ข่าว

แตกต่างและแตกแยก

อัพเดตเมื่อ : April 03, 2019 1:54am โดย : admin

ทวนเข็มนาฬิกากลับไปเมื่อ 3 พฤศจิกายน 2018 การเผชิญหน้าระหว่าง กาลาตาซาราย กับ เฟเนร์บาห์เช่ เต็มไปด้วยความระอุดุเดือดสมราคาอย่างมาก

แม้จะเป็นแค่ "เตอร์กิช" ลีกหรือเกมลีกสูงสุดธรรมดา แต่ในความเป็นจริงนี่คือการห้ำหั่นเดิมพันด้วยศักดิ์ศรีในชื่อที่รู้จักกันว่า "อิสตันบูลดาร์บี้"

ก่อนจะสิ้นเสียงนกหวีดยาวสัญญาณจบเกมไม่กี่นาที เกิดเหตุชุลมุนอลหม่านบริเวณกลางสนาม ทั้งผู้เล่นและเจ้าหน้าที่ของทั้งสองทีมกรูกันลงมามีทั้งห้ามและขอร่วมวงกว่า 30 ชีวิต

พอจับแยกกันเรียบร้อย ปรากฏว่าใบแดงว่อนไปถึง 3 ใบ ด้วยกัน ของเจ้าถิ่นคือ บาดู เอ็นดิยาย ส่วน เฟเนร์ ผู้มาเยือนเป็น เยลสัน กับ โรแบร์โต้ โซลดาโด้ ที่ต้องเข้าห้องแต่งตัวไปอาบน้ำก่อน



เกมนี้หวดกันที่ อาลี ซามี เยน สังเวียนแข้งซึ่งในความรู้สึกของอาคันตุกะคือนรก มันยิ่งขับบรรยากาศให้สยองขวัญสั่นประสาทมากไปกว่าเดิมอีก

อย่างไรก็ตาม 3 ใบแดงรวมทั้งความวุ่นวายในช่วงท้ายเกมอย่างนี้ มันธรรมดาเหลือเกิน ไม่ใช่รุนแรงเกินพิกัดหรือประหลาดอะไรเลย

ปูมหลังฟ้องอยู่แล้วว่าหลายเกมที่ กาลาตาซาราย เชิดฉิ่งกับ เฟเนร์บาห์เช่ มันต้องเซ่นสังเวยด้วยเลือดเนื้อเลยทีเดียว จึงจะสาสมกัน

จริงๆแล้วใน อิสตันบูล เมืองหลวงของตุรกี มีสโมสรฟุตบอลในลีกสูงสุดหรือซูเปอร์ลีกไม่น้อย นอกจาก 2 ทีมดังกล่าวแล้ว ชื่อของ เบซิคตัส , อิสตันบูล บาซัคเซเฮียร์ และ คาซิมพาซ่า ก็รวมอยู่ด้วย

และแม้เวลานี้ อิสตันบูล บาซัคเซเฮียร์ กำลังพุ่งแรงสุดขีด ยึดหัวหาดตารางทิ้งห่าง กาลาตาซาราย ถึง 6 คะแนนมีโอกาสสร้างประวัติศาสตร์กับแชมป์ครั้งแรกสูงลิบ



รวมไปถึง เฟเนร์บาห์เช่ ทำกองเชียร์แทบช็อคตาค้าง เพราะฟอร์มรูดมหาราชอย่างไม่น่าเชื่อ จมอยู่ข้างท้ายตารางอันดับ 13 จาก 18 ทีม ห่างโซนตกชั้นแค่ 4 คะแนน หมิ่นแหม่จะตกชั้นได้

แต่ไม่ว่าอย่างไรศึกนี้ที่ถูกเรียกเฉพาะอีกชื่อว่า อินเตอร์คอนติเนนทัล ดาร์บี้ หรือ "ดาร์บี้แมตช์ 2 ทวีป" ก็ยังคงถูกโฟกัสจากสายตากองเชียร์ทั่วประเทศเสมอ

เพราะ 100 เปอร์เซนต์ของคอลูกหนังเติร์ก แบ่งเป็น 35 เปอร์เซนต์ที่เชียร์ กาลาตาซาราย อีก 34
เปอร์เซนต์ เป็นของ เฟเนร์บาห์เช่ ที่เหลืออีกราว 31 แบ่งเป็นสัดส่วนกระจัดกระจายไปยังสโมสรอื่นๆ

นี่คือช่องว่างที่ถ่างกว้างมากกับความนิยมของทั้งสองสโมสรที่เหนือกว่าชัดเจนมากๆ

หลายคนน่าจะพอรู้อยู่ว่า ตุรกี มีพื้นที่อยู่ในทั้งสองทวีปคือยุโรปและเอเชีย

แต่พื้นที่ในยุโรปมีเพียงแค่ 3 เปอร์เซนต์เท่านั้น ซึ่งก็อยู่ใน อิสตันบูล เกือบทั้งหมด ที่เหลืออีก 97 เปอร์เซนต์คือฝั่งเอเชียหรือที่ถูกเรียกว่าอนาโตเลีย



อิสตันบูล จึงเป็นเมือง 2 ทวีปโดยมีช่องแคบบอสฟอรัส กั้นเอาไว้ ซึ่งไม่ได้กั้นแค่ผืนแผ่นดินอย่างเดียว แต่ยังกั้นความรู้สึกของชาวเติร์กไว้ด้วย

แล้วไม่ต้องสงสัยเลยว่า วัฒนธรรม เชื้อชาติ ความเชื่อศรัทธาต่างๆ มันต้องลามมายังเกมลูกหนังแน่ๆ

กรณีของ กาลาตาซาราย กับ เฟเนร์บาห์เช่ ก็ไม่มีข้อยกเว้นเช่นเดียวกัน

------------------

กาลาตาซาราย วางตัวอยู่ฝั่งตะวันตกของเมืองหลวง มีจุดกำเนิดจากนักเรียนมัธยมทางฝั่งยุโรป โดยประธานคนแรกคือ อาลี ซามี เยน ซึ่งก็ถูกนำมาตั้งชื่อสังเวียนแข้งในเวลาต่อมานั่นแหล่ะ

ใช่หรือไม่หากเราจะบอกว่า กาลาตาซาราย คือตัวแทนของชนชั้นสูง ที่มีการศึกษา อีกทั้งอิงไปทางยุโรป



ก่อนสงครามโลกครั้งที่ 1 จะเปิดฉากขึ้น 1 ปี ทาง กาลา ซึ่งมีข้อจำกัดเรื่องนักฟุตบอลไปเจรจากับ เฟเนร์ เพื่อขอยืมนักเตะ แต่คุยไปสักพักเกิดไอเดียรวมทีมกันขึ้น

อย่างไรก็ตามพอสงครามมาถึง ตุรกีซึ่งเป็นชัยภูมิสำคัญของมหาอำนาจทั้งสองขั้ว ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากในการเอาตัวรอด ฟุตบอลลีกจึงต้องเบรกตัวเองลง อย่างไม่มีทางเลือก

ผลพวงจากสงครามที่ยาวนาน ทำให้เกิดผลกระทบตามมามากมายและแม้ไฟจะมอดแล้ว แต่กว่าที่ฟุตบอลในตุรกีจะยืนหยัดช่วยเหลือตัวเองได้อีกครั้งก็ปาเข้าทศวรรษที่ 60 โน่นเลย

ด้วยความที่ เฟเนร์ ถูกทำคลอดออกมาโดยชนชั้นแรงงานเป็นหลักและอยู่ทางฝั่งเอเชีย ซึ่งดูจะเคร่งครัดในเรื่องการนับถือศาสนาอิสลามมากกว่า ทำให้เกิดความแปลกแยกแตกต่างไปจาก กาลา ชัดเจน

เมื่อแตกต่างกัน มันก็ขัดแย้งกันและใช้ฟุตบอลนี่เองเป็นเครื่องมือในการปลดปล่อย

จริงๆแล้วมันเกิดขึ้นตั้งแต่เกมกระชับมิตรในปี 1934 แล้ว เพราะผู้เล่นทั้งสองทีมซัดกันนัวเนีย ไม่สนใจเล่นตามเกม จนสุดท้ายผู้ตัดสินเห็นท่าไม่รอดแน่ เลยยุติการแข่งขัน ซึ่งไม่ได้หมายความว่าความวุ่นวายจะจบลงเท่านั้น

แต่ถ้าจะเอาบรรยากาศที่คุกรุ่นที่มีหลักฐานและพยานปากต่างๆ บันทึกไว้ก็ต้องเกมนัดชิงเตอร์กิช คัพปี 1996 ซึ่งตอนนั้นระบบไม่ได้เป็นการตัดสินนัดเดียว แต่หวดกันแบบเหย้า - เยือน

เกมแรกห้ำหั่นกันที่ อาลี ซามี เยน อย่างเข้มข้นเร้าใจกองเชียร์ ก่อน กาลา เจ้าบ้าน เข่นตุนไว้ก่อน 1-0

พอกลับมาดวลกันที่ ซูครู ซาราโคกลู ของฝั่ง เฟเนร์ บ้างผลออกมาเหมือนกันเจ้าบ้านเฮ 1-0 รวมแล้วเสมอ 1-1 ต้องต่อเวลาพิเศษออกไป 30 นาที

แล้ว ดีน ซอนเดอร์ส อดีตแข้ง ลิเวอร์พูล ก็มากดประตูชัยได้สำเร็จ ท่ามกลางความสะใจของกองเชียร์กาลาตาซาราย หลายพันคน เพราะการได้ครองแชมป์และฉลองที่นี่ เหมือนได้เย้ยอริตัวฉกาจ

อย่างไรก็ตามโมเมนต์ที่ทำให้ทุกคนในสนามตื่นตะลึงก็คือ แกรม ซูเนสส์ กุนซือ กาลา ซึ่งหอบหิ้ว ซอนเดอร์ส มาร่วมงานด้วยกัน เกิดอาการคลุ้มคลั่งคอนโทรลตัวเองไม่อยู่ ฉวยธงตราสัญลักษณ์ของทีมตัวเอง แล้ววิ่งไปปักไว้ที่กลางสนาม



พอกองเชียร์เจ้าบ้านตั้งสติได้ ก็รีบแจ้นลงไปทำลายธงของ กาลาซาราย ทันที ซูเนสส์ คุมตัวเองได้แล้วก็เผ่นแนบเข้าห้องแต่งตัว ท่ามกลางเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยรักษาความปลอดภัยตามประกบติดมากมาย

พิธีการรับโทรฟี่แชมป์ต้องรีบเร่ง เพราะหวั่นว่ากองเชียร์ เฟเนร์ จะเหลืออดทนไม่ได้ จุดชนวนจลาจลขึ้นมาอีก ไม่มีเวลามาฉลองชื่นมื่นอะไรนัก

จบฤดูกาลนั้น ซูเนสส์ กับ ซอนเดอร์ส อยู่ไม่ได้ ต้องย้ายออกมาทันที ด้วยเหตุผลความปลอดภัยของครอบครัวและรู้ซึ้งกิตติศัพท์ความบ้าคลั่งของแฟนบอลเติร์กนั้นน่ากลัวเกินกว่าจะเอาชีวิตไปเสี่ยง

------------------

ปัจจุบันสองทีมนี้เจอกันบนฟลอร์หญ้าทีไร ก็ยังคงความเข้นข้นไม่เปลี่ยนแปลง

ฟุตบอลคือตัวแทนของทั้งสองฝั่ง ที่แตกต่างกันคือในเรื่องของที่ตั้ง ความศรัทธา ความเชื่อ เลยจริงๆ



กองเชียร์ของ กาลาตาซาราย ไม่น้อยเปรียบเหมือนเสมือนพวกหัวสมัยใหม่ ที่อิงไปทางยุโรปตะวันตก

พวกวัยรุ่นหรือคนชั้นกลางที่ได้รับการศึกษา ไม่ได้เคร่งครัดเรื่องศาสนาอีกต่อไปแล้ว พวกเขาไม่ได้ละหมาดตามธรรมเนียมปฎิบัติ ไม่ได้เข้าสุเหร่า เพื่อประกอบพิธีกรรมศักด์สิทธิ์ต่างๆ

หลายคนบอกว่าตัวเองไม่มีศาสนา พร้อมจะทำอะไรก็ได้ตามความต้องการ หากไม่ลำบากคนอื่น

มีบางคนกล้าที่จะฝืนจารีตด้วยการกินเนื้อหมูก็มี ทั้งที่นี่คือข้อห้ามที่หนักหนาอย่างมาก

ส่วนฝ่าย เฟเนร์ นั้นค่อนไปทางหัวเก่าอนุรักษ์นิยม หลายต่อหลายคนยังคงศรัทธา เชื่อในพระเจ้าของพวกเขา ไม่ละเลยในเรื่องศาสนกิจที่จำเป็น

แน่นอนพวกเขาจะมองอีกฝั่งด้วยสายตาที่ดูแคลนและเจ็บแค้น เพราะไม่เคารพยึดถือรากเหง้าแห่งจิตวิญญาณที่บรรพบุรุษได้สร้างเอาไว้ จนกลายเป็นชนชาติที่มีอารยธรรมยิ่งใหญ่



อย่างไรก็ตามแฟนบอล กาลาตาซาราย ก็มองในมุมกลับกัน ว่าโลกหมุนไปไกล เวลาเคลื่อนผ่านมานานแค่ไหน แต่ยังยึดติดอยู่กับวิถีเดิมๆ ไม่ได้ตอบรับกระแสดิจิตอลเลยสักนิด

ความคิดที่แตกต่างมากขึ้นเรื่อยๆ เหล่านี้แหล่ะที่มันสะท้อนได้จากเกมฟุตบอล จนบางคราวต้องบูชายัญด้วยเลือดเนื้อและชีวิตกันเลย

สำหรับ กาลาตาซาราย และ เฟเนร์บาห์เช่ ความสำเร็จในสนามไม่ใช่เป้าหมายของพวกเขาเพียงอย่างเดียว แต่มันยังหมายถึงชัยชนะในเรื่องความคิดความเชื่ออีกด้วย

ไม่น่าแปลกใจว่าทำไมทั้งสองสโมสรจึงพยายามทุ่มสุดชีวิต ไม่ว่าแรงกายหรือพลังเงิน เพื่อจะประกาศตนเป็นผู้ชนะเหนืออีกฝั่งให้ได้



แทบจะไม่มีคำว่า "มิตรภาพ" ตกตะกอนหลงเหลือให้กันอีกเลย

ความมันส์แวดวงลูกหนังทำให้ผืนดินสะเทือนได้.... แต่ที่นี่นำความตื่นเต้นมาให้คุณได้ใจเต้นไม่หยุดกันมานานแล้วกับ MYSBOBET ที่นี่รวมคลังความสนุกตื่นเต้นไว้มากมาย บริการสะดวกรวดเร็ว ติดต่อมาเลยที่ https://line.me/R/ti/p/@mysbo หรือโทรที่ 08-0003-1188 / 08-0003-1177

---------------------------------------------

เห็นก่อน อ่านก่อน !!
กด "ติดตาม" และเลือก "เห็นโพสต์ก่อน (See First) "

https://www.facebook.com/cheerball/

 
บทความดีๆ เรื่องราวกีฬาฟุตบอล
เรานำเสนอให้คุณได้อ่านทุกวัน

---------------------------------------------
Facebook Comment