ข่าว

กรุณาอย่าฆ่าตัวตาย

อัพเดตเมื่อ : March 29, 2019 11:03pm โดย : admin

ความจริงมันน่าสนใจว่าทำไม จึงมีเสียงเชียร์มากมายยกให้ อันเดร เอร์เรร่า เหมาะสมสวมปลอกแขนกัปตันทีม แมนฯ ยูไนเต็ด คนต่อไป

ภาพที่เราเห็นคล้ายๆกันคือ ยามอยู่ในสนาม เขาจะมุ่งมั่น ทุ่มเท วิ่งพล่านในแดนกลางไม่มีหยุด มีส่วนช่วยเต็มที่ทั้งเกมรุกและรับ จนกลายเป็นขวัญใจแฟนบอล

อีกทั้งยังตะโกนโหวกเหวกโวยวายสั่งการเพื่อนเสมอ หากใครจำได้นัดชิง ยูฟ่า ยูโรปา ลีก ในปี 2017 เขาบอกให้ เฮนริค มคิทาร์ยาน ขึ้นไปเล่นในจังหวะเตะมุม เดี๋ยวเรื่องเกมรับจะจัดการเอง

แล้วนาทีถัดมา "มิคกี้" ก็ยิงให้ แมนฯยูไนเต็ด ฉีกหนี อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม 2-0 ก่อนชนะด้วยสกอร์นี้ ครองถ้วยใบเล็กยุโรปสำเร็จเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ทีม



ช็อตนี้เองมีการพูดถึงอย่างมาก เพราะหาก เอร์เรร่า ไม่บอก มคิทาร์ยาน ให้ขึ้นไป โอกาสที่จะได้ประตูที่สองจริงคงลำบาก

แต่ขยันขันแข็ง ทุ่มสุดพลังขนาดนี้ ก็ยังแทบไม่เคยได้รับความไว้วางใจจากเจ้านายสักเท่าไร

ตั้งแต่ย้ายมาในปี 2014 ยุคที่ หลุยส์ ฟานกัล กุมบังเหียน แมนฯ ยูไนเต็ด ได้ลงเล่นกระปริดกระปรอย เข้าออกระหว่างม้านั่งสำรองกับตัวจริงเป็นปกติ

มาถึงช่วง โชเซ่ มูรินโญ่ ก็ไม่ได้แตกต่างกันมาก เขาเป็นตัวเลือกในแดนกลางรองจาก ปอล ป็อกบา และ มารูยาน เฟลไลนี่ ไหนจะมี เนมานย่า มาติช อีก

อย่างไรก็ตามเป็นคนอื่นอาจท้อแท้ห่อเหี่ยว ไม่มีกระจิตกระใจอยากจะเล่นหรืออยู่กับสโมสรต่อไป แต่ไม่ใช่กับ เอร์เรร่า

เขามีความอดทนเป็นเลิศ ในวันที่ต้องก้นด้านบนม้านั่งข้างสนาม ก็ไม่เคยปริปากบ่น ยอมรับการตัดสินใจของผู้จัดการทีม ชะเง้อคอ รอคอยโอกาสตามชะตากรรมตัวสำรอง



ขณะเดียวกันก็แทบไม่ใส่ใจกับข่าวย้ายทีมด้วยซ้ำ ก่อนหน้านี้ไอ้หนุ่มจากแคว้นบาสก์ ถูกจับโยงกับ เอซี มิลาน และ บาร์เซโลน่า ทว่าเขาบอกแค่ขอโฟกัสอยู่ที่การเป็นนักเตะ "ปีศาจแดง" และทำหน้าที่ให้ดีสุดเท่านั้น

หรือแม้แต่ แอธเลติก บิลเบา อู่ข้าวอู่น้ำเก่าจะทาบทามมา ก็ไม่ได้มีทีท่า วอกแว่ก อยากจะหวนคืนสู่อ้อมกอดเดิมเลย

เหตุผลนอกเหนือไปจากมืออาชีพ ที่ต้องมุ่งมั่นกับสโมสรปัจจุบันแล้ว เขายังเคยบอกว่าการได้เล่นใน พรีเมียร์ลีก คือความฝันและ แมนฯ ยูไนเต็ด ก็คือทีมที่ใช่ จึงอยากจะสู้อย่างเต็มที่เพื่อพิสูจน์ตัวเอง

ให้มันเจอทางตัน ไปต่อไม่ไหวแล้วโน่นแหล่ะ ค่อยมานั่งทบทวนอนาคตกันใหม่

คุณสมบัติเหล่านี้เองที่ผลักดันให้แฟน "ยูไนเต็ด" ไม่น้อย เชียร์เย้วๆ ให้รับบทกัปตันทีมไปเลย

เพราะตั้งแต่หมดยุค เนมานย่า วิดิช แล้ว ไม่มีนักเตะคนไหนคาแร็คเตอร์ใกล้เคียงมาก่อนเลย



เอร์เรร่า จึงน่าจะเป็นคนที่ใช่มากสุด

--------------------

ในสนามบากบั่นมุ่งมั่นไม่มีท้อ แต่เวลาอยู่ข้างนอก เอร์เรร่า เป็นคนสนุกสนานร่าเริง

เขาเป็นขวัญใจเพื่อนร่วมทีมเมื่อครั้งยังอยู่ "บิลเบา" ใครๆต่างก็รักใคร่ชอบพอ โดยเฉพาะความเป็นคนซื่อที่สีหน้าเปื้อนรอยยิ้มอยู่ตลอดเวลา

อีเคร์ มูเนียอิน หนึ่งในเพื่อนที่แนบแน่นกันมากสุดคนหนึ่ง นิยาม เอร์เรร่า ไว้ว่า อย่าไปอยู่ใกล้เด็ดขาด คุณอาจจะหลงชอบเขาแบบไม่รู้ตัว

ครั้งหนึ่ง มูเนียอิน เห็นว่า เอร์เรร่า ไม่ค่อยสบายเป็นหวัดบ่อย ก็เลยบอกให้ไปกิน สปาเก็ตตี้ เยอะๆ แล้วจะหายเอง



ปรากฏว่า เอร์เรร่า เชื่อสนิทใจ รีบหา สปาเก็ตตี้ กินคนเดียวไม่พอ ยังไปบอกคนอื่นด้วยอีกต่างหาก กว่าจะรู้ว่าโดนอำก็ซัดไปหลายจานแล้ว

แทนที่จะโกรธหรือไม่พอใจที่โดนแกล้งหนักขนาดนี้ แต่ เอร์เรร่า ไม่เคยโมโหร้ายหรือเกรี้ยวกราดใส่คนใกล้ตัวเลย แม้กระทั่งในสนามก็ไม่เคยแสดงพฤติกรรมเช่นนี้

แล้วถ้ามีการเปรียบเปรยว่า "คำพูดคือเจ้านายเรา" เอร์เรร่า ก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ

เขาไม่เคยพูดจาว่าร้ายเพื่อนร่วมทีม ไม่เคยพูดถึงสโมสรในแง่ลบ แม้จะตกอยู่ในสถานการณ์ตึงเครียดก็ตาม

แม้กระทั่งผู้จัดการทีมซึ่งมีฐานะเป็นเจ้านาย ก็ไม่เคยวิจารณ์ออกสื่อด้วยเช่นเดียวกัน

ตรงกันข้ามกลับให้เกียรติและแสดงความเคารพเสมอมา อย่างเคส มูรินโญ่ ที่มักจะโดนเพื่อนร่วมทีมบางคน แขวะแซะหรือจิกกัด เอร์เรร่า ยังออกมาพูดว่ามันไม่เหมาะสมที่จะมาเปิดโปงเรื่องในทีม

ที่สำคัญไม่ว่าอย่างไร มูรินโญ่ ก็เคยเป็นผู้จัดการทีม ต้องให้เกียรติต่างหากถึงจะถูก



การออกมาตอบโต้มากขึ้นเรื่อยๆ นอกจากไม่เป็นผลดีกับสโมสรแล้ว ยังดูแย่กับตัวเองอีกต่างหาก เพราะเรื่องจะไม่จบง่ายๆและกลายเป็นเครื่องมือของพวกสื่อ ที่ต้องการอย่างนี้

ความคิดแบบ เอร์เรร่า สะท้อนถึงวุฒิภาวะอย่างแท้จริง

นี่เป็นอีกข้อคุณสมบัติของการเป็นผู้นำที่ดี

--------------------------

"ผมขอทำหน้าที่ตัวเองให้ดีที่สุด การทุ่มเทในสนามจะเป็นตัดชี้วัดและพิสูจน์ว่าผมดีพอหรือไม่ ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง เดี๋ยวสโมสรก็ยื่นข้อเสนอมาให้คุณเองแหล่ะ"

สองเดือนก่อน เอร์เรร่า เคยตอบไว้เช่นนี้ เมื่อถูกนักข่าวถามเกี่ยวกับสัญญาฉบับใหม่

อย่างที่เรารับรู้กันสัญญาฉบับปัจจุบันของกองกลางเลือดนักสู้จากบาสก์ จะหมดลงในฤดูร้อนที่จะถึงนี้ หลังใช้อ็อปชั่นขยายตามเงื่อนไขไปแล้ว 1 ปีเรียบร้อย



หมายความว่าหากไม่มีการยืดออกไป พอซีซั่นปิดฉาก ปีกอิสระจะถูกเสียบทันที เขาสามารถโบยบินไปไหนก็ได้ทั้งสิ้น

แน่นอนเขาทำตามที่พูดไว้คือใช้ผลงานเป็นเครื่องชี้วัด แล้วตั้งแต่ได้ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา มากุมบังเหียน ก็ยิ่งโดดเด่นกว่าเดิม เบียดแทรกขึ้นมาเป็นตัวหลักในแผงกลางสำเร็จ

ความจริงคือมีการตั้งโต๊ะคุยกันไปบ้างแล้ว แต่ยังไม่อาจตกลงกันได้ มันมีเงื่อนไขบางอย่างที่ต้องทำให้กลับไปใคร่ครวญกันใหม่

สิงหาคม ที่จะถึงนี้ เอร์เรร่า จะครบ 30 ปีเต็ม ซึ่งตามนโยบายของ แมนฯ ยูไนเต็ดแล้วจะไม่ให้สัญญาใหม่เกินกว่า 1 ปีกับนักเตะที่อายุขึ้นเลขสาม จึงเป็นปมหลักที่ยังถกกันไม่จบ

นักเตะต้องการไม่น้อยกว่า 2 ปีหรืออาจทะลุถึง 3 อีกทั้งควรมีการปรับค่าจ้างตามความเหมาะสม ในเมื่อกุมความได้เปรียบเรื่องย้ายฟรีอยู่ จึงขอแตะเกือบ 200,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ด้วยกัน

เมื่อเกิดชะงักไม่อาจเดินไปข้างหน้าต่อได้ จึงมีมือที่สามสอดยื่นมาเป็นธรรมดา ไม่ว่าจะเป็น ปารีส แซงต์ แชร์กแมง หรือ อาร์เซน่อล



สื่อจากฝรั่งเศสและสเปนต่างอ้างไปในทิศทางเดียวกันว่า "เปแอสเช" ปิดดีลกับ เอร์เรร่า เรียบร้อย รอแค่แถลงชูเสื้อเปิดตัวอย่างเป็นเรื่องเป็นราวเท่านั้น

กระนั้นตราบเท่าที่ ยังไม่มีคำว่า "อย่างเป็นทางการ" ก็ไม่อาจปักใจเชื่อได้ทั้งหมด อนาคตของ เอร์เรร่า ยังคลุมเครือและเต็มไปด้วยคำถามเช่นเดิม

------------------

หนึ่งในภารกิจเร่งด่วนที่ โซลชา ต้องรีบจัดการหลังได้รับสัญญาถาวรคือเรื่อง เอร์เรร่า นี่แหล่ะ

แม้นักเตะแทบทุกคนจะรู้แล้วว่ามีกุนซือ"นอร์วีเจี้ยน" เป็นเจ้านายในฤดูกาลหน้า แต่อยากจะเห็นความชัดเจนแน่นอนไปเลย

ตอนนี้แจ่มชัด 100 เปอร์เซนต์ จึงอาจจะมีการคุยกันอีกยกเพื่อความเป็นไปได้ในเรื่องสัญญาใหม่



ว่าไปแล้วมันอาจเป็นการเจรจาต่อรองครั้งประวัติศาสตร์ของ แมนฯ ยูไนเต็ด ด้วยซ้ำ เพราะถ้าไม่สำเร็จคือต้องเสียไปฟรีๆ ไม่ได้สักเพนนีเดียวตอบแทน ทั้งที่ซื้อมา 24 ล้านปอนด์เมื่อ 5 ปีก่อน

ประเด็นนั้นอาจไม่สำคัญเท่า เอร์เรร่า คือแข้งขวัญใจแฟนบอล แล้วสโมสรไม่อาจรั้งเอาไว้ได้ นี่แหล่ะจะน่ากลัวกว่า

เสียงโวยวายฟูมฟายด้วยความไม่พอใจจะดังกระหึ่มแน่ บอร์ดบริหารของ แมนฯ ยูไนเต็ด จะตกเป็นผู้ต้องหาอย่างไม่มีทางเป็นอื่นไปได้

ถ้าดีลปิดไม่ลงด้วยเหตุผลเรื่องของอายุและค่าจ้างแล้วล่ะก็ มันก็ไม่ได้น่าแปลกใจอะไรหรอก

แต่เมื่อสถานการณ์มันลากยาวไหลมาขนาดนี้ บอร์ดก็ควรต้องยอมถอยและรับข้อเสนอของนักเตะ

สิ่งที่ตามมาไม่ใช่เสียแค่ เอร์เรร่า อย่างเดียวเท่านั้น แต่บอร์ดยังเสียความน่าเชื่อถือไปจากแฟนบอลด้วย ทั้งที่ความตึงเครียดกำลังจะผ่อนคลายลง



ถ้าจะเสี่ยงจริงก็ต้องกล้ายอมรับผลที่ตามมาด้วย เพราะนี่คือ "ว่าที่กัปตัน" ของพวกเขาเลยทีเดียว

มันจะเป็นการฆ่าตัวตายชัดๆของ เอ็ด วู้ดเวิร์ด อย่างไม่ต้องสงสัย

ไม่ว่าการเจรจาสัญญาฉบับใหม่กับ "พี่น้อย" จะดำเนินการไปถึงไหนแล้ว ทางเราก็ขอเป็นกำลังใจให้ "ปีศาจแดง" สมหวังกับสิ่งที่ต้องการและหาทางออกให้ได้เร็วที่สุด Sbobet777 ขอร่วมเป็นกำลังใจให้กับ " เร้ด เดวิลส์" มาร่วมเป็นกำลังใจไปพร้อมกับเรา กดลิ้งตรงนี้เลย  https://line.me/R/ti/p/@777sbo หรือ 08-44-9990 77, 88 , 99
---------------------------------------------------

เห็นก่อน อ่านก่อน !!
กด "ติดตาม" และเลือก "เห็นโพสต์ก่อน (See First) "

https://www.facebook.com/cheerball/

 
บทความดีๆ เรื่องราวกีฬาฟุตบอล
เรานำเสนอให้คุณได้อ่านทุกวัน

---------------------------------------------
Facebook Comment