ข่าว

เร่าร้อนและรุนแรง (ตอน 2)

อัพเดตเมื่อ : April 12, 2019 11:41pm โดย : admin

ดีเอโก้ คอสต้า ตื่นตาตื่นใจกับสิ่งแวดล้อมใหม่ที่โปรตุเกส

แม้ บราก้า จะเป็นเมืองเล็กๆ แต่ก็มีหลายอย่างน่าสนใจ มันเจริญหูเจริญตากว่าบราซิล บ้านเกิดหลายเท่า

ทางสโมสรจัดให้เขาพักกับนักเตะทีมสำรอง 2 คน คอสต้า พยายามที่จะผูกมิตรด้วย แต่ดูเหมือนว่าฝั่งนั้นไม่สนใจ เมินใส่ อาจมองว่านี่คือคู่แข่งแย่งตำแหน่งเพื่อขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่

นานวันเข้าคนขี้รำคาญและไม่ค่อยมีความอดทนอย่างเขาก็เริ่มท้อ ออกอาการเบื่อหน่าย

6 เดือนแรกช่างเป็นช่วงเวลาที่ทรมานมากๆ จากที่ตื่นตาตื่นใจ ความรู้สึกในวันแรกๆไม่หลงเหลืออีกต่อไป

ครอบครัวก็ไม่ค่อยเดินทางมาเยี่ยม แม่โทรมาคุยถามสารทุกข์สุกดิบบ้าง ส่วนพ่อดูเหมือนจะยังเซ็งลูกชายจอมรั้นไม่หาย เลยดูห่างเหิน

ดังนั้นสิ่งเดียวที่จะเยียวยาความรู้สึกได้คือฟุตบอลนั่นแหล่ะ คอสต้า จึงมุ่งมั่นบากบั่นทำงานอย่างหนักเหลือเกินเมื่ออยู่ในสนาม ไม่ว่าจะเป็นช่วงซ้อมหรือลงแข่งจริง



เพราะหากฝีเท้ามีพัฒนาการที่ดีขึ้น โอกาสสู่การได้ไปเติบโตยังสโมสรอื่นก็มากเป็นเงาตามตัว นั่นหมายถึงเงินรายได้จะไหลเข้าบัญชีมากมายเช่นกัน

กระนั้นด้วยความที่อายุยังน้อยแค่ 17 ปีเท่านั้น คอสต้า ยังต้องเรียนรู้อีกมาก ไม่ง่ายเลยที่จะก้าวขึ้นชุดใหญ่ของบราก้า

ในซีซั่น 2006/07 จึงถูกส่งให้ เปนาฟิเอล ทีมในระดับดิวิชั่น 2 หรือลีกรองลงไปยืมตัวใช้งาน เพื่อให้มีเวทีได้ปล่อยของด้วย

แล้ว คอสต้า ที่กระหายอยากจะเล่นมานาน ก็ได้เวลาระเบิดฟอร์มอย่างที่ต้องการ จัดการไป 5 ประตูจาก 13 นัดที่ลงเล่น มันน่าทึ่งมากสำหรับไอ้หนุ่มจากบราซิล ในวัยเพียงแค่ 17 ปี

ตอนนั้น รุย เบนโต้ อดีตกองกลางทีมชาติโปรตุเกส เป็นกุนซือ เปนาฟิเอล พลันที่ได้เห็นครั้งแรกประทับใจ คอสต้า อย่างมาก แค่แววตาที่บ่งบอกถึงความมุ่งมั่น จริงจัง ก็เหนือกว่าเด็กหลายคนในรุ่นเดียวกันแล้ว



ไม่นานนัก เบนโต้ ไปเจอกับ ฆาเบียร์ เอร์นานเดซ แมวมองของ แอตเลติโก้ มาดริด เลยแนะนำไปว่ามีเด็กคนหนึ่งน่าสนใจอย่างมาก อยากลองไปดูหน่อยหรือเปล่า

เอร์นานเดซ เลยตัดสินใจเปลี่ยนโปรแกรมกลับสเปน เพื่อไปเช็คฟอร์มของไอ้หนูดีเอโก้ โดยเฉพาะ

แล้วเขาก็ต้องอึ้งเมื่อเห็นกองหน้าวัย 17 ปี กับหัวใจเด็ดเดี่ยวกล้าหาญ สู้ทุกจังหวะไม่มีเกรงนักเตะรุ่นพี่หรือรุ่นพ่อเลยด้วยซ้ำ ตรงกันข้ามพร้อมจะขย้ำใส่ทุกคนที่แหยมเข้ามา นี่มันปีศาจร้ายชัดๆ

แม้จะบอบบางไปหน่อย แต่ยังสามารถเร่งกล้ามเนื้อได้ หากได้รับการดูแลเรื่องฟิตเนสและโภชนาการที่ดี

แล้วธันวาคม ปี 2006 คอสต้า ก็จรดปากกาเซ็นสัญญากับ แอตเลติโก้ มาดริด ด้วยค่าตัว 1.5 ล้านปอนด์ โดยจะยังเล่นอยู่กับ บราก้า กระทั่งถึงหน้าร้อนถัดมาค่อยโยกมาตราหมี



เอ็นริเก้ เซเรโซ่ ท่านประธานของ แอตเลติโก้ มาดริด ให้คำนิยามถึงไอ้หนูดีเอโก้ว่า "นิวกาก้า"

หมายความว่าเขาเห็นแค่ด้านสว่างของ คอสต้า เพราะถ้าเงามืดคืบคลานมาเมื่อไร จะเปลี่ยนความคิดทันที

----------------

วันเดินทางมา"มาดริด"เพื่อเซ็นสัญญานั้น คอสต้า ทำในสิ่งที่ทุกคนคาดไม่ถึง

เขาใส่รองเท้าแตะและนุ่งกางเกงขาสั้น ทั้งๆ ที่ตอนนั้นอุณหภูมิอยู่ที่ -4 องศา

มันทำให้ คอสต้า ดูแย่มากในสายตาของคนทั่วไป ไม่ให้เกียรติสโมสรใหม่ไม่พอ ยังขาดความเคารพผู้บริหาร รวมไปถึงแฟนบอลด้วย

อย่างไรก็ตามเขายอมรับว่าตัวเองคิดน้อยเกินไปจริงและคนรอบข้างก็ไม่ได้แนะนำอะไรนัก โดยเฉพาะความยิ่งใหญ่ของ แอตเลติโก้ มาดริด ที่ต่างจาก บราก้า เยอะมาก

ตอนนั้นแฟนบอล"ตราหมี" ไม่เคยสนใจ คอสต้า เลย ทุกคนพุ่งเป้าไปที่ฟอร์มอันเร่าร้อนของดาวดวงใหม่อย่าง เซร์คิโอ อเกวโร่ "กุน" และคิดว่านี่เป็นการมาของอะไหล่ชิ้นเล็กๆเท่านั้นเอง



คอสต้า รู้ดีว่าต้องทำงานหนักขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า เพื่อพิสูจน์ให้ทุกคนเห็น แต่เหนืออื่นใดต้องมีเวทีให้โชว์ด้วย

เขารู้สึกยินดีอย่างมากเมื่อฤดูกาล 2007-08 ทางตราหมี ไฟเขียวให้ไปเล่นกับ เซลต้า บีโก้ ที่ตอนนั้นจมปลักอยู่ในดิวิชั่น 2 ยืมตัวใช้พลางๆก่อน

แต่ คอสต้า ต้องเจอกับแบบทดสอบมากมาย มันไม่ง่ายอย่างที่คิดเลย สำหรับเด็กวัยไม่ถึง 20 ปี ที่มาอยู่ในสโมสรที่แทบไม่รู้จักมาก่อน ไม่มีใครคอยสนับสนุนหรือแนะนำ

อีกทั้งตอนนั้น เซลต้า ประสบปัญหาเรื่องการเงินด้วย ทำให้อะไรต่อมิอะไรดูติดขัดไปหมด

อย่างไรก็เถอะ เขายังยิงได้ 5 ประตูจาก 30 เกม ไม่ได้เลวร้ายอะไรนัก ที่สำคัญชื่อเสียงเลื่องลือมากในเรื่องความดุร้าย พร้อมจะกินเลือดเนื้อกองหลังทุกคนที่ต้องการจะใช้ความเก๋าหรืออาวุโสขู่



ฤดูกาลถัดมา เป็นอีกครั้งที่เขาโดนปล่อยยืม คราวนี้เป็น อัลบาเซเต้ ในลีกรองเช่นกัน มารับตัวไปอยู่ด้วยชั่วคราว

9 ประตูพร้อมกับเซฟทีมให้อยู่รอดใน เซกุนด้า ลีกหรือลีกอันดับ 2 ของสเปน ได้สำเร็จ ทำให้ คอสต้า ตกอยู่ในโฟกัสมากขึ้นกว่าเดิม

แต่มันยังไม่ดีพอจะเอาชนะใจ กีเก้ ซานเชส ฟลอเรส กุนซือคนใหม่ของ แอตเลติโก้ มาดริด ได้ จึงต้องระหกระเหินไปยัง เรอัล บายาโดลิด คราวนี้ย้ายขาดแบบมีอ็อปชั่น โดยสลับดอกกับ เซร์คิโอ อาเซนโฆ่ นายด่านยังบลัดที่กำลังฟอร์มพุ่งมากในเวลานั้น

การย้ายเที่ยวนี้ทำให้ คอสต้า รู้สึกหงุดหงิดงุ่นง่านยิ่งนัก เพราะรู้สึกว่าตัวเองด้อยค่า เป็นเพียงแค่เงื่อนไขให้ตราหมีดึง อาเซนโฆ่ เข้ามา

เขาซัดในลีกไป 8 ประตู ช่วยให้ทีมอยู่รอดปลอดภัยสำเร็จ แต่ในช่วงครึ่งฤดูกาลหลังเหมือนขาดสมาธิ ยิงได้แค่ 2 ประตูเท่านั้น



ตรงกันข้ามกับยอดใบเหลืองที่พุ่งไปถึง 9 ใบ บวกกับใบแดงอัตโนมัติอีก 1 จากการย่ำใส่ ดิดัก บีล่า ผู้เล่นของเอสปันญ่อล อย่างน่าเกลียดที่สุด

วิญญาณสัตว์ร้ายสิงสู่ คอสต้า อีกครั้งแล้ว

"ถนนคือโรงเรียนของผม ผมต้องต่อสู้กับทุกๆ คน จนไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ ผมไม่เคยให้เกียรติคู่แข่ง ผมคิดว่า ผมจำเป็นต้องฆ่าพวกเขาให้หมด"

"เด็กๆ ที่โตมาจากอะคาเดมี่ ต่างถูกสอนให้รู้จักควบคุมตัวเอง และให้เกียรติผู้อื่น แต่มันไม่มีใครสอนเรื่องนี้ให้กับผม ผมก็เลยมองว่า การเห็นนักเตะฟันศอกใส่กันบ่อยๆ ถือเป็นเรื่องปกติ"

คอสต้า เล่าไว้อย่างนี้ ซึ่งมันสะท้อนถึงทัศนคติของเขาว่ามันแย่แค่ไหน

อย่างไรก็ตามความเหี้ยมเกรียมและหัวใจนักสู้ที่เผยให้เห็น สร้างความพึงพอใจให้ กีเก้ ไม่น้อย เลยตัดสินใจใช้อ็อปชั่นซื้อกลับมา แอตเลติโก้ มาดริด ด้วยราคา 1 ล้านยูโร

ตอนนั้นเขาเพิ่งอายุแค่ 22 แต่จากประสบการณ์ที่ผ่านมาไม่น้อย ทำให้เริ่มมีความมั่นใจมากขึ้นเรื่อยๆ

อย่างไรก็ตาม คอสต้า ต้องหัวเสียอีกครั้ง เพราะเขาเป็นตัวเลือก 4 หรือ 5 ในแดนหน้าเท่านั้นเอง ต้องคอยภาวนาให้ เซร์คิโอ อเกวโร่ หรือ ดีเอโก้ ฟอร์ลัน มีปัญหาเจ็บหรือติดโทษแบน



แต่พอจะมีโอกาสได้ลงบ้าง กลับโดนแฟนบอลตราหมี โห่ใส่ เพราะสไตล์ที่ดุดันเข้าหนักและตุกติกครบเครื่องแบบไม่สนใจใคร

ดวงตาที่ฉายแววความคลั่งและดุร้าย ยิ่งเพิ่มความน่าเกลียดน่าชังให้สาวกตราหมีมากขึ้นไปอีก แถมทั้งฤดูกาลสังหารได้แค่ประตูเดียว

นั่นทำให้เขาไม่อยู่ในแผนการสร้างทีมของ กีเก้ อีกต่อไปและคิดว่านักเตะบุคลิกอย่างนี้ ไม่เหมาะจะอยู่ในทีม

เบซิคตัส ทีมดังจากตุรกีทาบทามมา ก่อนจะตกลงราคาค่าตัวกันเรียบร้อย คอสต้า เองก็ทำใจแล้วว่าต้องโยกไปอิสตันบูล เมืองที่เต็มไปด้วยความรุนแรงในเกมลูกหนัง

เขาบินไปที่นั่นกับทีมงานไม่กี่คนอย่างหงอยๆ เพื่อตรวจร่างกาย แต่แล้วผลจากการซ้อมที่หนักเกินไป เล่นแบบไม่ระวังตัวตามสัญชาตญาณ ทำให้เกิดอาการเจ็บที่เอ็นหลังหัวเข่าซ้าย

เหมือนโชคชะตาจะขีดเขียนไว้แล้ว -- เขาตรวจร่างกายไม่ผ่าน การเซ็นสัญญาจึงถูกล้มเลิก

ไอ้ปีศาจร้ายต้องกลับคืนสู่ แอตเลติโก้ มาดริด อีกครั้ง เพื่อมารักษาตัว



และไม่มีใครคาดคิดว่าจากสัตว์ป่าที่น่ารังเกียจ เขาจะก้าวขึ้นเป็นขวัญใจกองเชียร์ โดยที่ยังคงความก้าวร้าวและแววตาแบบเดิม

พรุ่งนี้มาว่ากันต่อตอนจบครับ

ใครที่อยากรู้ว่าจาก สัตว์ป่าที่น่ารังเกียจ ทำไมถึงกลายมาเป็นขวัญใจแฟนบอลได้ พรุ่งนี้มารอติดตามต่อได้เลยครับ สุดท้ายต้องขอฝากกับ Sbobet777 บริการได้ในทันทีตลอด 24 ชั่วโมงติดต่อเลยที่ https://line.me/R/ti/p/@777sbo หรือ 08-44-9990 77, 88 , 99

---------------------------------------------

เห็นก่อน อ่านก่อน !!
กด "ติดตาม" และเลือก "เห็นโพสต์ก่อน (See First) "

https://www.facebook.com/cheerball/

 
บทความดีๆ เรื่องราวกีฬาฟุตบอล
เรานำเสนอให้คุณได้อ่านทุกวัน

---------------------------------------------

Cheerball Comment Facebook Comment

รวมความคิดเห็น


ยังไม่มีความคิดเห็น