ข่าว

บทเรียนที่ต้องรู้จักสรุป

อัพเดตเมื่อ : March 28, 2019 1:56am โดย : admin

ช่วงเวลาไม่ห่างกันที่ทีมชาติไทยชุดใหญ่แพ้ให้ อุรุกวัย ย่อยยับ 0-4

ทีมชุดยู-23ของช้างศึกก็โดน เวียดนาม ถล่มราบไม่หลงเหลือร่องรอยมหาอำนาจอาเซียนเลยแม้สักนิดเดียว

แพ้ 1 หรือ 2 ลูกยังพอทนรับได้ แต่เละตุ้มเป๊ะถึง 4 ต้องบอกว่าน่าผิดหวังอย่างมากสำหรับกองเชียร์นับล้านที่เอาใจช่วยอยู่หน้าจอทีวี


ไม่มีใครโทษทีมพี่เลยที่พ่ายในสกอร์เดียวกัน เพราะเผชิญหน้ากับชาติที่แกร่งกว่าทุกกระบวนเพลง แถมยังชื่นชมด้วยซ้ำว่าสู้เต็มสูบ ต่อให้รู้ว่าเป็นรองสุดกู่ก็ตาม

ตรงกันข้ามกับทีมน้องที่ไปครั้งนี้ แม้จะไม่มีผลอะไรนัก ในฐานะเจ้าภาพ ไทยจะได้เข้าสู่รอบสุดท้ายของศึกคัดเลือกยู-23 โซนเอเชียอยู่แล้ว

แต่เมื่อต้องมาตัดสินหาแชมป์กลุ่มในนัดสุดท้ายกับ เวียดนาม ซึ่งเป็นเจ้าภาพในรอบนี้ มันจะมาเหยาะแหยะเล่นๆ ไม่ได้

อย่างแรกเลยก็คือช้างศึกผู้น้องขบวนนี้ระดมพลแข้งเจ๋งๆไปแบบครบครัน บางรายเคยผ่านทีมชาติชุดใหญ่มาแล้ว แถมแทบทั้งหมดล้วนเป็นแกนหลักให้สโมสรสู้ศึกไทยลีกอีกต่างหาก

ต่อมาคือต้องเตรียมพร้อมซักซ้อมกันให้ดี ก่อนจะเล่นในรอบสุดท้าย การมาเวียดนามเที่ยวนี้จึงเสมือนแบบทดสอบสำคัญ ที่ต้องเน้นให้มากที่สุด

สุดท้ายอย่างที่รู้กัน เวียดนาม คืออริตัวฉกาจของไทยในรอบหลายปีหลัง ประกาศศักดาแย่งชิงความเป็นเต้ยในย่านนี้ ฉะนั้นเรื่องของศักดิ์ศรีที่ค้ำคออยู่จึงมีความหมายไม่แพ้กัน

หากเปรียบไปแล้วนี่ก็คือ "เอล กลาสิโก้ อาเซียน" นั่นเลยทีเดียว


2 นัดแรกช้างศึกทำได้ไฉไล ไล่ทุบทั้ง อินโดนีเซีย และ บรูไน รวมกันแล้ว 12 ตุง อีกทั้งไม่โดนเจาะตาข่ายอีกต่างหาก ซึ่งเป็นฟอร์มตามมาตรฐานไม่ได้น่าตื่นเต้นอะไรนัก

ความสำคัญอยู่ที่การชี้ชะตาว่าใครจะจบจ่าฝูงของกลุ่มนี้กับเจ้าภาพนั่นเอง

ก่อนลงเล่นทีมช้างศึกผู้น้องดูจะมั่นใจไม่น้อย นอกเหนือไปจากผลงาน 2 เกมแรกแล้ว สภาพทีมยังพร้อมมากๆ แข้งตัวหลักยังอยู่กันพร้อมหน้า

ทันทีที่เสียงนกหวีดยาวดังขึ้นเป็นสัญญาณเริ่มโซ้ย รูปเกมยังสูสีไม่ห่างกันนัก แต่พอเวลางวดไปเรื่อยๆ ความชัดเจนก็เริ่มผุดทีละนิด

จนสุดท้ายแจ่มแจ้งเห็นกันทะลุปรุโปร่งว่า เวียดนาม เจ๋งกว่าขาดกระจุย โดยมีสกอร์ 4-0 การันตีได้อีกทาง

หากย้อนดูการเจอกันของชุดยู-23 แล้ว ไทยก็ยังมีอดีตดูดดื่มกว่า เพราะจาก 4 ครั้งคว้าชัยไปถึง 3

อีกทั้งเมื่อทวนเวลากลับไปปี 2015 ซึ่งเจอกันนัดชิงยู-19 ชิงแชมป์อาเซียนที่ประเทศลาว ไทยก็ยังโชว์โหดไร้ปรานีด้วยการขยี้ไปถึง 6-0 ครองเจ้าลูกหนังย่านนี้อย่างใสสะอาด

ถ้าโดยปกติแล้วทีมจากชุดยู-19 วันนั้น จะต้องได้รับการฟูมฟักเพื่อต่อยอดสู่ทีมชุดยู-23 ในวันนี้

แต่เอาเข้าจริงเมื่อเย็นวันอังคาร มีเพียง 4 ขุนพลเท่านั้น เคยเล่นในทีมชุดยู-19 เมื่อ 4 ปีก่อน


วรชิต กนิษศรีบำเพ็ญ//วิศรุต อิ่มอุระ/ศฤงคาร พรหมศุภะ/อานนท์ อมรเลิศศักดิ์แล้วหากยังจำกัน วรชิต นี่แหล่ะที่งัดฟอร์มขั้นเทพ ชนิดเล่นงานจนแข้งเหงียนเข่าอ่อนร้องขอชีวิต สารภาพในความพ่ายแพ้อย่างไม่มีข้ออ้าง

พูดกันตามตรงแล้ว หลุดรอดมาได้แค่ 4 คนถือว่าน้อยมากๆ มันต้องมีความบกพร่องหรือผิดพลาดจากสาเหตุบางอย่าง

อีกทั้งมันฟ้องอยู่แล่วว่าสมาคมฟุตบอล ไม่ได้วางโมเดลหรือมีแบบแผนเพื่อพัฒนาต่อยอดเลย

ภูมิใจแค่วันนี้ ดีใจแค่วันนี้ วันหน้าเป็นอย่างไรค่อยไปนับหนึ่งกันใหม่

----------------------

หลังปลด วรวุฒิ ศรีมะฆะ จากหัวหน้าผู้ฝึกสอนแล้ว สมาคมฟุตบอลบ้านเราตั้ง อเล็กซานเดร กามา กุมบังเหียนชุดยู-23 แทน


ท่ามกลางเสียงตอบรับที่เป็นไปในทิศทางที่ดี เพราะ กามา มีผลงานรับประกันได้จากการคุม เชียงราย ยูไนเต็ด ประสบความสำเร็จคว้าแชมป์บอลถ้วยมาแล้ว

อย่างไรก็ตามมีบ้างบางเสียงที่เห็นต่าง โดยมองว่ากุนซือบราซิเลี่ยน ไม่น่าจะเข้าถึงลึกซึ้งอะไรกับบอลไทยนัก ทางที่ดีควรใช้คนบ้านเดียวกันมากกว่า คุยกันรู้เรื่องและเข้าใจวัฒนธรรมต่างๆดี

แม้อาจจะคุ้นเคยกับบอลไทย แต่นั่นในระดับสโมสร ซึ่งน่าจะมีรายละเอียดปลีกย่อยแตกต่างจากทีมชาติออกไป

ประเด็นสำคัญคือ กามา เองอาจจะไม่ได้รับรู้มาก่อนเลยว่า เมื่อ 4 ปีที่แล้วทีมชาติชุดยู-19 เคยถล่ม เวียดนาม จนหมดสภาพในนัดชิงอาเซียนมาแล้ว แต่แทบไม่ได้รับการสานต่อเพื่อผลักดันมายังทีมชุดนี้เลย

อย่างหนึ่งที่เราต้องยอมรับคือการทำงานของผู้หลักผู้ใหญ่บ้านเราเหมือนไม่ได้สนใจเรื่องของอนาคต เอาแค่วันนี้ แก้ปัญหากันไป ไม่เคยมีแบบอย่างหรือโมเดลเลย


ทั้งที่ชาติเอเชียที่พัฒนาพรวดพราด ต่างล่วงหน้าไปก่อนให้เห็นแล้วไม่ว่าจะเป็น ญี่ปุ่น หรือ เกาหลีใต้ แต่เราไม่เคยใส่ใจเลยสักนิด

โมเดลของญี่ป่นคล้ายกับ อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ที่เพิ่งคุยกันไว้เมื่อวานนั่นคือ ทีมเยาวชนทุกชุดจะเล่นด้วยแท็คติกเดียวเหมือนกันทั้งหมด ก่อนขึ้นสู่ชุดใหญ่ เพื่อสร้างความคุ้นเคย ไม่ต้องไปปรับหรือเรียนรู้ใหม่ให้เสียเวลา

นอกจากนี้การพัฒนาเรื่องทัศนคติ ความแข็งแกร่งร่างกายและโภชนาการก็ทำกันอย่างต่อเนื่องด้วย

ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าอย่างไรมากน้อยแค่ไหน เพียงแต่ดูเหมือนว่าแข้งเยาวชนของไทยนั้น จะขาดคุณสมบัติเหล่านี้ไป

ยิ่งเรื่องแอตติจูดหรือทัศนคติ ซึ่งควรปลูกฝังเสี้ยมสอนกันตั้งแต่ยังเด็ก กลับถูกปล่อยปละละเลย


ว่ากันว่าสิ่งสาเหตุหลักที่ทำให้นักเตะส่วนมากทีมชุดยู-19 ตอนนั้น ไม่อาจก้าวขึ้นในจุดที่เหมาะสมได้ น่าจะมาจากทัศนคตินี่แหล่ะ

หลายต่อหลายคนหลงระเริงไปกับชื่อเสียงเพียงชั่วครู่ชั่วยาม บอกกับตัวเองว่าข้านี่เจ๋งแล้ว ดังแล้ว จากนี้จะทำอะไรก็ได้

กว่าจะมารู้สึกอีกที มันก็สายเกินกว่าจะมาย้อนเวลาแก้ไขอะไรกันได้

เช่นเดียวกันทีมชุดยู-23 ที่ว่านี้ ก็ทำให้เราตระหนักว่า มีความผิดพลาดหรือข้อด้อยหลายอย่างที่ต้องนำมาเป็นบทเรียนปรับใช้กันใหม่เกือบทั้งหมด

แน่นอนว่า กามา ต้องรับผิดชอบมากกว่าใครในฐานะกุนซือ แต่นักเตะเองก็ต้องแบ่งไปบ้างบางส่วน จะมาโบ้ยให้เจ้านายคนเดียวทั้งหมดก็คงไม่แฟร์เท่าไรนัก

อย่างน้อยที่สุดความมุ่งมั่น ความกระหายที่จะเป็นผู้ชนะ ไอแอ้ดช้างศึกก็เป็นรอง เวียดนาม แบบไม่ต้องอุทธรณ์อะไรเลย


ส่วนที่เหลือเป็นเรื่องของแท็คติกและการควบคุมอารมณ์

รวมไปถึงสภาพร่างกายและพละกำลัง ซึ่งก่อให้เกิดคำถามว่าเราซ้อมกันน้อยเกินไปหรือเปล่า เพราะวิ่งไปได้ไม่เท่าไรก็มียุบแล้ว

อาจจะจริงที่ว่าบอลทัวร์นาเมนต์มันเตะกันถี่ยิบ ร่างกายย่อมกรอบล้ากันได้ แต่นั่นคือสิ่งที่รู้ล่วงหน้าแล้ว ควรหาทางเตรียมพร้อมเพื่อแก้ปัญหา

เพราะ เวียดนาม เองก็ต้องเจอเหมือนกัน ไม่ใช่แค่ไทยฝ่ายเดียวเท่านั้น

ต่างกันตรงที่นักเตะเจ้าภาพกลับแสดงให้เห็นเลยว่า แรงดีกว่ามากๆ แถมยังคุมอารมณ์ตัวเองได้ดีเยี่ยม ไม่ปล่อยให้หลุดไปตามเสียงเชียร์หรือความดุเดือดตึงเครียดกับเกมในสนาม

นอกจากนี้ยังมีความมุ่งมั่น บากบั่น พยายามไม่ย่นย่อ เพื่อแสดงให้รู้และตอกย้ำว่าเจ๋งสุดในย่าน ไม่ใช่แค่ชุดใหญ่อย่างเดียวเท่านั้น

สำคัญไม่แพ้กันคือ พาร์ค ซัง โฮ กุนซือที่มาจากชุดใหญ่ ได้วางระบบและโครงสร้างต่างๆมาอย่างดี แม้จะเพิ่งเข้ามาไม่กี่ปีก็ตาม


การทำงานที่มีรูปแบบหรือโมเดล ส่งให้ เวียดนาม กำลังก้าวไปข้างหน้าเรื่อยๆ

อีกไม่นานอาจสลัดหนีจากอาเซียน ก้าวสู่แถวหน้าเอเชียเลยก็ได้

---------------------

"ถ้าไม่ได้เป็นเจ้าภาพรอบสุดท้าย ไทยคงตกรอบไปเรียบร้อย"

บางคอมเมนต์ในโซเชี่ยลของแฟนบอลเวียดนามว่าเอาไว้อย่างนี้ ซึ่งมันก็จริงทุกอย่างนั่นแหล่ะ

ตอนนี้พวกเขาไม่ได้ตื่นเต้นกับการเข้ารอบสุดท้ายเลย เพราะย้อนไปครั้งล่าสุด เวียดนาม คือรองแชมป์ยู-23 ที่ดวลกันเมื่อต้นปี 2018 ที่ผ่านมา ต่างกับไทยที่กระเด็นตั้งแต่รอบแรก


เอาเข้าจริงในคอนเมนต์มีไม่น้อย ที่ไม่ได้เย้ยหยันถากถาง แต่กลับตั้งคำถามว่าเกิดอะไรกับทีมชาติไทยชุดนี้กันแน่
?

แล้วเราจะปล่อยให้คำถามทำนองนี้เกิดขึ้นไม่หยุดหย่อนอย่างนั้นหรือ

หากใครคนไหนตั้งคำถามไปแล้วลองมาตั้งแอคเคาท์ที่สามารถร่วมสนุกไปกับกีฬาหลากหลายชนิดได้เลยที่ MYSBOBET ที่แห่งนี้มีทีมงานมืออาชีพและมีโมเดลที่ดีเยี่ยมไม่แพ้ใครแน่นอน ติดต่อมาเลยที่ https://line.me/R/ti/p/@mysbo หรือโทรที่ 08-0003-1188 / 08-0003-1177

---------------------------------------------

เห็นก่อน อ่านก่อน !!
กด "ติดตาม" และเลือก "เห็นโพสต์ก่อน (See First) "

https://www.facebook.com/cheerball/



บทความดีๆ เรื่องราวกีฬาฟุตบอล
เรานำเสนอให้คุณได้อ่านทุกวัน

---------------------------------------------
Facebook Comment