ข่าว

แค่เส้นบางๆคั่นไว้

อัพเดตเมื่อ : March 31, 2019 1:48am โดย : admin

ลีดส์ ยูไนเต็ด หลุดจากวงโคจร พรีเมียร์ลีก มาตั้งแต่ฤดูกาล 2003/04

จากวันนั้นยันวันนี้ 15 ปีเข้าไปแล้ว ที่ไม่เคยย่างกรายมาอยู่บนลีกสูงสุดอีกเลย สร้างความเจ็บช้ำให้กับกองเชียร์อย่างมาก

นี่คือสโมสรเบอร์ต้นๆของแคว้นยอร์คเชียร์ มีประวัติศาสตร์เข้มขลัง ผ่านการห้ำหั่นต่อสู้บนฟลอร์หญ้ามาอย่างโชกโชน

แฟนบอลของ ลีดส์ ซึ่งบ้านเราเรียกว่า "ยูงทอง" ตามชื่อเล่น The Peacocks มีความศรัทธาและเชื่อมั่นในสโมสรอันเป็นที่รักของตัวเองมาก

แม้จำนวนโทรฟี่จะเป็นรองอีกหลายทีม แต่พวกเขาเชื่อว่าความยิ่งใหญ่ไม่ได้วัดกันที่ความสำเร็จเพียงอย่างเดียวเท่านั้น



มันต้องควักหัวใจมาพิสูจน์กันด้วยว่าใครจะเจ๋งกว่ากัน นี่แหล่ะคือเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของของสาวก "ยูงทอง"

ลีดส์ คือหนึ่งในสโมสรที่มีกิตติศัพท์เรื่องแฟนบอลหัวรุนแรงหรือจำพวกฮูลิแกนสูงมากๆ พร้อมเสมอที่จะดวลกับฝ่ายตรงข้าม

แม้จะไม่มีคู่ต่อสู้แถบละแวกเดียวกันไว้วัดศักดิ์ศรีในแบบฉบับ ดาร์บี้แมตช์ เพราะโซนนั้นไม่มีทีมบอลพอสมน้ำสมเนื้อ

พวกลีดส์ เลยไปเลือกเอา แมนฯ ยูไนเต็ด มาเป็นศัตรูตัวเอ้ โดยไปหยิบเอาความขัดแย้งแตกหักเมื่อครั้งอดีตหลายร้อยปีหรือที่เรียกว่า "สงครามดอกกุหลาบ" มาเป็นสตอรี่มันซะเลย

มันเป็นสงครามชิงบัลลังก์ระหว่างสองตระกูลและเป็นหนึ่งในแรงบันดาลใจให้ผู้สร้างซีรี่ย์ดัง Game of Thornes อีกต่างหาก (ไว้ค่อยมาคุยกันเรื่องนี้อีกทีครับ)

จริงๆแล้วไม่ใช่เรื่องสงครามในอดีตอย่างเดียวเท่านั้น แต่ช่วงหลัง แมนฯ ยูไนเต็ด มักจะรังแกข่มเหง ลีดส์ ใช้เงินฟาดหัวกวาดซื้อผู้เล่นตัวเก่งไปไม่น้อย



นั่นเลยยิ่งสร้างความโกรธให้กับเหล่าแฟน"ยูงทอง" มาก ถึงขั้นประกาศเลยว่าอย่าให้เจอหน้าแล้วกัน จะเอาให้น่วมเลยทีเดียว

ดีกรีความเกลียดชังมากแค่ไหนนะหรือ? ก็แค่ เจมส์ มิลเนอร์ ซึ่งเป็นคนลีดส์โดยกำเนิด เล่าให้ฟังว่าพ่อของเขาออกคำสั่งห้ามใส่เสื้อสีแดงให้เห็นเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นมีเรื่องกันแน่

เสื้อผ้าแขวนเรียงรายในตู้ของ มิลเนอร์ จึงมีแต่สีขาวหรือโทนนั้น กระทั่งย้ายมาเล่นกับ ลิเวอร์พูล นี่แหล่ะถึงได้สวมสีแดง ซึ่งพ่อคงเข้าใจว่ามันเป็นหน้าที่การงาน

แฟนบอลลีดส์ จึงเต็มไปด้วยลูกบ้าลูกคลั่งไม่น้อยไปกว่าทีมอื่น

ฉะนั้นจึงเหมาะเหม็งลงตัวกับ มาร์เซโล่ บิเอลซ่า กุนซือคนปัจจุบันอย่างมาก

แม้จะไม่เคยมีการจัดอันดับความบ้าในวงการกุนซือลูกหนัง แต่เราเชื่อว่า บิเอลซ่า ไม่เป็นรองใครเด็ดขาด

----------------------

กุนซืออาร์เจนไตน์รายนี้ เพิ่งเข้ามารับตำแหน่งผู้จัดการทีมลีดส์เมื่อฤดูร้อนที่แล้วเอง



ก่อนหน้านั้นทัพ"ยูงทอง" แทบไม่ได้เฉียดกรายเข้าใกล้โอกาสเลื่อนสู่ พรีเมียร์ลีก เลย แถมยังเคยเคราะห์หนักตกไปลีกวันอีกต่างหาก ก่อนจะกลับขึ้นมาได้ภายในปีเดียว

แต่พอได้ บิเอลซ่า มากุมบังเหียน ความหวังกลับเจิดจ้าอย่างไม่น่าเชื่อ ทั้งที่ไม่ได้ทุ่มทุนผลาญงบประมาณเสริมผู้เล่นอะไรมากมาย

เขานำ"ยูงทอง" บินสูงเกาะอยู่กลุ่มนำตลอด นับตั้งแต่ปฏิทินเปลี่ยนปีเป็นต้นมา ไม่เคยหลุดจากท็อปทรีหรือ 1 ใน 3 เลย

อย่างไรก็ตามราวกลางเดือนมกราคมที่ผ่านมา บิเอลซ่า สร้างเรื่องฉาวขึ้น เมื่อถูกจับได้ว่าส่งทีมงานไปสอดแนมที่สนามซ้อมของ ดาร์บี้ เคาน์ตี้ ก่อนเจอกันใน เดอะ แชมเปี้ยนชิพ

ผลเกมนั้น ลีดส์ เข่น 2-0 ไม่ลำบากอะไรนัก แต่สร้างความฉุนเฉียวให้กับ แฟร้งค์ แลมพาร์ด กุนซือ"แกะเขาเหล็ก" ไม่น้อย

แต่น่าแปลกใจคือ บิเอลซ่า ไม่ปฏิเสธเลยสักนิดเดียว แถมยังยอมรับว่าทำจริงเพราะมันไม่ได้ผิดกฎอะไร



หนักกว่านั้นคือยังสำทับอีกว่า ทุกสโมสรที่อยู่ใน เดอะ แชมเปี้ยนชิพ เขาล้วนแต่ส่งสายสืบของตัวเองไปส่องฟอร์มด้วยกันทั้งสิ้น เพราะนี่คือกลยุทธ์ในการทำงานอย่างหนึ่ง

ที่น่าตลกคือตอนแรกสื่ออังกฤษพยายามกดดัน บิเอลซ่า อย่างหนัก โดยยกประเด็นที่ว่าไร้มารยาทขาดการเคารพ สมควรที่จะต้องพิจารณาตัวเอง

บิเอลซ่า ก็บ้ายอตามเล่นด้วยอีก เพราะคล้อยหลังไม่นานปล่อยข่าวว่าจะแถลงข่าวสำคัญ

แต่พอพวกสื่อไปถึงจริง กลับฉายสไลด์ให้ดูกันจะๆเลยว่ามีทีมไหนบ้างที่เคยตกเป็นเหยื่อ "ถ้ำมอง" ของเขามาแล้ว

แม้จะเจอเสียงวิจารณ์ถล่มอย่างหนักหน่วง แต่เขายักไหล่ไม่แคร์ เพื่อความสำเร็จอย่าไปมัวแต่ต้องคำนึงถึงโน่นนี่เสมอไป ที่สำคัญคือสิ่งที่ทำไม่ได้ผิดกติกาเลย แม้จะผิดมารยาทอยู่ก็เถอะ



อย่างไรก็ตามนี่ไม่ใช่สิ่งแปลกใหม่สำหรับกุนซืออาร์เจนไตน์รายนี้เลย มันปกติมากถึงมากที่สุด

แล้วสมญา "เอล โลโก้" หรือที่แปลว่า "คนบ้า" ไม่ได้มาจากความบังเอิญจริงๆ

---------------------

ครั้งหนึ่งสมัยยังเป็นกุนซือ แอธเลติก บิลเบา นักข่าวถาม อีเคร์ มูเนียอิน ลูกทีมว่า ตกลงเจ้านายคุณบ้าจริงหรือเปล่า..

มูเนียอิน ตอบไปว่าอย่าเรียกพฤติกรรมที่พวกคุณเห็นว่าบ้าเลย เพราะมัน "โคตรบ้า!!" ต่างหากเล่า



จุดเริ่มต้นมาจากความบ้างาน ที่ควรใช้คำว่าคลั่งต่างหาก บิเอลซ่า สามารถจดจ่ออยู่กับงานตัวเองได้ตลอด 24 ชั่วโมงราวกับว่าไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ร่างกายแกร่งดุจเครื่องจักร

นอกจากขับรถนับสิบชั่วโมงเพื่อไปส่องฟอร์มนักเตะแถบถิ่นไกลปืนเที่ยงแล้ว เขายังฝักใฝ่อ่านและศึกษาตำราลูกหนังมากมาย ราวกับว่าหิวกระหายเหมือนหนอนแทะกระดาษ

แล้วเคยส่งเด็กวัยรุ่นน้ำหนักตัวน้อยๆ ปีนไปบนต้นไม้ แล้วลงมาบอกว่าคู่ต่อสู้ซ้อมวิธีการเล่นอย่างไร ซึ่งแสดงให้เห็นว่าใช้กลอุบายนี้มานานมากแล้ว

บางทีก็นั่งวิเคราะห์วิดีโอยันค่ำมืดดึกดื่น กรอวนไปมาอย่างนั้นหลายรอบ ปากกาในมือก็ขีดฆ่าหรือจดยิกลงบนกระดาษอย่างไม่หยุดหย่อน

ความบ้าถูกยกระดับขึ้นอีก เมื่อเกมที่ต้องเจอกับ บียาร์เรอัล มีคนสังเกตว่าช่วงที่ "บิลเบา" โดนบุก บิเอลซ่า จะเดินนับก้าวอยู่ใน "เทคนิคัล แอเรีย" หรือเขตสำหรับกุนซือที่ข้างสนามให้ครบ 13 ก้าว เพื่อเป็นการเอาเคล็ดหรือจะเรียกว่าเล่นของก็ได้ทั้งนั้น

ดีกรีไม่ได้มีแค่นั้น เพราะวันดีคืนดีเขาเดินไปยังโบสถ์แล้วบอกกับแม่ชีว่าคุณน้าเขาบวชที่นี่ ก่อนขอร้องให้แม่ชีสวดอวยพรให้ทีมของเขาคว้าชัยสำเร็จด้วยเถิด

แล้วมันก็น่าทึ่งว่าช่วงนั้นฟอร์มของ "บิลเบา" พีกมากๆ ถึงขั้นได้เข้าชิง ยูฟ่า ยูโรปาลีก ในปี 2012 โดยรอบก่อนหน้านั้นเคยบุกไปล้ม แมนฯ ยูไนเต็ด ที่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด อีกด้วย



แต่อย่าเพิ่งไปเย้ยหยันดูถูกว่า บิเอลซ่า เป็นคนบ้าแบบไร้คลาส

ความจริงแล้วมันไม่ใช่อย่างนั้นเลย

--------------------

หากคุณถาม เป๊ป กวาร์ดิโอล่า และ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ 2 กุนซือหนุ่มยอดฝีมือในยุคนี้ว่า มีใครเป็นต้นแบบในการทำงาน

คำตอบที่ได้คือ มาร์เซโล่ บิเอลซ่า นั่นเอง

ด้วยวิถีการทำงานหนักและแน่นทฤษฎี รวมทั้งมีหลักจิตวิทยายอดเยี่ยม นั่นทำให้ทั้งคู่นับถือ บิเอลซ่า อย่างมาก

ตอน บิเอลซ่า โดนอัดหนักเรื่องสปายสอดแนม แล้ว แลมพาร์ด กุนซือ ดาร์บี้ ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า ไม่เคยเห็น เป๊ป หรือ เจอร์เก้น คล็อปป์ เคยใช้วิธีแบบนี้มาก่อนเลย

ให้หลังไม่นานกุนซือ แมนฯ ซิตี้ ออกมาสวนกลับมาว่า เขาเองก็เคยยืมแนวทางนี้มาใช้เช่นเดียวกัน



นอกจากเลียนแบบไอดอลตัวเองแล้ว การออกมาพูดในลักษณะนี้ยังแสดงให้เห็นถึงการปกป้องอีกต่างหาก

กระนั้นในอีกทางแม้จะสร้างความเคารพนับถือให้กับนักเตะหลายราย แต่มีไม่น้อยเหมือนกันที่หวาดหวั่นเมื่อต้องอยู่ใกล้กับ บิเอลซ่า

หลังจากแยกทางกับ "บิลเบา" แล้ว กุนซืออาร์เจนไตน์ ผันมารับงาน โอลิมปิก มาร์กเซย แล้วเข้าไปเปลี่ยนแปลงล้างไพ่ทันทีทันใด เล่นเอาแต่ละคนปรับตัวไม่ทัน

เขาประกาศเลยจากนี้วัฒนธรรมที่คุ้นเคยของ "โอแอ็ม" จะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ที่สำคัญเขาไม่ไว้ใจใครทั้งสิ้น แม้กระทั่งผู้ช่วย บางทีอาจต้องการความเป็นส่วนตัวมาก

ใครที่เคยใกล้ชิดหรือร่วมงานในฐานะมือขวา น่าจะรู้จัก บิเอลซ่า ดีพอสมควร



บางทีตอนตี 4 ระหว่างคุณกำลังหลับสนิทบนที่นอนแสนสบาย อาจมีเสียงโทรศัพท์เรียกเข้าจากเขาดังขึ้น แล้วชวนคุยหรือปรึกษาเรื่องงาน

แค่มโนไปว่าซีซั่นหน้าใน พรีเมียร์ลีก จะมี บิเอลซ่า มาเป็นผู้จัดการทีมเติมสีสันขับเคี่ยวเน้นความมันอีกคนก็แทบรอไม่ไหว

เฮฟวี่เมทัลอย่าง เจอร์เก้น คล็อปป์ นี่แทบจะหลบจนตกขอบเลยทีเดียว

เพราะสำหรับ บิเอลซ่า ระหว่างอัจฉริยะกับความบ้า มันมีเส้นบางๆคั่นไว้แค่นั้นเอง

ได้อ่านเรื่องราวของความบ้าของ บิเอลซ่า กันแล้ว มาเจอกับเรื่องราวความตื่นเต้นที่ Sbobet777 กันดีกว่า… รับประกันความสนุกตื่นเต้นเร้าใจแน่นอน ติดต่อเลยที่ https://line.me/R/ti/p/@777sbo หรือ 08-44-9990 77, 88 , 99

---------------------------------------

เห็นก่อน อ่านก่อน !!
กด "ติดตาม" และเลือก "เห็นโพสต์ก่อน (See First) "

https://www.facebook.com/cheerball/

 
บทความดีๆ เรื่องราวกีฬาฟุตบอล
เรานำเสนอให้คุณได้อ่านทุกวัน

---------------------------------------------

Facebook Comment