ข่าว

เร่าร้อนและรุนแรง (ตอนแรก)

อัพเดตเมื่อ : April 12, 2019 12:54am โดย : admin

วัยเด็กของ ดีเอโก้ คอสต้า แทบไม่มีอะไรน่าสนใจเลยสักนิด

เขาเกิดที่ ลาการ์โต้ ในเขตทุ่งหญ้าของรัฐเซร์ชิเป ทางตะวันออกเฉียงเหนือหรืออีสานของบราซิล

บ้านหลังเล็กๆก่อด้วยอิฐสีแดงเป็นที่ซุกหัวนอนของ คอสต้า มันอัดแน่นไปด้วยญาติพี่น้องมากมาย ราวกับปลาเบียดกันในกระป๋อง จนแทบจะอยู่ไม่ได้หากวันไหนอากาศอบอ้าวร้อนจัด

นอกจากนี้ด้วยความที่ตัวเล็กกว่าใคร เขาจึงมักจะถูกญาติพี่น้องข่มเหงรังแกเสมอ ทำให้อัดอั้นเรื่อยมา

คอสต้า จึงเลือกจะใช้ฟุตบอลเพื่อหลุดพ้นจากความน่าเบื่อซ้ำซากนั้น


แค่ถือลูกบอลเก่าๆ ที่รุ่นพี่ข้างบ้านยกให้ แล้วเดินออกมายังลานกว้าง วิ่งปุเลงหวดคนเดียวบ้างกับเพื่อนๆบ้างไปตามประสา

อย่างน้อยเขาก็สร้างโลกตัวเองขึ้นมา เพื่อให้ลืมชีวิตจริงที่โหดร้าย แม้จะรู้ว่าเป็นแค่ความสุขชั่วคราวก็ยังดี

เพราะความหลงใหลได้ปลื้ม โรนัลโด้ ดาวยิงไฟพะเนียงของบราซิล เขาจึงมักจินตนาการตัวเองว่าเป็น "เหยินใหญ่" เรื่อยมา

นอกจากชอบลีลาเหลือร้ายในการล่าตาข่ายแล้ว ความเป็นยอดนักสู้ของ โรนัลโด้ ก็ทำให้ คอสต้า ศรัทธาเช่นกัน

ตั้งแต่นั้นมาก็สัญญากับตัวเองตลอดว่าจะไม่ยอมแพ้ง่ายๆ อย่างเด็ดขาดยามอยู่ในสนาม พร้อมจะสู้ตายถวายชีวิตให้รู้ดำรู้แดงไปข้าง

สอดคล้องกับพ่อที่เคยเล่าให้ฟังว่าลูกชายคนนี้ เกลียดความปราชัยมากกว่าอะไรทั้งหมด

วันไหนที่ได้ลงเล่นแล้วทีมแพ้ขึ้นมา คอสต้า จะโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยงมาก บางครั้งถึงกับปล่อยโฮตะโกนเกรี้ยวกราด ใครเตือนก็ไม่ฟังทั้งสิ้น ราวกับพวกโรคจิตคลุ้มคลั่งคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้

อาจเพราะว่าโดนญาติรังแกกลั่นแกล้งมาตั้งแต่เด็ก บวกกับโตมากับฟุตบอลข้างถนนในแบบฉบับบราซิลที่เหี้ยมเกรียมไม่เหมือนใคร


ปัจจัยเหล่านี้อาจหลอมให้ คอสต้า กลายเป็นคนรุนแรงแข็งกร้าวอย่างไม่รู้ตัวก็ได้

"ถ้าคุณไปเล่นฟุตบอลแถวบ้านผม แล้ววันไหนไม่ได้แผลหรือไม่มีเลือดสังเวย ถือว่าผิดปกติ"

คอสต้า เคยเล่าให้ฟังไว้อย่างนี้ พร้อมทั้งสำทับด้วยว่าหากเขาเจอคู่ต่อสู้ตุกติกก่อน ก็จะหาโอกาสเอาคืนดับเบิ้ล ถ้าไม่ทำอย่างนั้นรับรองเลยว่าจะต้องถูกเล่นงานตลอดเกม

อย่างไรก็ตามฟุตบอลข้างถนนในความหมายที่เรารู้กันคือ "ลูกหนังโต๊ะเล็ก" เล่นแบ่งข้าง 5-6 คนเท่านั้น เขาจึงไม่เคยซึมซับรับรู้แบบ 11 คนหรือได้เล่นบนฟลอร์หญ้าเขียวขจีอย่างในทีวีมาก่อน

กระทั่งพ่อเล็งเห็นแล้วว่าควรให้ลูกชายที่ฝักใฝ่ฟุตบอล ได้เติบโตขึ้นมากับความฝันอันเจิดจ้า เลยส่งไปอยู่กับลุงที่ เซา เปาโล ในปี 2004

มันเป็นการเดินทางไกลสุดครั้งแรกในชีวิตและเป็นครั้งแรกเช่นกันที่ คอสต้า ได้รู้จักเกมลูกหนังปกติ

และนั่นคือจุดหักเหที่เปลี่ยนแปลงอย่างสิ้นเชิง

------------------------

เอ็ดสัน ผู้เป็นลุงมีเครื่อข่ายในวงการฟุตบอลท้องถิ่นพอสมควร จึงคุยกับเอเยนต์แล้วนำหลานไปฝากไว้กับ บาร์เซโลน่า อีซี สโมสรเล็กๆละแวกที่อยู่อาศัย เพื่อให้เริ่มต้นใกล้บ้านก่อน
 

แน่นอนครั้งแรกที่ได้ลงเกม พวกขาใหญ่เจ้าถิ่นที่อยู่มานาน เห็นหน้าเจี๋ยมเจี้ยมของสมาชิกใหม่ ก็พร้อมจะจัดงานรับน้องต้อนรับทันที

ในทีมนั้นมีกองหลังจอมโหดอยู่คนชื่อ เฟลิเป้ หมอนี่จะเป็นเหมือนด่านทดสอบสำคัญของพวกกองหน้าทั้งหลาย หากใครหงอหรือออกอาการสั่นให้เห็นเมื่อไร จะโดนเล่นงานจนประสาทกินแน่

ทุกคนมองว่าไอ้หนูดีเอโก้ผู้น่าสงสาร คงไม่อาจหลุดรอดไปจากเขี้ยวเล็บของหมาป่าที่แสนดุร้ายได้ สุดท้ายก็ต้องหิ้วสตั๊ดกลับบ้านหรือไม่ก็ไปหาทีมอื่นต่อ

แต่แล้วสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิดก็เกิดขึ้น คอสต้า สู้กับ เฟลิเป้ อย่างไม่ครั่นคร้ามอัดหนักเอาคืนทุกครั้งและถ้าโดนขู่ก็จะฮึ่มใส่กลับไป จนแทบจะเปลี่ยนสนามบอลเป็นเวทีมวย

หลังจากจบการทดสอบแล้ว เปาโล มูร่า โค้ชของทีม ตัดสินใจรับ คอสต้า เข้ามาอยู่ในสังกัดด้วย

สัปดาห์ถัดมา คอสต้า ถูกใส่ชื่อให้เล่นกับทีมชุดยู-17 ในทัวร์นาเมนต์หนึ่ง ก่อนจะปล่อยของด้วยการซัดคนเดียว 4 ประตู มันน่าทึ่งอย่างมากสำหรับผู้มาใหม่และไม่คุ้นเคยกับฟุตบอล 11 คนมาก่อน

ความหวังที่จะได้เข้าสังกัดสโมสรใหญ่ๆ เริ่มแจ่มชัดกว่าเดิม คริสเตียน แปร์นัมบูโก เอเยนต์ที่เข้ามาดูแล ยื่นข้อเสนอให้แมวมองของ พัลเมรัส กับ ปอร์ตูเกซ่า มาชมฟอร์ม แต่ได้รับการปฏิเสธ เพราะเชื่อว่าดูไปก็เสียเวลาเปล่ากับเด็กมาจากลูกหนังข้างถนน ไม่ใช่เป็นระบบแบบอะคาเดมี่


นั่นทำให้ไอ้หนูดีเอโก้หงุดหงิดหัวเสียเหลือเกิน เพราะตอนนั้นรับเงินแค่เดือนละ 100 ปอนด์เท่านั้น แล้วพอเห็นคนอื่นมีรายได้เยอะกว่ามาก ได้เที่ยวเตร่อย่างมีความสุข ก็เลยยิ่งเกรี้ยวกราดขึ้นอีก

ขนาดเงินนั่งรถเมล์ไปซ้อมยังไม่ค่อยจะมี บางครั้งบากหน้าแบมือไปขอยืมคนอื่น ทั้งที่ก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่ามีความสามารถมากพอ

จิตใจ คอสต้า ร้อนรุ่มเหลือเกิน ไม่ค่อยมีน้ำอดน้ำทนตามที่เอเยนต์คอยพร่ำเตือนนัก

ราวกับว่ามีปีศาจร้ายสิงในจิตวิญญาณของเขาอยู่ไม่มีผิด

-------------------

คอสต้า ยังคงได้ลงเล่นอย่างต่อเนื่อง ด้วยฟอร์มที่เร่าร้อนและรุนแรง

จำนวนประตูที่ยิงได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ ช่วยโหมให้ชื่อเสียงเขาดังมากขึ้นในวงการ จนหลุดไปเข้าหู จอร์จ เมนเดส ซูเปอร์เอเยนต์ที่เตรียมพร้อมจะเดินทางมาดูให้เห็นกับตาด้วยตัวเอง


แต่แล้วระหว่างลงโม่แข้งในเกมหนึ่ง คอสต้า ไม่อาจคอนโทรลตัวเองได้ เมื่อเจอเข้าหนักและตอแยจากฝ่ายตรงข้าม แล้วผู้ตัดสินดูเหมือนไม่ยอมปกป้อง จึงตั้งศาลเตี้ยตัดสินเอง สาวหมัดใส่อริอย่างไม่ยั้ง

จากนั้นเมื่อผู้ตัดสินวิ่งเข้ามาเพื่อจะห้ามปราม ก็ปรี่หาหวังจะสอยให้ร่วงด้วย เพราะมองว่าทำหน้าที่ไม่แฟร์

คดีนั้นมันใหญ่โตอย่างมาก จนทำให้เขาถูกลงโทษแบน 4 เดือนหรือ 120 วันด้วยกัน เรียกว่าแทบหมดอนาคตกันเลยทีเดียว

จากชื่อเสียงเปรี้ยงปร้างปังๆ เปลี่ยนเป็น "ชื่อเสีย" ฉาวโฉ่ไปทั้งวงการ

คอสต้า ไม่อายที่จะปล่อยโฮออกมา น้ำตาลูกผู้ชายแตกทะลักอาบสองแก้ม ราวกับสูญสิ้นทุกอย่างในชีวิตนี้แล้ว

กระนั้นความยุติธรรมยังมีอยู่จริง เปาโล มูร่า โค้ชของทีมมีหลักฐานวิดีโอที่ชัดเจนว่า คอสต้า โดนฝ่ายตรงข้ามต่อยเกินเลยฟิวส์ขาด จึงเริ่มเปิดฉากอุทธรณ์

ไม่นานนักโทษแบนลืมตายของเขาก็ถูกล้มเลิกกลับมาเล่นได้ตามปกติ


พอได้รับข่าวดี คอสต้า ลิงโลดอย่างมาก เขาละล่ำละลักขอบคุณบอสที่ช่วยชุบชีวิตขึ้นมาอีกครั้ง

ก่อนสัญญาว่า จะไม่ทำอย่างนี้อีกแล้ว...

-------------------

หลังเกมนั้นไม่นานนัก เมนเดส ทำอย่างที่พูดไว้นั่นคือ บินมาดูฟอร์ม คอสต้า ถึงขอบสนาม

เขาลงเล่นด้วยความมุ่งมั่นและกระหายอย่างมาก อีกทั้งเตรียมตัวมาพร้อมเต็มที่ เพื่อโชว์ให้เห็นเลยว่าเจ๋งจริงสมคำร่ำลือแค่ไหน

ปรากฏว่า เมนเดส นั่งดูเพียงแค่ 45 นาทีเท่านั้น ก็ลุกออกจากสนาม

เปล่า -- ไม่ใช่เพราะฟอร์มของ คอสต้า ห่วยแตกจนน่าผิดหวังหรอก


ตรงกันข้ามเอเยนต์คนดังเดินไปหาตัวแทนและโค้ชของ คอสต้า เพื่อเจรจาพาไปเล่นยังต่างแดน มีหลายสโมสรในเครือข่ายสนใจกองหน้าสไตล์นี้อยู่แล้ว

บราก้า สโมสรเกรดบีของลีกสูงสุดโปรตุเกสคือจุดหมายปลายทาง นอกจากรูปแบบการเล่นจะคล้ายมาทางละตินแล้ว ปัญหาเรื่องการสื่อสารก็ไม่ต้องมานั่งกังวล เพราะพูดภาษาโปรตุกีสเหมือนกัน

อย่างไรก็ตามคราวนี้ คอสต้า ซีเนียร์ ผู้พ่อกำลังจะกลายเป็นอุปสรรคขวากหนามของเขาซะเอง

พอรู้ข่าวเข้าพ่อรีบเบรกตัวโก่ง ไม่เห็นด้วยที่ลูกชายอายุยังน้อยต้องข้ามน้ำข้ามทะเลไปใช้ชีวิตยังประเทศอื่น

ไอ้หนูดีเอโก้ใจแป้วในทีแรกที่รับรู้ จึงอ้อนวอนกันสุดฤทธิ์ ยกแม่น้ำทั้งห้าท้องฟ้าทั้งหกมาอ้างให้พ่อเห็นดีเห็นงาม โดยเฉพาะชื่อของ จอร์จ เมนเดส ซึ่งช่วยได้ไม่น้อย

สุดท้ายพ่อใจอ่อน ยอมให้ไปแม้จิตใจจะวิตกเป็นห่วงก็ตาม เพราะนิสัยลูกชายห่ามระห่ำคุมตัวเองยาก

เส้นทางแห่งความ "เร่าร้อนและรุนแรง" ของ คอสต้า จึงเริ่มขึ้น


ร้อนและแรงแค่ไหน พรุ่งนี้มาว่ากันต่ออีกตอนครับ

และถ้าใครกำลังเร่าร้อน ร้อนลุ่ม อยากสนุกเร้าใจไปกับเกมลูกหนังก็มาเลยที่ MYSBOBET ติดต่อมาที่ https://line.me/R/ti/p/@mysb99 หรือโทรที่ 08-0003-1188 / 08-0003-1177

---------------------------------------------

เห็นก่อน อ่านก่อน !!
กด "ติดตาม" และเลือก "เห็นโพสต์ก่อน (See First) "

https://www.facebook.com/cheerball/


 
บทความดีๆ เรื่องราวกีฬาฟุตบอล
เรานำเสนอให้คุณได้อ่านทุกวัน

---------------------------------------------
Facebook Comment