ข่าว

ความทรงจำสีดำกับปีศาจแดง

อัพเดตเมื่อ : March 28, 2019 11:49pm โดย : admin

ฤดูร้อนปี 2016 หลุยส์ ฟาน กัล ลุกจากเก้าอี้ผู้จัดการทีม แมนฯยูไนเต็ด ด้วยความรู้สึกที่ไม่เคลียร์นัก มีหลายอย่างคลางแคลงค้างคาในใจ

ประเด็นแรกเลยก็คือ ช่วงซัมเมอร์ปี 2014 เขาได้เดินทางมาคุยกับพวกเกลเซอร์เจ้าของสโมสรและ เอ็ด วู้ดเวิร์ด หัวหน้าผู้บริหาร เพื่อเจรจาเรื่องสัญญารายละเอียดต่างๆ

ฟานกัล บอกว่าขอแค่ 2 ปีพอ แต่ทางบอร์ดยืนกรานเอาไป 3 เลยเถอะ จะได้ไม่ต้องมาเสียเวลาตั้งโต๊ะคุยกันเรื่องนี้บ่อยๆ

เพราะต้องการแค่ 2 ปี แต่ยัดเยียดมาให้ 3 สุดท้ายก็ปลดเขาเมื่อทำงานยังไม่ครบเทอม ทั้งที่หากให้ 2 ปีตามขอ ก็ไม่ต้องมาเสียเวลาปลด


ฟานกัล ไม่ได้ต้องการเงินค่าชดเชย แต่ไม่อยากให้ประวัติการเป็นกุนซือของตนแปดเปื้อนต่างหาก

ประเด็นสองเลยก็คือ เขาได้พูดถึงเป้าหมายและการเปลี่ยนแปลงต่างๆ หากจะเข้ามาเป็นผู้จัดการปีศาจแดงให้กับทุกคนฟังอย่างชัดเจน

ในทีมชุดใหญ่ของ แมนฯยูไนเต็ด เวลานั้นมีนักเตะอายุสูงวัยเยอะเกินไป นับดูแล้ว 7-8 คนด้วยกัน ฉะนั้นตรงจุดนี้จะต้องปรับกำลังพลให้เกิดสมดุลในเรื่องของวัย

ส่วนเป้าหมายก็ยืนยันว่าฤดูกาลแรกคือพาทีมติดท็อปโฟร์เพื่อไปโม่ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกอย่างเดิมให้จงได้ รวมทั้งซีซั่นต่อมาอย่างน้อยต้องได้สัมผัสแชมป์เอฟเอคัพ

บอร์ดบริหารก็เห็นดีเห็นงาม พยักหน้าเออออตามนั้นด้วย ซึ่ง ฟานกัล ก็ทำได้ตามเป้าไม่คลาดเคลื่อนอะไรเลย


แล้วสุดท้ายทำไมถึงมาเชือดเขา หลังจากที่เพิ่งนำโทรฟี่เอฟเอคัพ มาประดับตู้โชว์สโมสร

แต่ที่เจ็บปวดกว่าอะไรทั้งหมด เห็นจะเป็น วู้ดเวิร์ด แอบทาบทาม โชเซ่ มูรินโญ่ ในระหว่างที่เขายังเป็นผู้จัดการทีมอยู่

นอกจากจะผิดเรื่องมารยาทในความเป็นมืออาชีพแล้ว ฟานกัล ยังมองว่าเขาอยู่ในวงการฟุตบอลมาหลายปี ภายหลังขึ้นสู่ระดับท็อปของวงการกุนซือ ควรจะให้เกียรติกันมากกว่านี้

นั่นหมายความว่า เขารู้ชะตาตัวเองแล้ว ต่อให้ได้แชมป์เอฟเอคัพก็ไม่วายโดนเชือดแดดิ้นอยู่ดี

แต่ด้วยสปิริตและยึดมั่นต่อบทบาทหน้าที่ จึงต้องทำผลงานให้ดีที่สุด สมกับค่าจ้างที่สโมสรจ่ายมาให้


อย่างไรก็ตามหากวัดกันที่ความคาดหวังแล้ว ฟานกัล สอบตกชนิดที่ว่าไม่ควรจะได้ซ่อมด้วยซ้ำไป

นี่คือความจริงที่มันขัดแย้งกันและสร้างความผิดหวังให้กับเขาในเวลาต่อมา

-----------------

หลังได้รับการแต่งตั้งให้คุม แมนฯยูไนเต็ด อย่างเป็นทางการแล้ว ฟานกัล ก็วางทีมงานในทันทีทันใด

ผู้ช่วยโค้ช/โค้ชผู้รักษาประตู/หัวหน้ากายภาพ/หัวหน้าแมวมอง ล้วนแต่เป็นคนของตัวเองทั้งสิ้น

มีเพียงแค่เก็บ ไรอัน กิ๊กส์ ซึ่งก่อนหน้านั้นเป็น "กุนซือรักษาการณ์" ให้เป็นผู้ช่วยผู้จัดการทีม เพราะน่าจะปรึกษาเรื่องราวต่างๆได้ดี ในฐานะอยู่กับสโมสรมายาวนานหลายสิบปี

ไม่ใช่แค่นั้น ฟานกัล ยังจัดการลงมีดผ่าตัดใหญ่ขุมกำลังอย่างที่พูดไว้ต้องมีการเปลี่ยนแปลงอีกด้วย


อันเดร เอร์เรร่า คือนักเตะรายแรกที่เข้ามาในยุคของเขาด้วยค่าตัว 29 ล้านปอนด์ ตามด้วย ลุค ชอว์ 30 ล้านปอนด์ จากนั้นเป็นคิวของ มาร์กอส โรโฮ 14 ล้านปอนด์

คล้อยหลังไม่เท่าไรจัดหนัก อังเคล ดิ มาเรีย 59.7 ล้านปอนด์ ก่อนจะปิดจ๊อบที่ ดาเล่ย์ บลินด์ เด็กในคาถา 14 ล้านปอนด์และยืม ราดาเมล ฟัลเกา กองหน้าฉายา "ไอ้เสือร้าย" จ่ายค่าเสียหายไป 6 ล้านปอนด์ช่วงเวลา 2 ปี

ต้องยอมรับเลยว่าเป็นการเสริมเขี้ยวเล็บ ที่สร้างความเกรียวกราวอย่างมาก รวมทั้งใช้งบประมาณมหาศาล ซึ่งสะท้อนเลยว่าบอร์ดบริหารยอมเต็มที่ หวังเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น

แล้วชื่อเสียงบารมีที่ ฟานกัล สั่งสมไว้ มันธรรมดาซะที่ไหนกัน ไปลีกไหนก็กวาดแชมป์หมด เริ่มจาก อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ครองลีกสูงสุด 3 ปีรวด บวกด้วยยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก , ยูฟ่า คัพและยูฟ่า ซูเปอร์คัพ


พอไป บาร์เซโลน่า ก็ต่อยอดด้วยแชมป์ลาลีกา 2 สมัยติด ยังมีโกปา เดล เรย์มาประดับอีกปีด้วย

ขยับมา อาแซด อัล์คมาร์ ก็ยิ่งใหญ่ถึงขั้นสลายขั้วอำนาจ อาแจ็กซ์ กับ พีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น ผงาดเอเรดิวิซี่หรือลีกสูงสุด

ก่อนจะตบท้ายกับ บาเยิร์น มิวนิค ด้วยดับเบิ้ลแชมป์ฟาดทั้ง บุนเดสลีกาและเดเอฟเบ โพคาล

แล้วโยกมาคุมทีมชาติฮอลแลนด์ ก็เข้าป้ายอันดับฟุตบอลโลก 2014 ด้วยสไตล์การเล่นที่ดุดันเร้าใจในแบบฉบับ 3-5-2 อีกต่างหาก

ไม่ใช่แค่นั้น ฟานกัล เจิมนัดแรกนำ แมนฯยูไนเต็ด รัวโหด แอลเอ กาแล็คซี่ 7-0 ในเกมปรีซีซั่น เรียกว่าบุกแหลกเข้าใส่ไร้ความปรานี สร้างความพึงใจให้กับกองเชียร์ซึ่งอยากเห็นเกมรุกอันเหี้ยมหาญเช่นนี้อีกครั้ง

แต่ที่สะใจสุดคือเกมทุบ ลิเวอร์พูล 3-1 ก่อนสอยแชมป์ อินเตอร์เนชั่นแนล แชมเปี้ยนส์ คัพสำเร็จ

งบประมาณมหาศาลในการซื้อผู้เล่นกับฟอร์มอันเหลือร้ายช่วงปรีซีซั่น มันกระตุ้นให้ดีกรีความคาดหวังจากกองเชียร์ปรี๊ดขึ้นอีก

ฟานกัล เป็นผู้สร้างความหวังให้เจิดจ้า แล้วก็เป็นคนสับสวิตช์ดับมันเองทั้งสิ้น ไม่หลงเหลืออะไรเลย


โอเค -- หากว่ากันที่ความสำเร็จ ยังมีแชมป์เอฟเอคัพ แต่หากเรื่องสไตล์การเล่นที่ต้องรุกตามปรัชญาของสโมสร โดยเฉพาะนับตั้งแต่ยุคยิ่งใหญ่ของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ต้องบอกว่าเหลวไม่เป็นท่า

ผู้เล่นก็ล้วนมีศักยภาพและราคาแพงหูฉี่ แต่มีไม่น้อยที่เกมของ แมนฯยูไนเต็ด จบลงด้วยผลเสมอ 0-0 ซึ่งสกอร์ก็คงบอกแล้วได้ว่ามันน่าเบื่อเหลือทน

กระนั้นกุนซือดัตช์ไม่ยอมรับเรื่องนี้ แล้วโบ้ยให้กับคู่ต่อสู้ ซึ่งมักจะเอารถบัสมาจอดขวางเสมอเมื่อเจอปีศาจแดง


รวมทั้งยังพาดพิง มูรินโญ่ ด้วยว่า นี่แหล่ะผู้สร้างความน่าเบื่ออย่างแท้จริง แถมใช้บัส 2 คันกั้นไว้อีกด้วย

โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ก็โดนจิกด้วยเหมือนกัน โดยเขาหล่นความเห็นว่า ไม่ได้เล่นในแบบฉบับ เฟอร์กี้ เลย นี่มันบอลสไตล์รับให้แน่น แล้วคอยฉวยโต้กลับเร็วเข้าทำ แต่เมื่อทีมชนะมากกว่าก็ย่อมได้รับเครดิตเป็นธรรมดา

อย่างไรก็ตามความจริงจากสายตาแฟนบอลยูไนเต็ดนับล้านคู่ คุณไม่มีทางหลอกหรือเลี่ยงได้อย่างเด็ดขาด

พูดกันตามตรงอีกประเด็นก็คือ เขาได้รับการสนับสนุนเรื่องซื้อผู้เล่นจากบอร์ดด้วยดีมาตลอด เพราะซีซั่นต่อมาส่งชื่อ บาสเตียน ชไวน์สไตรเกอร์ ไปให้ก็ยังได้รับการตอบสนองด้วย

ฟานกัล อาจปากแข็ง แต่ต้องยอมรับว่าชั่งน้ำหนักทุกอย่างแล้ว เขาควรจะโดนปลด

--------------------


มาร์คัส แรชฟอร์ด กับ เจสซี่ ลินการ์ด คือผลผลิตจากการให้โอกาสของ ฟานกัล

นี่อาจเป็นสิ่งดีอย่างเดียวของเขา คือการเปิดทางให้พวกแข้งดาวรุ่งทั้งหลาย ก้าวขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่

12 มีนาคมที่ผ่านมา กุนซือดัตช์ประกาศวางมือจากการเป็นกุนซืออย่างเป็นทางการ ปิดฉากไว้เพียงเท่านี้

พอรู้ข่าวอดีตเจ้านายอำลาวงการ ลินการ์ด และ แรชชี่ ต่างโพสต์ข้อความอวยพรพร้อมทั้งขอบคุณในอินสตราแกรมของตัวเอง ซึ่งพอจะบอกได้ว่าพวกเขานับถือ ฟานกัล ไม่น้อย

กระนั้น ฟานกัล ควรได้รับการยกย่องและมีคำว่า "ล้างมือในอ่างทองคำ" หรือ "อำลาอย่างยิ่งใหญ่" ในวันที่ประกาศรีไทร์ตัวเอง

เราอาจจะบอกอย่างนั้นก็ได้อยู่ แต่มันอาจไม่เต็มปากเต็มคำนัก เพราะอย่างที่บอกไว้มลทินจากการโดน แมนฯยูไนเต็ด ปลด มันทำให้ขาดความสมบูรณ์ไป


จึงไม่น่าแปลกใจอะไรนักที่เขาจะยังแค้นอยู่ โดยเฉพาะประเด็นเรื่องระยะเวลาสัญญาที่ต้องการแค่ 2 ปีกับ แมนฯยูไนเต็ด แต่โดนยัดมาให้ 3 ปี

สุดท้ายแล้วต้องเจอปลด ซึ่ง ฟานกัล มองว่ามันไม่เป็นธรรม จนทำให้ประวัติตรงนี้ต้องด่างพร้อยลงไป

อาจจะจริงที่ว่า บาเยิร์น มิวนิค ก็ไล่เขาออกเช่นกัน แต่การพาทีมครองดับเบิ้ลแชมป์เยอรมันก่อนหน้านั้น มันเลยดูไม่ต้องติดใจอะไรกันมากนัก

ลึกลงไป ฟานกัล ต้องการนั่งเก้าอี้ผู้จัดการ แมนฯยูไนเต็ด ให้ครบเทอม เลยคิดว่าเซ็นแค่ 2 ปี น่าจะเหมาะสมสุดและไม่เสี่ยงมากเกิน

จริงๆหลังแยกทางมาแล้ว เขายังหวังจะรับงานคุมทีมต่อด้วยซ้ำ แต่อาจด้วยโปรไฟล์ที่มีรอยด่างติดอยู่ มันอาจทำให้สถานการณ์ในการเจรจาต่อรองไม่ราบรื่นเท่าไหร่นัก


เพราะอย่างนี้ความแค้นยังเลยตรึงแน่นอยู่ โดยเฉพาะกับ วู้ดเวิร์ด ที่เป็นต้นตอทำแผนการในบั้นปลายชีวิตพังครืนลงมา

สำหรับ ฟานกัล ตลอดอาชีพการเป็นกุนซือ 25 ปี แมนฯยูไนเต็ด น่าจะเป็นความทรงจำสีดำเลยทีเดียว

ได้ติดตามประวัติการทำงานของ หลุยส์ ฟาน กัล ในถิ่น โอล์ด แทรฟฟอร์ดไปแล้ว อย่าลืมมาติดตาม MYSBOBET รับรองคุณจะติดตามไม่แพ้บทความนี้เลย เพราะที่นี่มีทุกความสนุกและบริการรวดเร็ว ติดต่อมาเลยที่ https://line.me/R/ti/p/@mysbo หรือโทรที่ 08-0003-1188 / 08-0003-1177

---------------------------------------------

เห็นก่อน อ่านก่อน !!
กด "ติดตาม" และเลือก "เห็นโพสต์ก่อน (See First) "

https://www.facebook.com/cheerball/


 
บทความดีๆ เรื่องราวกีฬาฟุตบอล
เรานำเสนอให้คุณได้อ่านทุกวัน

---------------------------------------------

Facebook Comment