ข่าว

"คุก"ค้ำชีวิต

อัพเดตเมื่อ : April 10, 2019 12:28am โดย : admin

มิถุนายน 2012 เป็นช่วงเวลาที่เจ็บปวดขื่นขมอย่างมากของ ทรอย ดีนี่ย์

วันนั้นสองมือของเขากำซี่เหล็กสีดำแน่น สายตามองลอดช่องออกไปเพื่อทบทวนกับเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้น ถ้าย้อนกลับไปได้จะไม่ทำอย่างนั้นแน่

ดีนี่ย์ ไม่ได้เกรงกลัวชีวิตที่ยากลำบากหลังลูกกรงเหล็กหรอก เขาผ่านเรื่องเลวร้ายเฉียดใกล้คุกตะรางมานับไม่ถ้วน

แต่พอนึกถึงหน้าลูกแล้ว สำนึกแล่นเข้าหา -- ไม่น่าทำไปอย่างนั้นเลย...

ก่อน วัตฟอร์ด ต้นสังกัดจะเรียกรวมพลเก็บตัวฝึกซ้อมในช่วงปรีซีซั่นเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับฤดูกาล 2012/13 ที่จะเปิดม่านฟาดแข้งกันอีกครั้ง

ดีนี่ย์ เลยหวังจะทิ้งทวนเอาให้หนำใจ ชวนสมัครพรรคพวกไปดื่มกินที่ไนต์คลับแต่ตอนออกมาข้างนอกด้วยอาการมึนเมาเต็มคราบ ไปมีเรื่องวิวาทกับชายคนหนึ่งเข้า

ถ้าปะทะคารมกันเฉยๆ คงไม่เท่าไรนัก แต่เขากลับเตะเข้าที่ใบหน้าจนคู่อริร่วงผล็อยสลบกลางอากาศ พยานและกล้องวงจรปิดมัดชัดเจน จนดิ้นหนีไม่พ้น

ศาลเมืองผู้ดีสั่งตัดสินจำคุก 10 เดือนเต็ม แต่เพราะประพฤติตัวดีและไม่เคยทำผิดร้ายแรงจนถึงขั้นติดตะรางมาก่อน เลยได้ลดเหลือเกือบๆ 3 เดือน



ตอนกลับบ้านไปเก็บข้าวของส่วนตัว เขาร่ำลาภรรยา แล้วหันไปมองหน้า ไมล์ส กับ อเมเลีย ลูกทั้งสองคนที่ทำตาปริบๆเหมือนจะร้องไห้

ดีนี่ย์ ไม่กล้าบอกความจริงกับลูกว่าตัวเองต้องเข้าคุก 3 เดือน เลยโกหกว่าจะไปเข้าแคมป์เก็บตัวกับสโมสร เป็นการเตรียมพร้อมก่อนซีซั่นจะเริ่มขึ้น

พอลูกถามว่าไปยาวเลยเหรอ เขาเลยกลั้นใจตอบไปว่าใช่ จะลากยาวถึงเดือนกันยายน เลย แล้วค่อยมาเจอกันอีกครั้ง

คุกช่วยหล่อหลอมให้ชีวิตเขากร้านกว่าเดิม แต่เหนืออื่นใดคือสามัญสำนึกที่ผุดขึ้นมา ก่อนสัญญากับตัวเองว่าจะไม่ทำอย่างนี้อีกต่อไปแล้ว

ออกมาเมื่อไรจะตั้งใจฝึกซ้อมเต็มที่ มุ่งมั่นพา วัตฟอร์ด ประสบความสำเร็จ ให้สมกับโอกาสและความไว้วางใจที่เคยได้รับ

--------------------
 
ดีนี่ย์ เกิดในย่าน เชล์มสลี่ย์ วู้ด ซึ่งเต็มไปด้วยอันตรายและอาชญากรรมมากสุดของเมืองเบอร์มิ่งแฮม

เขาเป็นลูกหนึ่งในสามของครอบครัวที่เต็มไปด้วยความขัดแย้ง จากภาวะทางสังคม การเงิน จนกระทั่ง 11 ขวบสาแหรกก็ขาดสะบั้นพ่อกับแม่แยกทางกัน

ตอนนั้น ดีนี่ย์ ไม่รู้จักคำว่า "อนาคต" ด้วยซ้ำ ลำพังแค่หาเงินเพื่อเลี้ยงปากท้องก็ลำบากยากเย็นเหลือเกินแล้ว

พอครบ 14 ขวบก็ต้องออกจากโรงเรียน จนครูต้องมาตามถึงที่บ้าน จึงเข้าไปใหม่ตอน 15 จากนั้นก็เหมือนเดิม ระเห็จออกมาตอน 16 ปี ไม่มีแม้กระทั่งประกาศนียบัตรขั้นพื้นฐานมาการันตี

เขาเชื่อว่าจะใช้กำลังกายที่มีอยู่หาเงินเลี้ยงตัวเองนี่แหล่ะ เลยไปสมัครเป็นช่างก่อสร้างมีหน้าที่ก่ออิฐโบกปูน ได้ค่าแรงสัปดาห์ล่ะ 120 ปอนด์

แต่ด้วยพรสวรรค์ในเชิงลูกหนังซึ่งเป็นที่รู้กันในย่านนั้น เพื่อนฝูงจึงแนะนำให้ไปเล่นกับ เชล์มสลี่ย์ ทาวน์ สโมสรระดับสมัครเล่นซึ่งอยู่แถวบ้านนั่นเอง

จริงๆก่อนหน้านั้น แอสตัน วิลล่า เคยยื่นข้อเสนอมาให้ไปคัดตัว เพื่อเข้าไปอยู่ในอะคาเดมี่ แต่เขาเบี้ยวซะเฉยๆ เพียงเพราะแวบไปหาผู้หญิงที่ติดพันอยู่ ยอมทิ้งโอกาสอันงดงามไปอย่างที่ไม่น่าเชื่อ

ตอนเล่นในทีมสมัครเล่นก็ไม่ได้หวังอะไรมากกว่าเงินค่าตอบแทนเล็กๆน้อยๆไว้ประทังชีวิตเท่านั้นเอง

อย่างไรก็ตามด้วยนิสัยส่วนตัวที่มุ่งมั่น บากบั่น ทำอะไรจริงจัง สะกดคำว่ายอมแพ้ไม่เป็น เขาจึงโดดเด่นก้าวขึ้นเป็นซูเปอร์สตาร์ของทีม

มีอยู่เกมหนึ่งในปี 2006 ดีนี่ย์ โชว์ความระห่ำตะบันคนเดียว 7 ประตู พาถล่มคู่ต่อสู้เละเทะ 11-4 โดยที่ไม่รู้มาก่อนว่าบนอัฒจันทร์มีแมวมองของ วอลซอลล์ สโมสรระดับลีกล่างมานั่งดูอยู่พอดี

หลังจากนั้นไม่นานก็ได้รับเทียบเชิญให้ไปเข้าร่วม คราวนี้เขาไม่ผิดนัดอีกแล้วและตั้งใจว่าจะใช้ฟุตบอลนี่แหล่ะเป็นใบเบิกทางนำไปสู่ชีวิตที่ดีขึ้น

จากรายได้ไม่ถึง 200 ปอนด์ต่อสัปดาห์ เปลี่ยนเป็น 1,200 ปอนด์ ความลำบากค่อยๆหายไป



ผ่านไป 4 ปีฝีเท้าของ ดีนี่ย์ พัฒนาพรวดพราด จนได้รับความสนใจจากหลายสโมสรโดยเฉพาะในระดับ เดอะ แชมเปี้ยนชิพ ทำให้เขาตัดสินใจขอขึ้นบัญชีย้ายทีมซะเลย โอกาสอย่างนี้มาไม่บ่อยและจะไม่โยนทิ้งอีก

ด้วยความที่อยากมาอยู่แถวๆลอนดอน เขาจึงเลือก วัตฟอร์ต ซึ่งทำเลตอบโจทย์ โดยที่ วอลซอลล์ ได้รับเงินค่าเลี้ยงดูปลุกปั้นสมน้ำสมเนื้อ 500,000 ปอนด์

แต่สำคัญที่สุดคือ ดีนี่ย์ ได้รับเงินถึง 6,000 ปอนด์ต่อวีกในปี 2010 ซึ่งมันเยอะถึงขนาดช่วยปลดเปลื้องหนี้สินทุกอย่างจนหมดสิ้น

อย่างไรก็ตามเขาไม่ได้ก้าวร้าวแค่ในสนามเท่านั้น มันยังลุกลามไปข้างนอกด้วย จนต้องเข้าไปชดใช้กรรมในคุกอย่างที่บอกไว้นั่นแหล่ะ

แม้จะรู้ตัวว่าทำอะไรลงไป ทว่าหลายครั้งที่ ดีนี่ย์ สติหลุดควบคุมตัวเองไม่ได้ จนมีเรื่องราวฉาวโฉ่อยู่หลายหน

โชคดีที่พอนึกถึงหน้าลูกขึ้นมา เขาก็หยุดมันทันที ไม่ให้มีคำว่า "สายเกินไป" เกิดขึ้นอีก

---------------------



"เมื่อไหร่ก็ตามที่ผมเริ่มออกวิ่ง ผมจะวิ่งเต็มที่ มันยากมากที่จะรับมือกับเรื่องนี้ บางครั้งก็มีความรู้สึกยโสโอหังอยู่ในตัวผม"

"ฟุตบอลเป็นบททดสอบที่ยากลำบากในการแก้ไขปัญหาสภาพจิตใจ ผมต้องพูดคุยกับจิตวิทยาการกีฬา ทุกสัปดาห์ มันยังเป็นเรื่องความปลอดภัยของครอบครัวผมด้วย โดยเฉพาะภรรยาของผม ทุกๆ คนต้องมีวิธีส่วนตัวในการแยกเรื่องงานกับชีวิตส่วนตัว"

"บางทีความต้องการจะเอาชนะมากเกินไป มันอาจทำให้คุณมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมได้"

ดีนี่ย์ เคยให้สัมภาษณ์ไว้เหมือนกับยอมรับสภาพความเป็นจริงในเรื่องควบคุมอารมณ์ความรู้สึกของตัวเอง ซึ่งจนแล้วจนรอดยังมีให้เห็นอยู่

ไม่ว่าจะเป็นการชูนิ้วกลางให้แฟนบอลฝ่ายตรงข้าม บีบคอ โจ อัลเลน เหมือนจะกลืนเลือดเนื้อหรือเข้าบอลหนักอย่างไร้เหตุผลจนโดนแบนยาว



ส่วนนอกสนามเคยมีเด็กวัยรุ่นอายุ 19 กล่าวหาว่าโดนเขาใช้ขวดตีหัวแตกที่ผับแห่งหนึ่ง จนต้องเย็บถึง 6 เข็ม แต่รอดมาได้หวุดหวิดเพราะหลักฐานไม่พอ

ดีนี่ย์ พยายามนำความกระหายมาปลดปล่อยยามอยู่ในสังเวียนแข้งมากกว่าที่จะเลือกไปมีเรื่องข้างนอก แล้วความเป็นเลือดนักสู้ก็ส่งให้ประสบความสำเร็จอย่างน่าพอใจ

จากนักเตะที่เคยเล่นสโมสรนอกลีกมาก่อน เขาขึ้นชั้นเป็นกัปตันทีม วัตฟอร์ด ทีมในพรีเมียร์ลีก อีกทั้งมีหลายเสียงเชียร์เหลือเกินให้ติดทีมชาติอังกฤษสักที

ก่อนหน้านี้ แกเร็ธ เซาธ์เกต ผู้จัดการทีมสิงโตคำราม เคยยอมรับว่าสนใจดึงเข้าทำเนียบเช่นเดียวกัน แต่เพราะยังหวั่นการควบคุมอารมณ์นั่นเอง เลยไม่คิดจะเสี่ยง



ยังมีหลายสโมสรที่อยากได้ ดีนี่ย์ ไปช่วยค้ำแนวรุก เสริมมิติความดุดัน โดยเฉพาะ เลสเตอร์ ที่ยื่นมาเน้นๆ 25 ล้านปอนด์ เล่นเอา วัตฟอร์ด มือสั่นอยู่เหมือนกัน เพราะเงินไม่ใช่น้อยแลกกับนักเตะที่วัยใกล้ 30

แต่สุดท้ายตัวเขาเองที่ยืนยันว่าไม่อยากย้ายไปไหนอีก ทุกวันนี้แฮปปี้มีสุขดีพออยู่แล้ว แฟนบอลให้เกียรติและยกย่องมาตลอด แม้จะได้เงินค่าเหนื่อยเยอะกว่า แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นหลัก

ลองมานึกถึงความอัศจรรย์ จากช่างก่ออิฐที่ไร้อนาคต จากคนคุกที่ผ่านการทำร้ายร่างกายผู้อื่น แล้วได้รับมอบหมายให้เป็นกัปตันทีมวัตฟอร์ด มันยิ่งกว่าเทพนิยายด้วยซ้ำ

อีกเหตุผลหนึ่งที่ ดีนี่ย์ ไม่ไปไหนคือ ในวันที่เขาต้องเข้าซังเต 3 เดือน หากเป็นสโมสรอื่นคงฉีกสัญญาไปแล้ว เพราะในเงื่อนไขระบุไว้ชัดเจนว่ากรณีทำผิดถึงขั้นติดคุก สามารถขับไสไล่ส่งได้ ไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย

แต่เมื่อออกมาแล้ว วัตฟอร์ด ยังให้โอกาสเขา แถมยังไว้เนื้อเชื่อใจให้เป็นหัวหน้าจ่าฝูงด้วย ดีนี่ย์ จึงคิดจะตอบแทนด้วยความทุ่มเทอย่างเต็มกำลัง



อย่างไรก็เถอะ แม้กระทั่งแฟนบอลวัตฟอร์ดเองคงไม่กล้าคิดว่า การตอบแทนของ ดีนี่ย์ คือพาทีมเข้าชิง เอฟเอ คัพ ครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1984 หรือ 35 ปีมาแล้วหรอก

ไม่ว่าจะได้แชมป์หรือไม่ แต่การที่นักเตะอย่าง ดีนี่ย์ จะได้เดินนำทัพลงในเกมนัดชิงที่เวมบลีย์ มันคงเป็นโมเมนต์ที่งดงามสุดในอาชีพการค้าแข้ง

ชีวิตนี้คงไม่มีอะไรต้องเรียกร้องอีกแล้ว หากนึกย้อนไปยัง 3 เดือนที่อยู่ในคุก

บางทีอาจเพราะการได้อยู่หลังลูกกรงเหล็กเมื่อ 9 ปีก่อน ที่ทำให้เกิดเทพนิยายเรื่องนี้ขึ้นก็ได้


สุดท้ายแล้วไม่ว่าจะช่วงเวลาที่ดีหรือแย่สักแค่ไหน ครอบครัว ก็เป็นสิ่งสำคัญที่สุด ให้ MYSBOBET ช่วยคุณสิ รับรองมอบความตื่นเต้นสนุกเร้าใจ บริการสะดวกรวดเร็ว ติดต่อมาเลยที่ https://line.me/R/ti/p/@mysb99 หรือโทรที่
08-0003-1188 / 08-0003-1177

---------------------------------------------

เห็นก่อน อ่านก่อน !!
กด "ติดตาม" และเลือก "เห็นโพสต์ก่อน (See First) "

https://www.facebook.com/cheerball/

 
บทความดีๆ เรื่องราวกีฬาฟุตบอล
เรานำเสนอให้คุณได้อ่านทุกวัน

---------------------------------------------
Cheerball Comment Facebook Comment

รวมความคิดเห็น


ยังไม่มีความคิดเห็น