ข่าว

ผู้นำนาวาสีฟ้า (ตอนที่1)

อัพเดตเมื่อ : April 08, 2019 1:58am โดย : admin

"ผมจะบอกอะไรบางอย่างกับคุณนะ มันแทบจะเป็นไปไม่ได้ที่จะได้แชมป์ทั้ง 4 รายการ แทบเป็นไปไม่ได้จริงๆ"
 
"คุณเอาคำพูดผมไปพาดหัวข่าวได้เลย การมาถึงจุดนี้แต่ละรายการเหลือเชื่อมากพอแล้ว นั่นแหละที่ว่าทำไมมันสุดยอดมากสำหรับสิ่งที่ลูกทีมของผมทำในช่วงที่ผ่านมา"
 
จับความจาก 2 พารากราฟข้างบนที่เป็นคำให้การของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า หลังเฆี่ยน ไบรท์ตัน 1 - 0 ทะลุเข้าชิง เอฟเอ คัพ สำเร็จแล้ว พอมีน้ำหนักเชื่อว่า เขาไม่เชื่อว่าจะสร้างประวัติศาสตร์ได้จริง

ประวัติศาสตร์ที่ว่าหมายถึงซีซั่นนี้ของ แมนฯ ซิตี้ คือต้องกวาดแชมป์ทุกรายการ ภารกิจลุล่วงไปแล้วหนึ่งนั่นคือแชมป์ลีกคัพ ส่วน เอฟเอ คัพ ก็จ่อคอหอยอยู่



ดับเบิ้ลแชมป์บอลถ้วย ไม่น่าจะเหลือบ่ากว่าแรงของ "เรือใบสีฟ้า" เพียงแต่เป้าหมายนี้เล็กเกินไป ไม่อยู่ในความคาดหวังของแฟนบอล

แต่ พรีเมียร์ลีก กับ ยูซีแอล นั้น ต้องบอกว่างานช้างด้วยกันทั้งคู่ แม้ "ซิตี้" จะยืนหยัดอยู่บนเส้นทางและมีโอกาสไม่น้อยเลยทีเดียวที่จะเอื้อมถึง

ว่าไปแล้วทั้งสองรายการนี้บริษัทรับพนันถูกกฎหมายทั้งหลาย ยังยกให้ทีมของเป๊ป เป็นเต็งกว่าใครที่จะสมหวัง

อย่างน้อยที่สุดในการแย่งชิงความเป็นเต้ยลีกสูงสุดเมืองผู้ดี พวกเขาก็กุมชะตาตัวเองไว้ นั่นคือชนะทุกเกมที่เหลือจะเข้าวินทันที ไม่ต้องไปสนใจใคร

ส่วนในถ้วยใบใหญ่ยุโรป อาจจะดูสาหัสกว่า กระนั้นการได้เจอกับ สเปอร์ส ในรอบคอวเตอร์ไฟนั่ล ก็ยังดีกว่าไปชนยักษ์ใหญ่อย่าง บาร์เซโลน่า , ยูเวนตุส หรือกระทั่ง ลิเวอร์พูล



ถามว่ามาถึงขั้นนี้กุนซือสแปนิชหวังหรือเปล่า คงไม่ต้องบอก เพราะถ้าภารกิจนี้สำเร็จ เขาจะได้ขึ้นชื่อเป็นกุนซือที่ประสบความสำเร็จมากสุดคนหนึ่งนับตั้งแต่เกมฟุตบอลถือกำเนิดขึ้นมาบนโลกใบนี้

ครั้นจะตะโกนบอกว่าหวังมากๆ อยากได้เหลือเกิน มันก็ไม่เหมาะสมเท่าไรนัก นอกจากเป็นการอวดอ้าง ดูไม่น่ารักแล้ว ยังโยนความกดดันไปให้ลูกทีมตัวเองอีกด้วย

ในสถานการณ์ที่เปราะบางล่อแหลมอย่างนี้ เป๊ป จะต้องพยายามทำทุกวิธีให้เกิดความผ่อนคลายมากสุด ฉะนั้นการให้สัมภาษณ์ออกสื่อแต่ละครั้งต้องระมัดระวังเหลือเกิน

อย่างไรก็ตามการตะลุยฝ่าด่านมาไกลถึงขนาดนี้ มันย่อมเกินความคาดหวังอย่างที่ เป๊ป ว่าเอาไว้

แต่เหนือสิ่งอื่นใดคือ การเปลี่ยนแปลงของ แมนฯ ซิตี้ ในช่วงเวลา 10 ปีเศษๆ จากทีมดาดๆ แทบเหือดแห้งในเรื่องความหวังและพลังศรัทธา กลายเป็นว่ากอบโกยความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง มันน่าสนใจยิ่งนัก

ทวนเวลาไปยังนัดสุดท้ายของฤดูกาล 2007/08 สาวก แมนฯ ซิตี้ แทบจะหมดศรัทธาทีมตัวเอง เมื่อโดน มิดเดิ้ลโบรช์ ถล่มราบคาบส่งท้าย 8-1 ทั้งเจ็บปวดและแสนอับอายยิ่งนัก



อาจใช่ที่ว่าส่วนหนึ่งมาจากเงินในกองคลังของ ซิตี้ ฟุตบอล กรุ๊ป นายทุนใหญ่จาก อาบูดาบี ที่ทุ่มไม่อั้นเพื่อแลกกับเกียรติยศความสำเร็จ

แต่อย่าลืมว่าในยุคที่การขับเคี่ยวแข่งขันสูงลิบ หลายสโมสรก็มีทุนก้อนโตไว้คอยสนับสนุน มีกำลังซื้อนักเตะชั้นนำมาร่วมทีม จึงยากมากๆที่จะไขว่คว้าโทรฟี่มาครอง

เงินจึงไม่ใช่เบื้องหลังการเดินทางมาไกลขนาดนี้ของ "เรือใบสีฟ้า" เพียงอย่างเดียว

เพราะเรายังต้องยกเคดิตให้กับ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ผู้นำนาวาสีฟ้าลำนี้ฝ่าคลื่นลมด้วย

ไม่ใช่เรื่องเกินเลยความจริง หากจะบอกว่านี่คือกุนซือดีสุดในยุคปัจจุบัน

--------------------

เป๊ป เซ็นสัญญารับตำแหน่งผู้จัดการทีม แมนฯ ซิตี้ เมื่อ 1 กุมภาพันธ์ 2016 ก่อนจะเริ่มงานอย่างเป็นทางการในฤดูกาล 2016/17



ไม่ต้องสงสัยเลยว่าไหล่สองข้างจะเต็มไปด้วยก้อนความหวังมหึมา แฟนบอลซิตี้ต่างถูมือรอความสำเร็จลอตใหญ่ที่กำลังจะมาถึงในไม่ช้า

อย่างไรก็ตามซีซั่นแรกของเขากับ "ซิตี้" กลับไร้โทรฟี่ ไม่มีความสำเร็จ พร้อมทั้งยังต้องเจอเสียงวิจารณ์เย้ยหยันอีกมากมาย

หลายต่อหลายคนพูดในทำนองว่า เป๊ป น่าจะได้รู้รสชาติความโหดหินของการเป็นกุนซือใน พรีเมียร์ลีก แล้ว มันไม่ง่ายดายแบบระบบผูกขาดเหมือนตอนกุมบังเหียน บาร์เซโลน่า หรือ บาเยิร์น มิวนิค แน่

เขากำลังจะเอาชื่อเสียงความสำเร็จที่สั่งสมไว้จากสเปนและเยอรมันมาทิ้งที่นี่แล้ว

จริงอยู่ฟุตบอลอังกฤษคือเวทีปราบเซียนมามากมายนับไม่ถ้วน ทั้งกุนซือและแข้งต่างชาติชื่อดังต่างถูกฝังพังไม่เป็นท่า

แต่สำหรับ เป๊ป ความผิดพลาดเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่บทเรียน แต่มันยังเสมือนความท้าทายที่จุดไฟกระหายให้ลุกโชนขึ้นมา

พอรู้ว่าจุดอ่อนของทีมอยู่ตรงไหน ก็ไล่แก้ทีละจุด โดยเฉพาะปัญหาในเกมรับที่มีรอยรั่วใหญ่ ต้องได้รับการปะผุโมดิฟายกันใหม่ ในเมื่อสโมสรมีงบประมาณก็กว้านซื้อแข้งที่ต้องการมาขันน็อต

ขณะเดียวกันก็หาทางกระตุ้นพวกแข้งเก๋าอย่าง แว็งซ็อง ก็องปานี หรือ ดาบิด ซิลบา ให้ฮึกเหิมขึ้นกว่าเดิม ไม่มัวแต่จมหรือพอใจกับความสำเร็จในอดีต



หรือกระทั่งหาวิธีพัฒนานักเตะที่เหลือ รวมถึงปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ให้เกิดสมดุลอีกด้วย

เพราะความที่เป็นคนละเอียดอ่อนใส่ใจทุกกระเบียดนิ้ว เป๊ป มองเห็นในสิ่งที่คนอื่นมองข้าม รวมทั้งพร้อมจะคุมเองทุกอย่าง ขอสิทธิ์ขาดใช้อำนาจในการบริหารนักเตะอย่างเต็มที่ ไม่ปล่อยให้มีการก้าวข้ามขั้นตอนให้เสียโครงสร้างระบบ

การทำงานที่หนักมากๆ มันย่อมให้ดอกผลคุ้มค่า สมกับตอนหว่านเมล็ดพันธุ์ลงไปด้วยความตั้งใจ


นี่แหล่ะคือปรัชญาของ เป๊ป

---------------------

นอกจากจะมาออฟฟิศหรือสนามซ้อมก่อนใครๆแล้ว ก่อนจะลงซ้อม เป๊ป จะใช้เวลาเกือบชั่วโมง เดินคุยกับลูกทีมเกือบทุกคน

ทั้งคุยเรื่องส่วนตัว สัพเพเหระต่างๆ อาจรวมถึงแนวทางการซ้อม บางทีก็ขอความเห็นในเชิงปรึกษา เพื่อให้นักเตะได้ผ่อนคลาย ไม่เกร็งเกินไปเวลาต้องทำงานร่วมกัน



อีกทั้งเขายังลงคุมซ้อมด้วยตัวเอง บางครั้งเดินไปตั้งอุปกรณ์ต่างๆ แม้จะไม่ใช่หน้าที่เลย แต่เพื่อให้รู้และเข้าถึงการทำงานอย่างลึกซึ้ง

ตามปกติ แมนฯ ซิตี้ จะซ้อมสองรอบคือสายและบ่าย โดยทางสโมสรจะจัดเมนูไว้ให้ทุกคนทั้งเช้ากับเที่ยง ซึ่ง เป๊ป จะมานั่งกินกับนักเตะทุกมื้อไม่เคยขาด

ก่อนหน้านั้นยังเดินไปคุยกับทีมเชฟและโภชนาการที่จ้างมาหลากหลายสัญชาติ เพื่อทำความคุ้นเคยและอยากจะรู้ถึงวัตถุดิบต่างๆที่ใช้มาปรุงว่าดีพอสำหรับลูกทีมหรือไม่

หลังซ้อมเสร็จเรียบร้อย นักเตะจะแยกย้ายกันกลับบ้านราวบ่าย 2 แต่ตัวเขายังไม่ไปไหน ขลุกในห้องทำงานเช็กรายละเอียดเรื่องสัญญาว่าจ้างนักเตะทุกคน รวมถึงชุดเยาวชน เพื่อที่จะได้เตรียมพร้อมรับมือหากต้องมีการเจรจาขึ้นมา

บางคราวก็นั่งคิดค้นแท็คติกจากตำราต่างๆ รวมไปถึงเปิดเทปดูการเล่นของคู่แข่งด้วย

กว่าจะได้เก็บข้าวของกลับไปกินมื้อค่ำกับครอบครัว ก็ปาเข้าไปเกือบหนึ่งทุ่มทุกวัน

แม้จะดูเหมือนไม่มีเวลาให้ครอบครัวมากพอ แต่เมื่ออยู่บ้าน เขาพยายามตัดเรื่องฟุตบอลทิ้ง ไม่เอาการงานมาปะปนกับช่วงเวลาที่สำคัญอย่างนี้เลย

ลูกทั้ง 3 ไม่ว่าจะเป็น มาเรีย , มาริอุส และ วานเลนตินา รวมถึง คริสตินา ภรรยาจะได้รับความอบอุ่นจากบทบาทพ่อและสามีอย่างเต็มที่

เป๊ป เคยบอกด้วยว่าครอบครัวคือพลังขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยผลักดันให้ทำงานได้มีประสิทธิภาพถึงขีดสุด



นี่คือสิ่งที่สะท้อนได้เลยว่า เป๊ป ให้ความสำคัญกับคนรอบข้างมากแค่ไหน

แล้วทุกครั้งที่เขาได้รับรางวัลผู้จัดการทีมยอดเยี่ยมประจำเดือนหรือไม่ว่าส่วนตัวอะไรก็ตาม จะไม่ยอมถ่ายรูปคนเดียวเป็นอันขาด

เขาจะเรียกทีมงานสต๊าฟฟ์ทุกคน มาชักภาพเป็นที่ระลึกร่วมกัน แล้วบอกว่านี่คือรางวัลที่เราตรากตรำทำงานมาอย่างหนัก ไม่ใช่ของผมคนเดียว แต่เป็นของทุกคน ฉะนั้นจงภูมิใจกับมันซะ

เพราะรู้ว่า "คนรอบข้าง" คือกุญแจที่สามารถพาไปสู่ความสำเร็จได้ จึงต้องปฏิบัติต่อพวกเขาให้ดีที่สุด

เมื่อคุณให้ใจมา ก็จะได้ใจไปตอบแทนด้วยเช่นกัน



พรุ่งนี้มาว่ากันอีกตอนกับปรัชญาความสำเร็จของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ครับ

วันนี้ได้อ่านเรื่องเจ๋งๆของ "เป๊ป" กันแล้ว พรุ่งนี้ค่อยมาว่ากันต่อกับปรัชญาความสำเร็จของ กุนซือเลือดกระทิง ถ้าใครใจร้อนและต้องการจะเริ่มต้นในทันทีนั้นขอแนะนำ MYSBOBET  ที่พร้อมให้คุณเริ่มต้นแบบไม่ต้องรอตลอด 24 ชั่วโมง ติดต่อเลยที่ https://line.me/R/ti/p/@mysb99 หรือ 08-0003-1188 / 08-0003-117

---------------------------------------------

เห็นก่อน อ่านก่อน !!
กด "ติดตาม" และเลือก "เห็นโพสต์ก่อน (See First) "

https://www.facebook.com/cheerball/

 
บทความดีๆ เรื่องราวกีฬาฟุตบอล
เรานำเสนอให้คุณได้อ่านทุกวัน

---------------------------------------------
Facebook Comment