใหญ่แพ้อุรุกวัย
    
     แต่ในความโหดร้ายและเกินรับได้ ทุกคนที่เกี่ยวข้องทั้งสมาคมฟุตบอลฯ และ อเล็กซานเดอร์ กาม่า รวมถึงนักเตะไทยต้องกลับมาทบทวนตัวเองให้หนักว่าผิดพลาดอะไรยังไงและจุดไหนที่ต้องแก้ไขตัวเองก่อนเป็นอันดับแรก
    
     แพ้แบบที่พอคาดเดาได้ กับแพ้แบบสุดช็อก ต่างกันทั้งรายละเอียดในเกมและความรู้สึกที่เกิดขึ้น
    
     แต่ที่เหมือนกันคือเราต้องรู้จักนำบทเรียนทั้งสองอย่างนี้ไปปรับแก้ให้ได้ในอนาคตเพราะจะไม่มีประโยชน์อะไรเลยหากไม่เรียนรู้จากความผิดพลาดของตัวเอง

     การได้เก็บประสบการณ์และค้นพบความผิดพลาดคือสิ่งที่ช่วยเปลี่ยนอนาคตได้ ซึ่งแน่นอน Sbobet777 ก็สามารถให้ประสบการณ์ใหม่ๆต่อคุณได้เช่นกัน... รับประกันความสนุกตื่นเต้นเร้าใจแน่นอน ติดต่อเลยที่ https://line.me/R/ti/p/@777sbo หรือ 08-44-9990 77, 88 , 99

---------------------------------------------

เห็นก่อน อ่านก่อน !!
กด "ติดตาม" และเลือก "เห็นโพสต์ก่อน (See First) "

https://www.facebook.com/cheerball/


 
บทความดีๆ เรื่องราวกีฬาฟุตบอล
เรานำเสนอให้คุณได้อ่านทุกวัน

---------------------------------------------
Cheerball Comment Facebook Comment

รวมความคิดเห็น


ยังไม่มีความคิดเห็น