ข่าว

เร่าร้อนและรุนแรง (ตอนจบ)

อัพเดตเมื่อ : April 14, 2019 4:12am โดย : admin

หลังดีลกับ เบชิคตัส ล้มเหลว เพราะอาการบาดเจ็บที่เอ็นหลังหัวเข่า ทำให้ ดีเอโก้ คอสต้า เริ่มคิดหนัก

เพราะดูแล้วคงจะหมดอนาคตกับ แอตเลติโก้ มาดริด แน่ แต่จะให้เขาเปลี่ยนตัวเองไปเล่นแบบนุ่มนิ่มเรียบร้อย คงเป็นไปไม่ได้เลย

แค่คิดก็รู้สึกสะอิดสะเอียนเหลือทนแล้ว ไม่ว่าอย่างไรเขาบอกกับตัวเองเสมอว่า แววตาจะต้องคล้ายสัตว์ป่าดุร้ายและเต็มไปด้วยความกระหายที่จะเป็นผู้ชนะ

ช่วงนั้นเองทาง"ตราหมี" เห็นว่าปล่อยไว้ก็ไม่ได้ใช้อะไร ก่อนจะกลับมาฟิตอีกครั้งเลยโยนไปให้ ราโย บาเยกาโน่ ยืมตัวพลางๆก่อน



แล้ว คอสต้า ก็ทำในสิ่งที่ทุกคนคาดไม่ถึง เพราะ 16 นัดที่ลงเล่น ซัดไปทั้งสิ้น 10 ประตู ชื่อของเขากลับมาอยู่ในโฟกัสอีกครั้ง

ที่น่าตกใจสำหรับ ออสการ์ ออร์เตก้า โค้ชฟิตเนสก็คือ คอสต้า หายเจ็บอย่างรวดเร็ว แถมสภาพร่างกายฟิตเหมือนไม่มีร่องรอยว่าเจ็บหนักมาก่อนเลย

เขาถามไอ้หนูดีเอโก้ ว่า มีวิธีการซ้อมอย่างไร ร่างกายจึงแกร่งเกินพิกัด ก็ได้รับคำตอบว่าไม่รู้ เพราะผมโตมาจากข้างถนน ถ้าจะเปรียบก็คือกระทิงที่สู้ไม่ถอยนั่นแหล่ะ

อย่างไรก็ตามตอนนั้น แอตเลติโก้ มาดริด แต่งตั้ง ดีเอโก้ ซิเมโอเน่ เป็นหัวเรือใหญ่นำทัพแล้ว

กุนซืออาร์เจนไตน์ ได้รับข้อมูลของ คอสต้า มาบ้าง ไม่มีสต๊าฟฟ์คนไหนสนับสนุนหรือพูดในแง่ดีสักเท่าไร โดยเฉพาะพฤติกรรมที่ก้าวร้าว อาจมาเขย่าให้ทีมโยกคลอนมีปัญหาระยะยาวได้

ดังนั้นแผนการขายทิ้งจึงยังไม่ล้มเลิก



เรื่องนี้รู้ไปถึงหู คอสต้า มันยิ่งเพิ่มแรงท้าทายที่จะพิสูจน์ให้ "เอล โชโล่" เจ้านายคนใหม่เห็นมากยิ่งขึ้น เพราะรู้กิตติศัพท์ดีว่าสมัยเป็นนักเตะแสบแค่ไหน ซึ่งคนอย่างนี้แหล่ะเหมาะจะเรียก "บอส" อย่างเต็มปากและเต็มใจ

แล้ว ซิเมโอเน่ ก็ได้เห็นกับตาตัวเองตอนซ้อม คอสต้า เอาชนะกองหลังทุกคน ฉีกแนวรับยุ่ยกระจุยไม่มีชิ้นดี หาใครหยุดไม่ได้เลย

ความมุ่งมั่นและแข็งแกร่งของ คอสต้า คือชนวนที่จุดให้เพื่อนร่วมทีมฮึกเหิมและสู้ไม่ถอยตามไปด้วย สร้างความพึงพอใจให้กับ ซิเมโอเน่ ยิ่งนัก

แต่อย่างที่บอกไว้เขาคือดาบสองคม ไม่ได้ร้ายกาจร้อนแรงในเกมอย่างเดียวเท่านั้น นอกเกมก็พร้อมจะปะทุทุกเมื่อ คาดเดาลำบากอย่างยิ่ง ไม่มีทางเตรียมพร้อมรับมือได้เลย

ปลายเดือนมกราคม 2013 คอสต้า ถูกส่งลงเป็นตัวจริงในเกม โกปา เดล เรย์ กับ เรอัล เบติส

อีกครั้งที่เขาทำประตูสำเร็จ ได้อานิสงส์จากการโหม่งคืนกลับหลังไม่ดูตาม้าตาเรือของ อันโตนิโอ อมาย่า จนทำให้ฉวยโอกาสไประเบิดตาข่าย

นั่นสร้างความหงุดหงิดให้ อมาย่า ไม่น้อย ที่พลาดมหันต์จนทีมเสียประตู



อย่างไรก็ตามสาเหตุที่ทำให้ต้องโกรธจนควันออกหู เห็นจะเป็นเสียงตะโกนตอนเดินเข้าอุโมงค์หลังเกมจบ

"ขอบใจเว้ยพวกที่ให้ของขวัญฉัน"

พอเห็นว่าต้นเสียงมาจาก คอสต้า เหตุการณ์ชุลมุนวุ่นวายก็เกิดขึ้น ผู้เล่นสองฝ่ายทั้งแยกทั้งไปร่วมวง ฝั่งเบติสเล็งหัว คอสต้า ไว้เลย

"ถ้าเพื่อนร่วมทีมของผมไม่รั้งผมเอาไว้ ผมคงฆ่าเขาแน่ๆ นั่นเป็นการแสดงให้เห็นเลยว่า เขาเป็นคนแบบไหน เขาไร้จิตใจ และไม่มียางอายเอาซะเลย"

แต่ไม่มีคำขอโทษออกมาจาก คอสต้า ราวกับไม่รู้สึกนึกคิดหรือเข้าใจในสิ่งที่ตัวเองทำลงไป

-----------------------

บังเอิญเหลือเกินหลังพ้นเกมบอลถ้วยที่อื้อฉาวนั้นไปแล้ว "ตราหมี"ต้องมีคิวเผชิญหน้ากับ เบติส อีกครั้งในเกมลีกอีก 2 สัปดาห์ถัดมา

คอสต้า มีชื่อเป็นตัวสำรองถูกส่งลงไป ก่อนจะโดนผู้เล่น เบติส รุมกินโต๊ะจนอ่วม ทั้งเตะ ศอก อัดไม่ยั้ง รวมไปถึง อยาม่า อริเก่ายังถ่มน้ำลายเป็นของขวัญให้ด้วย



น่าประหลาดใจอย่างยิ่งที่ไม่มีการตอบโต้จาก คอสต้า เลย

หรือนั่นอาจเป็นการแทนคำขอโทษที่เคยเหยียบย่ำความรู้สึกเพื่อนร่วมอาชีพมาก่อน

"สิ่งที่เกิดขึ้นในสนามก็ปล่อยให้มันอยู่ในสนาม ผมไม่เอามันกลับบ้านหรอก"

เขาให้เหตุผลไว้เช่นนี้ ซึ่งมันช่วยขับความร้ายกาจให้ดูเบาบางลงไปบ้าง อย่างน้อยก็สะท้อนเรื่องความเป็นมืออาชีพ ไม่เจ็บแค้นอาฆาต ให้มันจบลงในสนามไป

ความประทับใจที่ ซิเมโอเน่ มีให้ลูกทีมคนนี้มากขึ้นเรื่อยๆ จำนวนประตูยังเพิ่มไม่หยุดหย่อน รวมไปถึงแสดงให้เห็นว่ายิงได้หลากหลายรูปแบบ โดยเฉพาะอันตรายเป็นเสือร้ายตะปบเหยื่ออย่างมาก เมื่ออยู่ในกรอบ 18 หลาของเขตโทษ



นอกจากนี้หัวใจนักสู้และความอดทนยามอยู่ในสนาม มันบอกถึงความเป็นลูกผู้ชายไม่มีกลัวอะไรเลย

มีอยู่เกมหนึ่งต้องดวลกับ เอลเช่ แล้ว คอสต้า พยายามไสลด์ตัวเองเข้าหาบอลให้ตุงตาข่ายในจังหวะสุดท้าย แต่ผิดพลาดขาไปกระแทกโคนเสาจังเบ้อเริ่ม ลุกมาอีกทีถึงรู้ว่าหน้าแข้งแตกยับ มีเลือดอาบนอง รวมไปลึกถึงขั้นเห็นกระดูกขาวๆ

เป็นคนอื่นอาจจะเป็นลมล้มพับหรือไม่ก็ต้องรีบขอเปลี่ยนตัวเองออกไปปฐมพยาบาล แต่ คอสต้า ยักไหล่เล่นต่อไปราวกับว่าตัวเองมีเกราะเหล็กปกป้องอยู่

"นั่นมันบ้าชัดๆ!!" ซิเมโอเน่ หลุดสบถออกมา ไม่เชื่อสายตาของตัวเองที่ได้เห็นความบ้าดีเดือดของ คอสต้า

--------------------

ผลงานในสนามของ คอสต้า พัฒนาพรวดพราด กลายเป็นกองหน้าระดับพระกาฬของลีกกระทิงดุ

แต่ในอีกด้านทุกเกมที่เขาลงเล่นก็ตกเป็นเป้าหมายของแฟนบอลทุกคน รวมทั้งหน้าจอทีวีด้วยเช่นเดียวกัน



หลายคนอยากเห็นลูกเล่นอันตุกติกของเขาต่างๆ ที่เคยสรรหามาโชว์ ชนิดไม่สนใจใครทั้งสิ้น มันกลายเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่ง รวมทั้งคือจุดขายของ"ตราหมี"ด้วย

คุณจะเอาอะไรบ้างล่ะ -- คอสต้า จัดให้หมดทุกรูปแบบ ไม่แพ้ลีลายิงประตู

ไม่ใช่แค่จัดใส่คนอื่น คนอย่างเขาก็ต้องโดนเอาคืนอย่างสาสมด้วยเช่นเดียวกัน

เคยเจอ เฟเดริโก้ ฟาซิโอ กองหลังเซบีย่าต่อยเข้าลำตัวเต็มๆ จนลงไปนอนร้องโอดโอย เจอน้ำลายถ่มใส่หน้า เจอด่าสารพัดหยาบคาย เป็นนักเตะที่โดนทำฟาวล์มากสุด เหนือกว่า คริสเตียโน่ โรนัลโด้ และ ลิโอเนล เมสซี่



หรือตอนมาพรีเมียร์ลีก ช่วงเล่นกับ เชลซี ก็ปะทะกับ สตีเว่น เจอร์ราร์ด อย่างดุเดือด อีกทั้งเป็นจอมย่ำ แถมให้คู่ต่อสู้อีกด้วย

ถ้าจะชอบแบบยียวน กวนอารมณ์ฝ่ายตรงข้ามก็มีมาให้เห็นบ่อยเช่นเดียวกัน

แต่ช็อตที่หลายคนจดจำคงเป็นตอนอยู่สเปนและมีโอกาสได้ดวลกับ เซร์คิโอ รามอส ใน"มาดริดดาร์บี้"นั่นเอง

ทั้งคู่ล้วนแต่งัดกลเม็ดเด็ดพรายสารพัด ใช้วิชามารทุกชนิดขนมาเล่น จนต่างรู้ไส้รู้พุงอย่างดี

อย่างไรก็ตามจากศัตรูคู่อาฆาต เปลี่ยนเป็นมิตรอย่างไม่น่าเชื่อ ราวกับละครน้ำเน่า

เพราะ รามอส นี่เองที่โน้มน้าวให้ คอสต้า หันมารับใช้ทีมชาติสเปน แทนที่จะเลือกบราซิล ด้วยเชื่อว่าทัพกระทิงดุอยากได้กองหน้าที่ดุดันมาเพิ่มมิติบ้าง



ทุกวันนี้ที่บ้านเกิดของเขาในบราซิล มีแต่เด็กสวมชุดทีมชาติสเปนมากกว่าเซเลเซา มันมาจากความฟีเวอร์ของ คอสต้า ที่นอกจากจะปลุกกระตุ้นความคึกคักแล้ว ยังเป็นเหมือนแรงบันดาลใจด้วย

อย่างไรก็ตาม คอสต้า ไม่อาจเปลี่ยนจิตวิญญาณของตัวเองได้เลย หากน็อตหลุดจะทำอะไรก็ได้ทั้งสิ้น

อย่างเกมลาลีกากับ บาร์เซโลน่า เมื่อวีกเอนด์ก่อน เปิดปากด่าแม่ผู้ตัดสิน เฆซุส กิล มานซาโน อย่างหยาบคาย เลยโดนลงดาบถึง 8 นัด ลากยาวยันฤดูกาลหน้าเลยทีเดียว

แม้"ตราหมี"จะดิ้นสู้เพื่ออุทธรณ์ แต่ทางสหพันธ์ฟุตบอลสเปนยืนกรานว่าโทษนี้ไม่มีลดลงอย่างเด็ดขาด การกระทำที่อุกอาจเช่นนี้ไม่เหมาะสม โดยเฉพาะการขาดความเคารพต่อผู้ตัดสิน

แน่นอนไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร หลายคนคุ้นเคยกับเรื่องอย่างนี้อยู่แล้ว



ต่อให้ตุลาคมนี้อายุจะครบ 31 ปี ผ่านเรื่องราวมาอย่างโชกโชน แต่เราคงไม่ต้องไปหวังว่า เขาจะสรุปบทเรียนหรือเข็ดหลาบได้

"ผมเป็นอย่างนี้ แต่อย่างที่บอกจบแล้วคือจบ มันจะแค่ในสนามเท่านั้น"


นี่แหล่ะนิยามความเป็น ดีเอโก้ คอสต้า ที่นิยมความรุนแรงและใช้อารมณ์ตัดสินเสมอ

อ่านความบ้าดีเดือดของ ดีเอโก้ คอสต้า กันมาสองวันมามันส์ถึงตอนจบ สุดท้ายต้องขอฝากกับ Sbobet777 บริการได้ในทันทีตลอด 24 ชั่วโมงติดต่อเลยที่ https://line.me/R/ti/p/@777sbo หรือ 08-44-9990 77, 88 , 99

---------------------------------------------

เห็นก่อน อ่านก่อน !!
กด "ติดตาม" และเลือก "เห็นโพสต์ก่อน (See First) "

https://www.facebook.com/cheerball/

 
บทความดีๆ เรื่องราวกีฬาฟุตบอล
เรานำเสนอให้คุณได้อ่านทุกวัน

---------------------------------------------
Cheerball Comment Facebook Comment

รวมความคิดเห็น


ยังไม่มีความคิดเห็น