ข่าว

สับสนจนลืมตัวเอง

อัพเดตเมื่อ : April 04, 2019 1:29am โดย : admin

ชีวิตบนถนนสายลูกหนังของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา เคยล้มเหลวและต้องต่อสู้อย่างหนักมาแล้ว

สมัยย้ายมา แมนฯยูไนเต็ด เมื่อฤดูร้อนปี 1996 เขาแทบไม่อยู่ในสายตา เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ไม่แม้กระทั่งจะใกล้เคียงเป็นตัวแทน อลัน เชียเรอร์ ซึ่งพลาดหลุดมืออย่างน่าเสียดาย

เฟอร์กี้ เห็น โซลชา ครั้งแรกแล้วบอกว่าให้ลงไปเล่นในทีมสำรองก่อน เตรียมพร้อมร่างกายให้แกร่งขึ้นสัก 6 เดือน จากนั้นค่อยมาทดสอบกับทีมชุดใหญ่

แต่เมื่อไม่มีกองหน้ามากนัก เฟอร์กี้ จึงถูกนำชื่อหอกไวกิ้งไปใส่ไว้ข้างสนามในเกมกับ แบล็คเบิร์น ก่อนจะเปลี่ยนลงมาแล้วใช้เวลาเพียงแค่ 6 นาทีก็ยิงประตูได้

เมื่อพิสูจน์ให้เห็นว่าเจ๋งพอ ไม่ต้องลงไปซ้อมหรือเล่นกับทีมสำรองแล้ว โซลชา ยังต้องเจอด่านทดสอบอีกมากในเวลาต่อมา


ในยุคที่ แมนฯยูไนเต็ด มีกองหน้าพระกาฬทั้ง ดไวท์ ยอร์ค , แอนดี้ โคล และ เท็ดดี้ เชอริงแฮม อยู่ในทีมด้วย เขาเหมือนเป็นตัวเลือกลำดับสุดท้าย ทั้งที่จำนวนประตูที่ยิงได้ไม่ด้อยไปกว่าใคร

แต่ โซลชา ก็อดทนที่จะรอคอยโอกาสตัวเองและเชื่อเสมอว่าเมื่อได้รับแล้ว จะไม่พลาดให้หลุดลอยเป็นอันขาด

แม้จะถูกขนานนามว่า "ซูเปอร์ซับ" ที่ดีสุดคนหนึ่งของโลกลูกหนัง แต่ความจริงแล้วเขาได้ลงเล่นตัวจริงมากกว่าสำรองด้วยซ้ำ เพียงแต่คนไปติดภาพการเป็นสำรองแล้วทำผลงานได้ดีมากกว่า

เพราะถูกจดจำในฐานะผู้บันทึกประวัติศาสตร์ 3 แชมป์ปี 1999 ให้กับ แมนฯยูไนเต็ด หลังลุกมาจากม้านั่งข้างสนามแล้วสร้างปาฎิหาริย์ได้นั่นเอง


อย่างไรก็ตามเมื่อผันมาเป็นโค้ช ก็ต้องโดนความล้มเหลวพุ่งชนอย่างสะบักสะบอมตอนรับงานผู้จัดการทีมคาร์ดิฟฟ์ในปี 2014

มันเป็นบาดแผลที่สาหัสสุดในจิตใจของเขากระทั่งทุกวันนี้

-----------------

แมนฯยูไนเต็ด พลาดท่าให้ วูล์ฟแฮมป์ตัน อีกครั้งเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ด้วยสกอร์เดียวกันกับศึกเอฟเอคัพ

แค่นัดที่สองในบทบาท "ผู้จัการทีมถาวร" ก็โดนท้าทายซะแล้ว ทั้งที่ก่อนจะเซ็นสัญญา สามารถพาทีมกวาดชัยในทุกรายการได้ถึง 14 จาก 19 นัด


พวกสื่อต่างพูดไปในทำนองเดียวกันว่า ช่วงเวลาดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์ของกุนซือนอร์วีเจี้ยนหมดลงแล้ว จากนี้ไปจะต้องเจอแต่โลกแห่งความจริง ซึ่งมันโหดร้ายกว่าเยอะ

โซลชา ประเดิมสัญญาถาวรด้วยการเชือด วัตฟอร์ด 2-1 เมื่อวันเสาร์ ท่ามกลางความอึดอัดใจของ เร้ด อาร์มี่ ทั้งหลาย เพราะกว่าจะคว้า 3 คะแนนล้ำค่าได้ ก็ต้องลุ้นกันลิ้นห้อย

อีกทั้งยังโดนวิจารณ์หนักด้วยว่า แท้จริงแล้วสไตล์ของเขาไม่ได้ผิดไปจาก โชเซ่ มูรินโญ่ สักเท่าไร นั่นคือเอารถบัสมาจอดขวางให้แน่น แล้วอาศัยจังหวะสวนกลับจู่โจมอย่างรวดเร็ว

สิ่งที่ต่างกันคือ การเข้าทำที่มีประสิทธิภาพได้ผลดีเยี่ยมกว่า ไม่ต้องมาสนใจครองบอลกันนานเกินไป

นอกจากนี้ยังมีกระแสว่าเป็น "หุ่นเชิด" ของ เฟอร์กี้ อีกต่างหาก โดยเชื่อว่ารับงานและแท็คติกการทำทีมมาจากอดีตเจ้านายทั้งสิ้น

แม้จะรัก เคารพและนับถือมากแค่ไหน แต่ไม่ว่าใคร เจอข้อกล่าวหาเช่นนี้ ต่างก็ต้องการจะสลัดให้หลุด หวังจะก้าวขึ้นมาด้วยลำแข้งตัวเอง ไม่ใช่ไปยืมจมูกคนอื่นหายใจ


แล้วเกมที่โดน วูล์ฟส์ ขย้ำซ้ำแผลเก่า โซลชา ก็จัดผู้เล่นและวางแท็คติกที่ขัดแย้งกับสายตากองเชียร์ปีศาจแดงอย่างมาก

จากที่คุ้นเคยและประสบความสำเร็จด้วยหมาก 4-3-3 มาก่อน เที่ยวนี้เปลี่ยนเป็นเล่นเซนเตอร์แบ็ก 3 คน มอบหมายให้ แอชลี่ย์ ยัง กัปตันทีมรับบทร่วมกับ คริส สมอลลิ่ง และ วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ

นอกจากนั้นยังไร้ชื่อ อันเดร เอร์เรร่า กับ เนมานย่า มาติช โดยมีเพียงแค่รายหลังเป็นตัวสำรองเท่านั้น ก่อนจะวาง เฟร็ด กับ สก๊อตต์ แม็คโทมิเนย์ ทำงานร่วมกับ ปอล ป็อกบา

อาจเป็นไปได้ว่า โซลชา มีบทเรียนมาแล้วจากความปราชัยหมาป่าในเกมเอฟเอคัพ เลยเชื่อว่าต้องปรับใหม่เพื่อให้สมดุลสอดคล้องมากขึ้น

แต่เมื่อมันไม่เวิร์คและต้องพ่ายอีก จึงต้องยอมรับว่าแท็คติกไม่ดีพอและในฐานะผู้จัดการทีมต้องรับผิดชอบ

ความปราชัยที่มาพร้อมกับการเปลี่ยนแท็คติกนี้ ช่วยไม่ได้จริงๆ ที่ทำให้หลายคนนึกถึงช่วงที่เขากุมบังเหียนคาร์ดิฟฟ์ขึ้นมา

-------------------


คาร์ดิฟฟ์ เพิ่งขยับเลื่อนจาก เดอะ แชมเปี้ยนชิพสู่พรีเมียร์ลีกในซีซั่น 2013/14 ด้วยความหวังที่แสนเจิดจ้างดงามว่าจะยืนหยัดอยู่บนลีกสูงสุดได้

มัลกี้ แม็คคาย นายใหญ่ชาวสก๊อตติชที่พาทีมมาถึงจุดนี้ ได้รับความชอบธรรมให้นำนาวาต่อ

อย่างไรก็ตามการขับเคี่ยวต่อสู้บนเวทีใหญ่ มันแตกต่างไปจากลีกข้างล่างเยอะ ผ่าน 18 นัดเกือบครึ่งทาง เดอะ บลูเบิร์ดส์ จมอยู่อันดับ 16 หมิ่นเหม่จะหลุดไปยังโซนแดง

วินเซนต์ ตัน เจ้าของสโมสรชาวมาเลเซียเห็นท่าไม่ดี เลยจัดการปลด แม็คคาย แล้วไปจิ้ม โซลชา ซึ่งประสบความสำเร็จพอตัวกับ โมลด์ มาทำหน้าที่แทน

นอกจากพาสโมสรขนาดกลางของลีกครองแชมป์ลีกสูงสุดนอร์เวย์ 2 สมัยติดต่อกันแล้ว ยังคุ้นเคยกับฟุตบอลอังกฤษเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะในฐานะนักเตะหรือโค้ช ซึ่งเคยทำหน้าที่ในทีมสำรองมาก่อน


แล้วชื่อเสียงสมัยอดีต โดยเฉพาะการยิงประตูสำคัญๆทั้งที่เป็นแค่ตัวสำรองลงมา ก็น่าจะช่วยปลุกเร้า สร้างบรรยากาศให้นักเตะเกิดความฮึกเหิมพร้อมสู้อย่างเต็มที่ได้

นาทีนั้นโลกของแฟนบอลคาร์ดิฟฟ์เปี่ยมไปด้วยความหวังและสวยงาม อย่างน้อยภารกิจหนีตกชั้นก็ไม่น่าจะมีปัญหา เผลอๆฉีกตัวเองไปครึ่งตารางได้เลย

อย่างไรก็ตามสัญญาณหายนะดังขึ้นตั้งแต่นัดแรก เมื่อโดน สวอนซี บอมบ์ราบ 3-0 ตามด้วย ลิเวอร์พูล ถล่ม 6-3

จากนั้นมาก็ปราชัยพ่ายรูดแบบไม่เหลือลายอะไรทั้งสิ้น คริสตัล พาเลซ กับ นิวคาสเซิ่ล ต้อนด้วยสกอร์เดียวกัน 3-0 ก่อน ฮัลล์ และ ซันเดอร์แลนด์ ทุบดิ้น 4-0 เหมือนเป๊ะ

6 นัดเจอกะซวกไส้ไป 23 ประตู ก่อนจะค่อยๆจมดิ่งสู่ข้างท้ายตารางและตกชั้นในที่สุด


แต่แม้จะหล่นไปเดอะ แชมเปี้ยนชิพ บารมีชื่อเสียงที่ทำไว้ยังแผ่ใบบุญมาให้อยู่ โซลชา ได้คุมต่อ ก่อน วินเซนต์ ตัน จะหมดความอดทนอีกต่อไป เมื่อร่วงท้ายตาราง อยู่อันดับ 17 ผิดเป้าหมายที่ต้องเลื่อนชั้นในปีเดียวมาก

นั่นแหล่ะจึงประกาศปลดอย่างเป็นทางการ ต้องรีบเปลี่ยนแปลงเป็นการด่วน

เงื่อนปมที่ทำให้ โซลชา เหลวเป๋วกับ คาร์ดิฟฟ์ มาจากความสับสนหรือบางทีอาจจะคิดมากเกินไป

เขาสลับสับเปลี่ยนนักเตะแทบทุกนัด ใช้ไม่เคยซ้ำกันเลยใน 11 คนแรก เต็มที่มีเหมือนกันแค่นัดเดียว

อีกทั้งบางคนเล่นได้น่าประทับใจ ควรจะยึดตัวจริงต่อเนื่อง ก็ถูกปรับไปนั่งข้างสนาม


หมากกลที่ควรจะมีรูปแบบชัดเจน เพื่อไม่สร้างความสับสนวุ่นวายให้กับลูกทีมก็เปลี่ยนเรื่อยๆ โดยเขาคำนึงถึงคู่ต่อสู้เป็นหลัก มากกว่าที่จะส่องกระจกมองตัวเอง

แล้วพอดีเหลือเกินมันมาสอดคล้องกับสถานการณ์ที่ โซลชา กำลังเผชิญหน้าล่าสุด

แน่นอน โซลชา ต้องมีเหตุผลอยู่แล้วที่ทำลงไป แต่ไม่มีใครรู้ว่าเพราะอะไร หลังจบเกมเขาเลี่ยงที่จะพูดถึงเรื่องนี้ ยอมรับความผิดพลาดตัวเองและให้เครดิตคู่ต่อสู้

อย่างไรก็ตามความสับสนในคราวนี้ อาจได้รับแรงส่งมาจากความกดดันของการเป็นกุนซือถาวรด้วย

ตอนยังมีคำห้อยท้ายแค่ "รักษาการณ์" นั้น เขาอาจไม่เจอกับมวลมหาความกดดัน หลายอย่างสบายๆ ปล่อยไปตามธรรมชาติ

แต่เมื่อเซ็นสัญญา 3 ปีแล้ว มันไม่เหมือนเดิม มีอำนาจและการตัดสินใจเต็มที่ อาการเกร็งย่อมพุ่งเข้าปะทะได้

เขาควรแสดงให้เห็นความชัดเจนมากขึ้นในเวลานี้ เพื่อเติมเชื้อความเชื่อมั่นลงไปเหมือนสมัยเข้ามาคุมแรกๆ

ที่สำคัญเลยต้องรีบลืมฝันร้ายซะ จำไว้เป็นเพียงแค่บทเรียนเพื่อนำมาปรับปรุงแก้ไขเท่านั้นเอง

จากที่เคยใช้ 11 ผู้เล่นเดิมแทบทั้งหมด เปลี่ยนแปลงเพราะความจำเป็น รวมถึงแท็คติกก็คงเดิม ซึ่งมันได้ผลดีอย่างมาก ก็ไม่น่ามีเหตุผลที่จะต้องไปแก้อะไรอีกเยอะแยะไม่ใช่หรือ


ก้าวต่อไปของ โซลชา จึงน่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็นพรีเมียร์ลีกที่ต้องติดท็อปโฟร์หรือยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกในรอบคอวเตอร์ไฟนั่ลกับ บาร์เซโลน่า

อย่าให้ความคิดมากซับซ้อน มาทำลายแนวทางของตัวเองเด็ดขาด

และสำหรับใครที่ไม่ชอบความซ้ำซ้อน กฏนั่นนี่โน่นเยอะแยะล่ะก็ลองมาใช้งาน Sbobet777 ที่ไม่ยุ่งยากซับซ้อน สะดวกสบายมีทีมงานมืออาชีพให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ติดต่อเลยที่ https://line.me/R/ti/p/@777sbo หรือ 08-44-9990 77, 88 , 99

---------------------------------------

เห็นก่อน อ่านก่อน !!
กด "ติดตาม" และเลือก "เห็นโพสต์ก่อน (See First) "

https://www.facebook.com/cheerball/



บทความดีๆ เรื่องราวกีฬาฟุตบอล
เรานำเสนอให้คุณได้อ่านทุกวัน

---------------------------------------------
Facebook Comment