ข่าว

เหยื่อจากผู้ลี้ภัย

อัพเดตเมื่อ : April 02, 2019 1:33am โดย : admin

ซลาตัน อิบราฮิโมวิช เคยบอกไว้ว่าชาวสวีดิชเป็นมิตรมากๆ

ถ้าคุณไปเที่ยวที่นั่นแล้วต้องการสอบถามข้อมูลต่างๆ พวกเขาจะกุลีกุจอช่วยเหลือเต็มที่ ไม่มีอิดออดหรือแสดงท่าทีรังเกียจเลยสักนิดเดียว

แม้จะมีเชื้อสายบอสเนียนตามครอบครัวที่อพยพหนีสงครามและความอดอยาก แต่เพราะได้สัมผัสกับคนสวีเดนมาตลอดตั้งแต่เด็กๆ ทำให้ อิบรา เข้าใจได้ดี

อย่างไรก็ตามไม่ใช่ครอบครัวของ อิบรา เท่านั้นที่อพยพมายังประเทศแห่งนี้ ที่ได้ขึ้นชื่อว่าเต็มไปด้วยเสรีภาพและเคารพสิทธิมนุษยชน

ยังมีอีกมากมายที่หลั่งไหลเข้ามา ไม่ใช่แค่พวกยุโรปตะวันออกที่ทะลักแบบไม่หยุดหย่อน แต่ฝั่งแอฟริกาก็กระหน่ำกันมามากมาย


เราจึงได้ยินชื่อนักเตะทีมชาติสวีเดน แต่ฟังแล้วแปร่งๆ ไม่น่ามีสายเลือดสวีดิชอยู่บ่อยครั้ง

นอกเหนือจาก อิบรา ที่เรารู้จักดีแล้ว ย้อนกลับไปเมื่อปีก่อนตอนฟุตบอลโลก 2018 หลายคนพอจะจำ จิมมี่ ดูร์มาซ ได้

กองกลางเคราดกรายนี้ได้เป็นพลเมืองของสวีเดนก็จริง แต่ครอบครัวเป็นชาวอัสซีเรีย อพยพมาจากทางตอนใต้ของตุรกี ก่อนตัวเขาจะมาเกิดที่นี่

ในเกมรอบแรกที่ สวีเดน เจอกับ เยอรมัน เกมกำลังเข้าไคลเสมอกัน 1-1 ก่อน ดูร์มาซ จะกลายเป็นต้นตอสำคัญทำให้เสียประตูที่สอง ทำให้ทัพไวกิ้งต้องปราชัย โอกาสเข้ารอบยังต้องลุ้น

หลังจบเกมเท่านั้นเอง ดูร์มาซ เหมือนเป็นผู้ร้ายราวกับไปฆ่าใครตาย เพราะในโซเชี่ยลมีแฟนบอลชาวสวีดิชมากมาย แห่กันมาโพสต์ด่าเขาและไม่น้อยเลยที่ลากเรื่องเชื้อชาติไปเกี่ยวข้อง

มือระเบิดพลีชีพ/ไอ้ก่อการร้ายตาลีบัน/ไอ้ปีศาจอาหรับ


เหล่านี้คือบางส่วนที่ถล่ม ดูร์มาซ อย่างหนัก เหมือนจงเกลียดจงชังกันมาแต่ปางไหน

อย่างไรก็ตามหากมองอีกมุม มันก็สะท้อนเรื่องความรู้สึกของชาวสวีดิชได้ไม่น้อย

สมัยก่อนนี่คือประเทศที่ได้ขึ้นชื่อว่ามีอัตราความปลอดภัยสูงมาก ดึกดื่นค่ำคืนเดินไปไหนมาไหนคนเดียวได้สบายๆ ไม่ต้องกลัวโจรผู้ร้ายหรืออันตรายต่างๆ

แต่หลังจากรัฐบาลมีนโยบายเปิดรับผู้อพยพเป็นเรื่องเป็นราวหลายสิบปีก่อน จากนั้นไม่นานนักความเปลี่ยนแปลงก็เกิดขึ้น

คดีปล้นฆ่าอาชญากรรมต่างๆพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ จนสวีเดนไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

มัลโม ซึ่งเป็นแหล่งรวมของผู้อพยพ เพราะมีศูนย์อยู่ที่นั่น ขึ้นชาร์ตเมืองอันตราย 1 ใน 10 ของยุโรปมาแล้ว ใครได้ยินเข้าแทบไม่อยากจะเชื่อ

แล้วผลสำรวจจากชาวสวีดิชเมื่อ 3 ปีก่อน มีถึง 48 เปอร์เซนต์ที่เชื่อว่าผู้อพยพคือสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดอาชญากรรมในประเทศมากขึ้น

ก่อนหน้านี้ เอมี โฮโรวิตซ์  นักข่าวชาวอเมริกัน ผู้ผลิตสารคดีเกี่ยวกับความรุนแรงจากผู้ลี้ภัยในสวีเดนในปี 2016 ออกมาให้สัมภาษณ์ผ่าน ฟ็อกซ์ นิวส์ ว่า ผู้ลี้ภัยคือเหตุผลหลักของอาชญากรรมที่พุ่งสูงและทางการพยายามปิดบัง


ไม่นานนัก โดนัลด์ ทรัปป์ ประธานาธิบดีของสหรัฐฯ เอาประเด็นนี้มาสนับสนุนนโยบายของตนเองที่พยายามจะจำกัดการหลั่งไหลเข้ามาของผู้อพยพลี้ภัยทั้งหลาย

แล้วก็ชี้ให้ดูสวีเดนเป็นตัวอย่าง รวมถึงเยอรมันสองประเทศที่แบกรับภาระผู้อพยพมากสุด ส่งผลร้ายต่อผู้คนของตัวเองมากแค่ไหน

ทีนี้พอคนสวีเดนกลุ่มที่หวาดผวาผู้ลี้ภัยได้ยินเข้า ก็ยิ่งหวาดหวั่นเข้าไปอีก จากนั้นก็โยนผิดบาปให้กับรัฐบาลตัวเองที่ใจดีเกินไป ปล่อยให้คนต่างเผ่าพันธุ์ต่างเชื้อชาติทะลักมามากเกินไป

นอกจากนี้พวกเขายังมองว่าภาษีที่จ่ายไปแต่ละปีจำนวนมาก ตามรูปแบบรัฐสวัสดิการ นำไปช่วยเหลือผู้อพยพโดยไม่จำเป็น

ฉะนั้นเลยเริ่มมองรัฐบาลเป็นศัตรูและเชื่อว่าน่าจะปิดบังอะไรอยู่

แม้ฝั่งรัฐจะนำรายงานบางส่วนมาเปิดเผยให้สบายใจว่า คดีทำร้ายร่างกาย ล่วงละเมิดทางเพศ ปล้นฆ่าต่างๆ รวมถึงก่อการร้ายลดลง แต่นั่นไม่ได้ทำให้ผู้คนที่ต่อต้านมองด้วยสายตาที่ไว้ใจอีกต่อไป

นี่จึงเป็นปัญหาที่น่าเป็นห่วงของสวีเดน แล้วช่วยไม่ได้ที่จะลุกลามมายังเกมในสนามด้วย

--------------------

เกมล่าสุดที่ แมนฯยูไนเต็ด คว้าชัยเหนือ วัตฟอร์ด 2-1 ปรากฏว่าปราศจากชื่อ วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ ปราการหลังคนสำคัญ


แข้งสวีดิชรายนี้ขึ้นไปนั่งบนบ็อกซ์วีไอพีแทน ซึ่งมันต้องมีเรื่องไม่ปกติซ่อนอยู่แน่

นักข่าวสงสัยเลยไปถาม โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ที่เพิ่งประเดิมคุมทีมในฐานะผู้จัดการแบบถาวร ก็ได้รับคำตอบแบบไม่ค่อยชัดเจนนัก ภายหลังถึงมารู้ว่า ลินเดอเลิฟ ถูกแฟนบอลสวีเดนขู่ฆ่า

โซลชา เห็นแล้วว่าลูกทีมอาจเกิดความสับสนไม่สบายใจ ก็เลยตัดสินใจไม่ใช้งาน ให้พักไปก่อน แม้นี่จะเป็นคีย์แมนในแนวรับก็ตาม

ปมเรื่องนี้มาจากศึกคัดยูโร 2020 ของ สวีเดน ที่ผ่านมามีคิวดวลกับ โรมาเนีย และ นอร์เวย์ ก่อนชนะ 2-1 และ เสมอ 3-3

หลักใหญ่ใจความไม่ได้อยู่ที่เรื่องผลอย่างเดียวเท่านั้น แต่แฟนบอลบางส่วนไม่พอใจที่เห็นว่า ลินเดอเลิฟ ถอนตัว ซึ่งพวกเขาเชื่อกันว่าเจตนาจะถนอมสภาพร่างกายให้ฟิตเพื่อไว้ช่วย แมนฯยูไนเต็ด ต้นสังกัดมากกว่า


หรือประเด็นอาจจะอยู่ที่บรรดาแข้งดังในทีมชาติหลายคน ไม่พอใจ ยานเน่ อันเดอร์สสัน กุนซือที่ตัดชื่อ จอห์น กุยเด็ตติ หัวหอกตัวหลักออกจากขบวนนี้

เพราะ ลินเดอเลิฟ เองมีความสนิทแนบแน่นกับ กุยเด็ตติ อยู่แล้ว เมื่อเห็นเพื่อนตกอยู่ในสถานการณ์เหมือนโดนกลั่นแกล้ง ก็เลยตอบโต้คืน

ข้อความสาปส่งว่า ลินเดอเลิฟ เป็นคนทรยศ ไม่ให้ความสำคัญกับชาติบ้านเกิดหรือหนักถึงขั้นมีขู่ฆ่า มันทำให้เรื่องชักจะบานปลายไปกันใหญ่

แม้จะมีการเปิดเผยว่า ลินเดอเลิฟ ขอไม่เล่นให้ทีมชาติ เพราะต้องไปเฝ้า มาย่า นิลส์เซ่น ภรรยาที่ให้กำเนิดลูกคนแรกก็ตาม ความโกรธแค้นเกรี้ยวกราดของแฟนบางคนยังไม่ลดลง

หากกรณีนี้เกิดขึ้นในประเทศแถบอเมริกาใต้หรือแอฟริกา อาจจะยังไม่น่าแปลกใจเท่าไร

แต่มันเกิดขึ้นที่สวีเดน ดินแดนแห่งเสรีภาพ ศิวิไลซ์ และผู้คนมีพัฒนาการทางด้านจิตใจ

ยิ่งคิดให้มากเท่าไรก็ยิ่งน่ากลัวมากขึ้นเท่านั้น



เพราะหากเรายกตัวอย่างทีมชาติอังกฤษ ซึ่งนักเตะหลายคนถอนตัวแล้วอ้างอาการบาดเจ็บ ทั้งที่บางเคสอยู่ในข่ายน่าสงสัย แต่แทบไม่มีเสียงต่อว่าจากแฟนบอลสักเท่าไร ทั้งที่มีพวกกลุ่มหัวรุนแรงอยู่ไม่น้อย

ความรุนแรงในสวีเดน ที่ถูกกล่าวหาว่ามีต้นตอจากผู้อพยพลี้ภัย รุกคืบมายังเกมฟุตบอลแล้วจริงหรือ?

---------------

การปล่อยให้ผู้อพยพเข้าประเทศมากขึ้นเท่าไร โอกาสที่รัฐบาลสวีเดนจะต้องมานั่งปัดกวาดปัญหาก็ย่อมมากขึ้นเป็นเงาตามตัว


เห็นได้ชัดว่าช่วงหลังนี่คือประเทศที่มีความสุ่มเสี่ยงเรื่องก่อการร้าย ทั้งที่ไม่ควรจะเกิดขึ้น หากมองย้อนไปที่อดีตซึ่งความปลอดภัยสูงมากประเทศหนึ่งของโลก

มันจึงเป็นการต่อสู้ระหว่างรัฐบาลกับผู้คนจำนวนมากในประเทศ แม้กระทั่งคนรุ่นใหม่ก็ปักใจเชื่อว่าผู้อพยพนี่แหล่ะคือตัวการสำคัญจะทำให้สวีเดนตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้

ไม่ต้องอะไรมากความรุนแรงต่างๆ สะท้อนได้จากฟุตบอลนี่เอง จากที่ดูเพื่อความเอนเตอร์เทน แฟนบอลมีสปิริต รู้จักแพ้ชนะอภัย แต่เวลานี้ไม่ใช่อีกต่อไปแล้ว

ยอดอาชญากรรมที่พุ่งมากขึ้นเรื่อยๆ ส่งผลกระทบต่อจิตใจและความรู้สึกของผู้คน จากที่อาจเคยละเอียดอ่อนใจดี ก็เริ่มหยาบและดูรุนแรงแกร่งกล้าขึ้น

แค่กรณีของ ดูร์มาซ กับ ลินเดอเลิฟ มันก็น่าจะมีน้ำหนักมากพอที่จะทำให้เชื่อว่า สวีเดนเปลี่ยนแปลงไปมากจริงๆ

หากถามว่าสาเหตุหลักมาจากผู้อพยพจริงหรือไม่ มันอาจจะตอบลำบาก เพราะต่างฝ่ายต่างอ้างข้อมูลที่ดูจะไม่ตรงกัน เพื่อสนับสนุนความคิดฝั่งตน


แล้วถ้าเราบอกว่า ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ซึ่งคือผลผลิตของผู้อพยพที่มาอาศัยในสวีเดนและนิยมความรุนแรงล่ะ?

แต่แน่นอนว่า อิบรา คือแข้งระดับโลกในยุคพีกสุดขีด ช่วยสร้างชื่อเสียงและยกระดับผลงานให้กับสวีเดนไม่น้อย จนบางคนมองข้ามเรื่องความเป็นผู้ลี้ภัยของเขา รวมถึงพฤติกรรมที่มักแสดงออกด้วยการใช้ความรุนแรง

แม้กระทั่ง ดูร์มาซ ยังเคยบ่นว่า ในทางกลับกันถ้าเปลี่ยนจากผมเป็น อิบรา คงไม่มีแฟนบอลคนไหนกล้ามาต่อว่าหรือเหยียดเชื้อชาติเช่นนั้น

เรื่องนี้มันละเอียดอ่อนเกินกว่าจะมาสรุปแบบฟันโชะลงไปได้

เพียงแต่ฟุตบอลไม่ควรมาแปดเปื้อนมนทิลด้วยเรื่องแบบนี้เลยจริงๆ

ใช่ครับฟุตบอลไม่ควรแปดเปื้อน ฟุตบอลควรที่จะเป็นเรื่องของความสนุกตื้นเต้นและเร้าใจในสนามมากกว่าและถ้าหากเพื่อนๆต้องการจะร่วมลุ้นตัวโก่งไปกับฟุตบอลล่ะก็ลองมานี่เลย Sbobet777 ติดต่อเลยที่ https://line.me/R/ti/p/@777sbo หรือ 08-44-9990 77, 88 , 99

---------------------------------------

เห็นก่อน อ่านก่อน !!
กด "ติดตาม" และเลือก "เห็นโพสต์ก่อน (See First) "

https://www.facebook.com/cheerball/



บทความดีๆ เรื่องราวกีฬาฟุตบอล
เรานำเสนอให้คุณได้อ่านทุกวัน

---------------------------------------------
Facebook Comment