ข่าว

อย่าให้จินตนาการมาทำลาย

อัพเดตเมื่อ : April 25, 2019 1:52am โดย : admin

คติที่ มาร์คัส แรชฟอร์ด ใช้สอนใจและเตือนตัวเองอยู่ตลอดคือ

"อย่าให้คำว่ารู้แล้ว มาหยุดอนาคตอันยิ่งใหญ่ของเรา"

ประมาณว่าต้องทำตัวให้กระหายเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา อย่ามามัวคิดว่าเราเจ๋งที่สุด พยายามเป็นพวกน้ำไม่ล้นแก้ว แล้วจะได้วิชาความรู้เพิ่มขึ้นทุกวัน

เพราะอย่างนี้นี่เอง "แรชชี่" ถึงก้มหน้าก้มตาเรียนรู้และทำหน้าที่ของตนอย่างเต็มที่ พออายุแค่ 18 ขวบ ก็ได้ประเดิมชุดใหญ่ของ แมนฯ ยูไนเต็ด สำเร็จ

นักเตะที่ แรชฟอร์ด ยอมรับนับถือและเอาขึ้นหิ้งเป็นไอดอลที่เทิดทูนบูชาคือ  โรนัลโด้ ดาวถล่มประตูทีมชาติบราซิล

ดาวยิงผิวสีเล่าให้ฟังว่า ทุกครั้งที่เห็น โรนัลโด้ ไม่ว่าในสนามจริงหรือหน้าจอทีวี สายตาและสมาธิจะโฟกัสแข้งรุ่นพี่อยู่ตลอดเวลา เพื่อจดจำเอาความสามารถและสไตล์การเล่นไปปรับใช้กับตัวเอง



เกมแห่งความทรงจำเห็นจะเป็น ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ในปี 2003 เรอัล มาดริด ยกก๊วนมา โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ก่อน "เหยินใหญ่" จะสำแดงแฮตทริกให้เห็นเป็นขวัญตา

มันทำเอา แรชฟอร์ด ขนลุกตกตะลึงกับฟอร์มขั้นเทพมากๆ อย่าว่าแต่ตัวเขาเลย แฟนบอล "ปีศาจแดง" เกือบทั้งสนาม ยังลุกขึ้นปรบมือหรือ "สแตนดิ้ง โอเวชั่น" ให้อย่างพร้อมเพรียง โดยไม่ได้นัดหมายอีกต่างหาก

"แรชชี่" เคยเล่าให้ฟังว่า โรนัลโด้ ต่างจากนักเตะทั่วไปตรงที่มีอิสระและจินตนาการยามอยู่ในสนาม สิ่งนี้เองที่ช่วยให้เขาเหนือกว่านักเตะคนอื่น

บางครั้งเราไม่จำเป็นต้องยึดมั่นกับแท็คติกมากเกินไป มันจะจำกัดจินตนาการ จนท้ายที่สุดแล้ว เราจะกลายเป็นนักเตะที่ไร้ไอเดียหรือสร้างสรรค์อะไรเองไม่เป็น ต้องทำตามคำสั่งอยู่ตลอดเวลา

แรชฟอร์ด จึงเชื่อคล้ายกับ อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ ผู้ค้นพบกฎสัมพัทธภาพว่า "จินตนาการสำคัญกว่าความรู้" นั่นแหล่ะ

นั่นเองที่ทำให้ แรชฟอร์ด พยายามใส่ความแปลกใหม่และไม่ปิดกั้นตัวเอง แม้บางครั้งจะทำให้เขาเป็นเหมือนพวกเด็กดื้อ ไม่ค่อยเล่นตามแท็คติกหรือแนวทางที่ ผู้จัดการทีม สั่งไว้

หลุยส์ ฟานกัล ซึ่งเป็นผู้อยู่เบื้องหลังสำคัญผลักดัน "แรชชี่" ขึ้นมาเป็นดาวเด่นประดับวงการ บอกไว้ว่า เด็กคนนี้มีความสามารถเหนือกว่าแข้งรุ่นเดียวกัน แต่ที่สำคัญคือมีความคิดอ่านเกินวัยมากๆและพร้อมจะทำในสิ่งที่หลายคนคาดไม่ถึง เมื่ออยู่ในสนาม



คำแนะนำจากสต๊าฟฟ์โค้ชที่อะคาเดมี่ รวมถึง นิคกี้ บัตต์ ซึ่งเป็นเหมือนผู้ประสาทวิทยายุทธ์ลูกหนัง ช่วยให้กุนซือดัตช์มั่นใจในตัว แรชฟอร์ด อย่างมาก ก่อนจะกดปุ่มไฟเขียวให้ขึ้นมาเล่นทีมชุดใหญ่

แล้วเขาก็ไม่ทำให้เจ้านายต้องผิดหวัง เขย่าวงการฟุตบอลอังกฤษภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง

ว่ากันว่า แรชฟอร์ด แจ้งเกิดจากความกล้าอันไร้ขอบเขต ถ้าได้รับโอกาสแล้ว มัวแต่ยักแย่ยักยัน กล้าๆกลัวๆ ไม่ยอมเป็นตัวของเราเอง อย่าหวังเลยว่าจะได้รับผลตอบแทนอย่างที่ต้องการ

ไม่ผิดนักหากจะบอกว่าความกล้าและจินตนาการคือ 2 ปัจจัยหลักที่ถีบส่งให้ "แรชชี่" ดังเปรี้ยงเกินวัยภายในเวลาอันรวดเร็ว



---------------------


"ผมเชียร์ ยูไนเต็ด มาตั้งแต่จำความได้ ฉะนั้นความฝันของผมคือต้องได้เล่นให้กับพวกเขา"

แรชฟอร์ด ย้อนความหลังให้ฟังไว้เช่นนี้

ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะเขาเกิดที่ วีเธนชอว์ ทางใต้ของ แมนเชสเตอร์ และผู้คนละแวกนั้นเทใจให้ "ปีศาจแดง" เกือบทั้งสิ้น นี่จึงเป็นสิ่งที่ผูกพันมาตลอด

แค่ 5 ขวบ "แรชชี่" ก็แววเจิดจ้าน่าสนใจ จนถูกจับเข้าไปอยู่ เฟล็ทเชอร์ มอสส์ เรนเจอร์ส สถาบันลูกหนังที่ปลุกปั้นเจียระไนแข้งชั้นนำมามากมาย

ทั้ง เจสซี่ ลินการ์ด รุ่นพี่สุดที่เลิฟ , เวส บราวน์ , แดนนี่ เวลเบ็ค , ราเวล มอร์ริสัน หรือ ไทเลอร์ แบล็คเก็ตต์ ล้วนแต่มีจุดออกตัวที่นี่ทั้งสิ้น



แค่ 2 ปีที่ได้บ่มเพาะ แรชฟอร์ด มีพัฒนาการที่น่าทึ่งตื่นตาตื่นใจมากๆ จน แมนฯ ยูไนเต็ด ต้องเปิดประตูรั้วอะคาเดมี่ ต้อนรับในวัยเพียงแค่ 7 ขวบเท่านั้นเอง

รอน จาเมสัน ผู้ก่อตั้ง เฟล็ทเชอร์ มอสส์ เรนเจอร์ส บอกว่าทันทีที่ได้เห็น "แรชชี่" แล้ว ฟันธงไว้ในใจเลยว่า ไอ้หนูรายนี้จะรุ่งโรจน์โชติช่วงบนถนนสายลูกหนังอย่างไม่ต้องสงสัย ขอเพียงแค่รักษาเนื้อรักษาตัวดีๆเท่านั้นเอง

เขายังการันตีกับทางอะคาเดมี่ "ปีศาจแดง" ตอนส่งตัวมาให้ว่า นี่คือเด็กดีมีวินัย ใฝ่การเรียนรู้ หาตัวจับยากมากๆ ตั้งใจเรียนศาสตร์ลูกหนังและความรู้ในห้องเรียนตามปกติ ไม่เกกมะเหรกเกเรเหมือนพวกสตาร์ดาวรุ่งบางคน

นอกจากนี้ แรชฟอร์ด ยังมาจากครอบครัวที่อบอุ่น แม้ไม่ได้ร่ำรวยเงินทองอะไรนัก แต่พ่อและแม่พร้อมให้การสนับสนุนลูกชายคนนี้อย่างเต็มที่



ขณะเดียวกันดวงตาที่ฉายแววเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น บากบั่น เพียรมานะ ก็สะท้อนได้เลยว่า ไอ้หนูคนนี้จะก้าวขึ้นมาเป็นซูเปอร์สตาร์ในอนาคต

แล้วก็เป็นอย่างนั้นจริง แรชฟอร์ด ใช้เวลาในทีมชุดใหญ่ แมนฯ ยูไนเต็ด ได้ไม่กี่ปี ก็ประสบความสำเร็จส่วนตัวมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการเป็นขวัญใจ "เร้ด อาร์มี่" หรือกระทั่งติดทีมชาติอังกฤษ ได้เป็นส่วนหนึ่งในฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย 2018 ที่รัสเซีย เมื่อกลางปีที่แล้วด้วย

ทุกวันนี้เขาติดธงไปแล้ว 31 นัด ซึ่งถือว่าเยอะเหลือเกิน ถ้าเทียบกับอายุแค่ 21 ปี

สถิติต่างๆยังรอการทำลายอีกมากมาย รวมไปถึงโอกาสที่จะได้ไปเปิดโลกใหม่ค้าแข้งกับสโมสรใหญ่ต่างชาติทั้งหลายที่ต่อคิวเรียงหน้ากันเข้ามา ชนิดหัวกะไดแทบไม่แห้งเลยทีเดียว

แต่ถามว่า แรชฟอร์ด ประสบความสำเร็จแล้วหรือ?

คำตอบคือยังไม่ถึงจุดที่จะเรียกว่าอย่างนั้น เส้นทางอีกยาวไกลและนี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้น



อย่างไรก็ตาม เขาอาจไม่คิดอย่างนั้น

----------------

ข่าวชิ้นหนึ่งที่สั่นสะเทือนแคมป์ แมนฯ ยูไนเต็ด เห็นจะเป็นสื่อน้ำดีมีหลักการอย่าง ดิ อินดิเพนเดนท์ อ้างว่าเพื่อนร่วมทีมคนหนึ่ง ไม่พอใจทัศนคติและพฤติกรรมของ "แรชชี่" ที่เปลี่ยนไปอย่างน่าใจหาย

จากเด็กที่น่ารัก หัวอ่อน ว่านอนสอนง่าย อ่อนน้อมถ่อมตน พร้อมเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา

แต่ภายในเวลาไม่กี่ปีชื่อเสียงต่างๆที่ถาโถมเข้ามาอย่างรวดเร็ว ทำให้เพื่อนบางคนมองเห็น แรชฟอร์ด ไม่เหมือนเจ้าหนูคนเก่าอีกแล้ว

นี่เป็นเรื่องนอกสนาม ซึ่งเราเองก็ไม่อาจไปตัดสินอะไรได้ เพราะสื่อแค่อ้างขึ้นมาลอยๆ หลักฐานอะไรก็ไม่ชัดเจน



กระนั้นเชื่อว่า "ในสนาม" หลายคนก็น่าจะเห็นไปในทิศทางเดียวกัน

แน่นอนจากต้นปี 2016 ที่เขาเริ่มได้รับโอกาสต่อเนื่อง มาจนถึงวันนี้ราว 3 ปีเศษๆ แรชฟอร์ด มีพัฒนาการก้าวกระโดดจริง

เขากลายเป็นไอ้หนูมหัศจรรย์ของวงการ ชื่อเสียงลามสะพัดไปไกลมากๆ ค่าตัวถูกประเมินว่าไม่น้อยกว่า 100 ล้านปอนด์

แต่แล้วชื่อเสียงหรือความเป็นซูเปอร์สตาร์ที่สังคมยื่นมาให้ มันกลายเป็นดาบสองคมที่สามารถย้อนมาทิ่มแทงได้ทุกเมื่อ

เมื่อบวกกับความมั่นใจอันสูงลิบ ทำให้เราเห็น "แรชชี่" ไม่ใช่เด็กคนเดิมยามอยู่ในสนาม

แน่นอนเขาเคยเล่าให้ฟังว่าชอบใช้จินตนาการและยก โรนัลโด้ เป็นไอดอล เลยพยายามที่จะฝึกฝนให้มีความคิดใหม่ๆ นำมาปรับใช้กับสไตล์การเล่น

แต่ระหว่างจินตนาการกับความดื้อดึง อันเกิดจากความเชื่อมั่นที่มากเกินไป บางทีมันก็ใกล้กัน จนแยกออกยากเหลือเกิน



ในสายตากองเชียร์ แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่น้อย มองว่า แรชฟอร์ด เปลี่ยนไปจริงๆนั่นแหล่ะ ดึงดันมุทะลุที่จะเลี้ยงในหลายจังหวะ ทั้งที่ควรจะปล่อยบอลให้เพื่อนร่วมทีมง่ายๆ

หรือบางทีก็ดันทุรังที่จะยิง ซึ่งสุดท้ายก็กลายเป็นยิงนกตกปลา

ฟรีคิกเองก็เช่นกัน จากแรกๆที่เคยได้รับการยกย่องว่าฉมังแม่นยำและทรงพลัง กลายเป็นออกนอกกรอบไปไกล ไม่ได้ลุ้นอะไรกันเลย

ความมั่นใจเป็นเรื่องดีก็จริง เหมือนวินาทีที่เขาสังหารจุดโทษในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ พา "ปีศาจแดง" หักปากกาเซียนทั่วโลกล้ม ปารีส แซงต์ แชร์กแมง เข้ารอบ 8 ทีมสุดท้าย ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก อย่างน่าทึ่ง

แต่ถ้าใช้มันในทางที่ผิด มันก็ให้โทษได้เช่นเดียวกัน จากความกล้าหาญ กลายเป็นเลอะเทอะเละเทะ

สาวก "ปีศาจแดง" คงไม่อยากเห็น แรชฟอร์ด ซึ่งเป็น "เด็กดี" หลงติดหล่มชื่อเสียงที่มาไวมากๆเช่นนี้



แล้วอย่าให้จินตนาการที่มีค่า มาทำลายตัวเองอีกต่อไป

บางครั้งกว่าจะกลับตัวกลับใจหรือสำนึกได้ มันอาจสายไปแล้วจริงๆ

ได้อ่านเรื่องราวเกี่ยวกับ "เจ้าหนูแรชชี่" กันแล้วก็อย่าลืมมาลองแวะชมเว็บไซต์น่าสนใจอย่าง MYSBOBET กันสักหน่อย รับรองมอบความตื่นเต้น บริการสะดวกรวดเร็ว ติดต่อมาเลยที่ https://line.me/R/ti/p/@mysb99 หรือโทรที่ 08-0003-1188 / 08-0003-1177

---------------------------------------------

เห็นก่อน อ่านก่อน !!
กด "ติดตาม" และเลือก "เห็นโพสต์ก่อน (See First) "

https://www.facebook.com/cheerball/


 
บทความดีๆ เรื่องราวกีฬาฟุตบอล
เรานำเสนอให้คุณได้อ่านทุกวัน

---------------------------------------------
Facebook Comment