ข่าว

แบบฉบับมืออาชีพ

อัพเดตเมื่อ : April 24, 2019 1:14am โดย : admin

หลังเห็น แมนฯ ยูไนเต็ด โดน เอฟเวอร์ตัน ชำเราจนหมด ไม่เหลือริ้วรอยแชมป์ลีกสูงสุด 20 สมัย

เชื่อว่าแฟนลิเวอร์พูล ไม่น้อยคงรู้สึกใจแป้ว เมื่อนึกไปถึงเกมวันพุธที่ 24 เมษายน ซึ่งต้องฝากความหวังไว้ในศึก "แมนเชสเตอร์ ดาร์บี้"

แม้ไม่อยากจะเชียร์หรือถือหาง แต่ในสถานการณ์ที่ต้องยืมจมูกคนอื่นหายใจเช่นนี้ มันไม่มีทางเลือกอื่นเลย

แล้ว "คนอื่น" ที่ว่านี่ยังคืออริตัวฉกาจที่ฟาดฟันห้ำหั่นแย่งชิงความเป็นใหญ่กันมานาน มันต้องทำใจยากมากๆเป็นธรรมดาอยู่แล้ว



หากเป็นเมื่อก่อน "เดอะ ค็อป" ถ้วนหน้าได้เห็นฟอร์มเละเทะอย่างนี้ของ "ปีศาจแดง" คงสะใจอย่างมาก

ด้วยความที่ไม่เคยลิ้มรสชาติแห่งความสุขในการฉลองแชมป์ลีกสูงสุดมาตั้งแต่ปี 1990 หรือจวนเจียน 30 ปี ความกระหายยิ่งทวีมากขึ้นเรื่อยๆ

การยอมทำใจเชียร์ แมนฯ ยูไนเต็ด อย่างไม่อิดออดซ่อนเร้น จึงดูกลายเป็นเรื่องปกติธรรมดาไป

ฉะนั้นพอเห็นศัตรูสำคัญเละเทะหมดสภาพเช่นนี้ จึงรู้สึกอดห่วงไม่ได้

ไม่ได้ห่วงอะไรหรอก ห่วงแค่ว่าจะเอาอะไรไปต่อกรกับ แมนฯ ซิตี้

ในสภาพที่พีกสุดขีดยุคนี้ ยังยากที่จะต้านท้านความแกร่งของ "เรือใบสีฟ้า" ได้

อย่างไรก็ตามหากมองในอีกด้านหนึ่ง การที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ปราชัยย่อยยับอย่างที่เห็น อาจเป็นผลดีกับ ลิเวอร์พูล อย่างคาดไม่ถึง



ทำไมถึงเป็นเช่นนั้นเล่า?

------------------------

ว่ากันว่า โอเล่ กุนนาร์ โซลชา สลดใจอย่างมากที่เห็นลูกทีมเล่นกันราวกับซากศพเดินได้ ไม่พร้อมที่จะสู้กับ เอฟเวอร์ตัน เลยสักนิด

เขาเดินไปขอโทษแฟนบอลกว่า 3,000 คนที่ กูดิสัน พาร์ค ด้วยตัวเอง รวมทั้งกล่าวผ่านสื่อย้ำอีกครั้ง เพราะเข้าใจความรู้สึกของคนที่ผิดหวังบอบช้ำอย่างหนักได้ดี

จากนั้นก็ประกาศเลยว่า "ศึกผ่าเมือง" ที่กำลังจะมาถึงนี้ พร้อมจะกู้หน้าเรียกศรัทธาจากแฟนบอลคืนกลับมาให้จงได้

นั่นหมายความว่า แมนฯ ยูไนเต็ด จะสู้อย่างเต็มสูบแน่นอน อีกทั้งนัดนี้เล่นใน โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ด้วย คงจะไม่ยอมให้เพื่อนบ้านผู้น่ารำคาญ มาเหยียบจมูกง่ายๆ



เชื่อเถอะว่าบรรยากาศในห้องแต่งตัวของ แมนฯ ยูไนเต็ด เมื่อวันอาทิตย์จะต้องมาระอุดุเดือดแน่ โซลชา คงจะว้ากใส่นักเตะหลายคน ที่เล่นกันเนือยเหลือเกิน จนต้องเป็นฝ่ายพ่ายยับน่าอับอาย

แม้เราจะยังไม่อาจคาดเดาได้ว่า แท้จริงแล้วเกิดอะไรขึ้น จนทำให้ "ปีศาจแดง" เป๋หนักเช่นนี้ แต่ โซลชา ต้องพยายามใช้เกมนี้เป็นเครื่องพิสูจน์

ไม่มีเกมไหน จะเหมาะไปกว่าเกมนี้อีกแล้ว

ถึงบอกไว้ว่า "เดอะ ค็อป" ทั้งหลายอย่าเพิ่งหมดหวัง ลองถ้าได้ขึ้นชื่อเป็นดาร์บี้แมตช์ แถมยังต้องหวังใช้นัดนี้เป็นการเรียกศรัทธาต่อหน้ากองเชียร์ตัวเอง คงจะเหยาะแหยะไม่ได้เด็ดขาด

อย่างน้อยถ้านักเตะยัง "เอา" เจ้านายคนนี้ รับรองจะหวดกันไฟแลบ ไม่มีใครยอมใครง่ายๆหรอก

พวกมืออาชีพคิดกันอย่างนี้จริงๆ และแข้งผีทุกคนก็คงคิดไม่แตกต่างกัน



---------------------

เหตุการณ์ในทำนองเดียวกันนี้ เคยเกิดขึ้นมาบ้างแล้ว แม้จะไม่บ่อยนักก็ตาม

การจำใจต้องมาเชียร์คู่แค้นนั้น มีบันทึกไว้ในพงศาวดาร พรีเมียร์ลีก อยู่

ย้อนกลับไปในฤดูกาล 1994/95 เป็นอีกช่วงที่ลีกสูงสุดเมืองผู้ดี ขับเคี่ยวกันอย่างเข้มข้นยิ่งนัก

แมนฯ ยูไนเต็ด แชมป์เก่าต้องเจอ แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส ที่มีอำนาจเงินมาหนุนหลัง ก้าวขึ้นมาท้าทายบัลลังก์

"กุหลาบไฟ" ในยุคนั้นมี แจ็ค วอล์คเกอร์ เสี่ยโรงเหล็กสนับสนุนเม็ดเงินอย่างเต็มที่ เพื่อหวังแย่งแชมป์ลีกมาครองให้ได้

นอกจากจ้าง เคนนี่ ดัลกลิช ผู้เคยพา ลิเวอร์พูล สมโภชน์แชมป์รายการนี้ 3 สมัยแล้ว ยังกวาดต้อนแข้งดังมากมาย รวมถึง อลัน เชียเรอร์ ดาวยิงไฟพะเนียงด้วย



จุดเปลี่ยนสำคัญอาจจะอยู่ที่ มกราคม ปี 1995 เอริก คันโตน่า กระโดดกังฟูคิกใส่ยอดอก แม็ทธิว ซิมม่อนส์ แฟนบอลปากสวะของ คริสตัล พาเลซ จนโดนแบนยาว 8 เดือน

นั่นทำให้ "ปีศาจแดง" ที่ต้องพึ่งพา ก็องโต้ เป็นหลักในเกมรุก ผลงานทรุดลง ไม่เปล่งปลั่งเหมือนอย่างเคย

ขณะเดียวกัน แบล็คเบิร์น ก็อาศัยจังหวะที่คู่แข่งกำลังอ่อนล้าโรยแรง ไล่กวดจี้ขึ้นมาทาบรัศมี โดยที่การขับเคี่ยวพลิกกลับไปกลับมาอยู่ตลอด คาดเดาลำบากยิ่งนัก

กระทั่งกำลังงวดเข้าสู่นัดที่ 42 (ตอนนั้นมี 22 ทีม) "กุหลาบไฟ" เก็บไปแล้ว 89 แต้ม ส่วน "ปีศาจแดง" 87 แต้ม

สถานการณ์เช่นนี้หมายความว่า แบล็คเบิร์น ต้องแพ้ในนัดสุดท้าย แล้ว แมนฯ ยูไนเต็ด ชนะจึงจะเบียดเข้าป้ายป้องกันแชมป์ได้สำเร็จ

ในขณะที่ถ้า "กุหลาบไฟ" เสมอแล้ว "ปีศาจแดง" คว้าชัยจะมี 90 แต้มเท่ากัน แต่ทีมของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน มีประตูได้เสียดีกว่าเกือบ 10 จะได้ครองแชมป์อีกสมัย

แต่ถ้าเอาเงื่อนไขง่ายๆคือ แบล็คเบิร์น ไม่ต้องสนใจอะไรทั้งสิ้น แค่เข่นเอาชนะก็จะรับแชมป์ทันที

แล้วทั้ง 2 ทีมต่างต้องอยู่ในฐานะทีมเยือนเป็นการส่งท้าย

แมนฯ ยูไนเต็ด บุก โบลีน กราวด์ ของ เวสต์แฮม ส่วนทางฝั่ง "กุหลาบไฟ" จะไปแอนฟิลด์ ถิ่น ลิเวอร์พูล โดยที่ "ขุนค้อน" ไม่มีลุ้นอะไรแล้ว ส่วน "หงส์แดง" ยังต้องชิงตั๋วไปเล่น ยูฟ่า คัพ ต้องทำอันดับให้ติด 1 ใน 5 ไว้ก่อน

ตอนนั้น "เร้ด อาร์มี่" ทั้งหลายส่งใจไปช่วย ลิเวอร์พูล อย่างเต็มที่ โดยพับเก็บความเป็นคู่แค้นไว้ก่อนชั่วคราว ซึ่งเรื่องอย่างนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

ในขณะที่ "เดอะ ค็อป" บางคนยอมที่จะให้ทีมตัวเองปราชัยด้วยซ้ำ เพื่อสกัดไม่ให้อริตัวเป้งสมหวัง

ทั้ง 11 เกมเตะพร้อมกันในนัดสุดท้ายตามธรรมเนียม ฉะนั้นแฟนๆจึงต้องลุ้นกันก้นไม่ติดเก้าอี้ ในแบบ "นาทีต่อนาที"

แค่ 20 นาที เชียเรอร์ ก็บวกประตูที่ 34 ในลีกของตัวเอง ช่วยให้ แบล็คเบิร์น ออกนำอย่างรวดเร็ว 1-0 กล้องตัดภาพไปที่ โบลีน กราวด์ แฟนผีต่างหน้าเสียไปตามๆกัน ระหว่างฟังเสียงรายงานสดทางวิทยุ



อีก 10 นาที ถัดมาก็ยิ่งหน้าเจื่อนหนักกว่าเดิม เมื่อ ไมเคิ่ล ฮิวจ์ส กดตูมเดียวให้ "ขุนค้อน" ออกนำ 1-0

ครึ่งแรกจบลงด้วยสกอร์นี้ ท่ามกลางความอึดอัดและผิดหวังของ แมนฯ ยูไนเต็ด เพราะหากเป็นมวยก็เหมือนตกอยู่ในมุมที่โดนต้อนฝ่ายเดียว

เปิดฉากครึ่งหลังถึงนาทีที่ 52 ไบรอัน แม็คแคลร์ ก็จุดประกายความหวังยิงตี 1-1 ปลุก "ปีศาจแดง" เวลาเหลืออีกเยอะ เร่งเอาชนะแล้วไปลุ้นให้"หงส์" เอาคืนได้

แมนฯ ยูไนเต็ด บุกแหลกมีโอกาสไม่น้อย แต่ ลูเด็ค มิคลอสโก้ นายประตู "ขุนค้อน" เซฟพัลวัน

กระทั่งนาทีที่ 65 จอห์น บาร์นส์ ก็กดดีเสมอให้ ลิเวอร์พูล สำเร็จ 1-1 ถึงตอนนี้สถานการณ์กลับมาพลิกผันได้ตลอดเวลา กองเชียร์ผีตีปีกพั่บๆ เอาใจช่วยหงส์เต็มที่

ลูกทีมของ "เฟอร์กี้" ลุยหนัก ยิงแล้วยิงอีก เฉี่ยวบ้าง โดนเซฟบ้าง ไม่ได้สักที แต่กลายเป็น ลิเวอร์พูล มาขึ้นนำ 2-1 ในช่วงทดเจ็บ จากการยิงอันเด็ดขาดของ เจมี่ เร้ดแนปป์

จบเกมหงส์ชนะ แต่ผีก็ยังชวดคว้าโทรฟี่ เพราะพลาดเอง ไม่อาจโทษใครได้ทั้งสิ้น



วันนั้นจำได้ว่า "เร้ด อาร์มี่" ไม่น้อยกล่าวขอบคุณ "เดอะ ค็อป" และ ลิเวอร์พูล ที่เล่นอย่างเต็มที่ด้วยแบบฉบับมืออาชีพ

"เราแสดงให้เห็นในความเป็นมืออาชีพแล้ว นี่คือสิ่งปกติ เราต้องการชนะทุกเกมที่ลงเล่น โดยไม่สนใจอะไรหรอก"

เร้ดแนปป์ มิดฟิลด์หล่อลากดินเคยว่าไว้อย่างนี้ ซึ่งมันเป็นอย่างนั้นจริงนั่นแหล่ะ

ในเกมการแข่งขันไม่มีใครอยากจะแพ้หรอกและแม้ว่าความพ่ายแพ้นั้น อาจส่งให้ศัตรูคู่อาฆาตไม่สมหวังก็ตาม

พวกเขาล้วนแต่ถูกปลุกกระตุ้นและปลูกฝังให้ยึดความเป็นมืออาชีพ ฉะนั้นอย่าเพิ่งไปคิดว่า แมนฯ ยูไนเต็ด จะไปยอมง่ายๆ ยิ่งความหวังจบท็อปโฟร์ก็ยังไม่หมดด้วย

บางทีนี่อาจเป็นเกมแห่งฤดูกาล อย่างที่หลายคนไม่เคยคาดคิดมาก่อนก็ได้


ไม่ว่าผลการแข่งขันในศึก แมนเชสเตอร์ ดาร์บี้ คืนวันพุธนี้จะออกมาแบบไหน แต่เชื่อเหลือเกินว่ามันจะเป็นแมตช์ที่ ดุเดือด เลือดพล่าน ตื่นเต้น เร้าใจแน่นอน ให้ MYSBOBET ช่วยคุณสิ รับรองมอบความตื่นเต้นสนุกเร้าใจ บริการสะดวกรวดเร็ว ติดต่อมาเลยที่ https://line.me/R/ti/p/@mysb99  หรือโทรที่ 08-0003-1188 / 08-0003-1177

---------------------------------------------

เห็นก่อน อ่านก่อน !!
กด "ติดตาม" และเลือก "เห็นโพสต์ก่อน (See First) "

https://www.facebook.com/cheerball/

 
บทความดีๆ เรื่องราวกีฬาฟุตบอล
เรานำเสนอให้คุณได้อ่านทุกวัน

---------------------------------------------
Facebook Comment