ข่าว

ศัตรูที่รัก

อัพเดตเมื่อ : May 03, 2019 12:48am โดย : admin

"ผมคิดว่าเขาจะเจอเสียงโหไล่และการต้อนรับจากแฟนๆ ไม่อบอุ่นอย่างที่คาดหมายกันไว้"

เจมี่ คาร์ราเกอร์ หล่นความเห็นไว้เช่นนี้ หลังจากเห็นพฤติกรรมของ หลุยส์ ซัวเรซ ที่มีส่วนช่วย บาร์เซโลน่า กะซวกไส้ ลิเวอร์พูล

ในฐานะเพื่อนเก่าที่ร่วมหัวจมท้ายฝ่าฟันอุปสรรคกันมา คาร์ร่า น่าจะเป็นหนึ่งในคนที่เข้าใจนิสัยของดาวถล่มตาข่ายอุรุกวัยดีไม่น้อย

เพราะตลอดเวลา 3 ปีครึ่งในสีเสื้อเดียวกัน อดีตแบ็กขวาทีมชาติอังกฤษ เคยออกมาปกป้อง ซัวเรซ หลายต่อหลายครั้ง โดยเฉพาะเมื่อตกเป็นคู่กรณี ปาทริช เอวร่า ด้วยข้อหาเจตนาเหยียดผิว

หลังจากนั้นจงใจใช้ฟันเฉาะเข้าที่ต้นแขน บรานิสลาฟ อิวาโนวิช แนวรับเชลซี ก็ยังได้รับการปลอบประโลมใจจาก คาร์ร่า เช่นเดียวกัน


ไม่ใช่แค่ คาร์ร่า เท่านั้น แต่เพื่อนร่วมทีมลิเวอร์พูล รวมทั้งเดอะ ค็อปทุกหมู่เหล่าต่างก็ยืนเคียงข้าง ซัวเรซ ทั้งสิ้น หวังจะผ่านเรื่องเลวร้ายนี้ไปด้วยกัน ไม่ปล่อยให้ต้องเดินเดียวดายคนเดียวตามม็อตโต้สโมสรแน่

อย่างไรก็ตามอาการลิงโลดของ ซัวเรซ ดีใจแบบไม่มีเม้ม ไม่ต้องเกรงใจทีมเก่าเหมือนอีกหลายแข้งเมื่อยิงได้ มันเสียดแทงใจสาวกหงส์แดงทั้งหลายจริงๆ

เยื่อใยแต่หนหลังหรือความรู้สึกดีๆ แทบไม่มีให้กันเลยหรืออย่างไร

ไม่ใช่แค่ปวดใจในภาพที่เห็นเท่านั้น แต่ความเจ็บแค้นยังทวีมากขึ้นและแทบทุกคนตั้งใจไว้เลยว่า วันอังคารหน้าที่จะกลับมาเยือนแอนฟิลด์ การต้อนรับจะไม่มีคำว่าดุจญาติมิตรตามประสาศิษย์เก่า

แต่มันจะเต็มไปด้วยเพลิงแห่งความอาฆาตที่อัดแน่นอยู่ข้างใน พร้อมปลดปล่อยออกมาอย่างไม่ต้องไปสนใจอดีตกันอีกเลย

นี่คือสิ่งที่เดอะ ค็อปตั้งใจไว้แล้ว ชื่อของ ซัวเรซ ถูกบันทึกไว้ในบัญชีหนังสุนัขเรียบร้อย

ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าดาวเตะจอมระห่ำหวาดหวั่นพรั่นพรึงมากแค่ไหน


แต่ที่ชัวร์คือต้องเตรียมพร้อมรับมือกับเสียงโห่ คำด่าสารพัด ชนิดที่ว่าอยากตัดหูทิ้งไม่ต้องรับฟังกันเลยทีเดียว

-------------------

จริงๆแล้วก่อนเกมที่ คัมป์ นู จะเริ่ม ซัวเรซ ซึ่งตกอยู่ในแสงสปอร์ตไลท์ไม่น้อยกว่าใคร ก็เปิดใจไว้แล้วว่า ถ้ายิง ลิเวอร์พูล ได้ก็พร้อมจะฉลองดีใจตามปกติ

เขาไม่ได้ใส่ใจเรื่องการซัลโวทีมเก่าแล้วต้องมารักษามารยาท แต่อยากให้เป็นไปตามธรรมชาติในแบบฉบับของมืออาชีพ

แล้วเมื่อทะลวงตาข่าย ลิเวอร์พูล ได้ในเกมที่มีความหมายเช่นนี้ จะปิดกั้นขังความดีใจไว้ มันคงไม่ใช่แน่

นี่คือมุมของ ซัวเรซ ที่ยึดมั่นในโลกความเป็นจริงมากกว่า โดยไม่สนใจว่าอดีตที่ผ่านมาจะเป็นอย่างไร



ไม่ใช่แค่ว่าดีใจอย่างบ้าคลั่งเท่านั้น แต่เขายังคือตัวแสบที่งัดแท็คติกต่างๆ มาปั่นป่วนผู้เล่นลิเวอร์พูลให้สมาธิกระเจิดกระเจิงอีกด้วย

ท้ายครึ่งแรกมีจังหวะกระทบกระทั่งกับ แอนดี้ โรเบิร์ตสัน แบ็กซ้ายบ้าพลัง จนดาวยิงบาร์ซ่าเหมือนคุมอารมณ์ไม่อยู่ พยายามจะไปเอาคืน เพราะเชื่อว่าโดนรุ่นน้องจงใจกระแทกแถมก่อน

ร้อนจน เวอร์กิล ฟานไดค์ ต้องปรี่มาแยกวง แต่ ซัวเรซ ไม่หยุดแค่นั้น ทำราวกับว่าร่างกายต้องการปะทะ

ตอนจบครึ่งแรกระหว่างนักเตะทั้งสองทีมเดินเข้าห้องพัก คู่กรณีนี้ยังไม่ยอมหยุด มีดวลคารมและแสดงภาษากายยั่วล้อกันอีก โดยเฉพาะ ซัวเรซ ที่ดูเหมือนจะไม่ปล่อยให้เรื่องนี้ยุติง่ายๆ จงใจคุกคามเต็มที่

ไมเคิ่ล โอเว่น ซึ่งทำหน้าที่ผู้สื่อข่าวภาคสนามให้กับ บีที สปอร์ตส์ แล้วอยู่ในอุโมงค์ทางเดินพอดี เห็นเหตุการณ์แล้วเล่าให้ฟังว่า ซัวเรซ เหมือนจงใจหาเรื่อง ร็อบโบ้ จริง จนทาง ฟาน ไดค์ และ อลีสซง ต้องเข้ามาช่วยปกป้อง

มองผิวเผินแล้วราวกับว่า ซัวเรซ หัวเสียงุ่นง่านที่โดนนักเตะรุ่นน้องท้าทาย เลยเจ้าคิดเจ้าแค้นจะเอาคืน

แต่คนที่รู้จักดีจะมองในอีกมุมหนึ่งว่า นี่คือ "ทริก" เพื่อยั่วยุให้ โรเบิร์ตสัน เกิดอาการสติแตกและไม่มีสมาธิเล่นตามเกมตัวเอง

กลับมาเซิ้งกันใหม่ในครึ่งหลัง ดูเหมือนว่ากลยุทธ์ชกใต้เข็มขัดของ ซัวเรซ จะได้ผล

จากที่ไม่ค่อยผิดพลาดในเกมรับ โรเบิร์ตสัน ก็เริ่มแกว่ง จนมีส่วนร่วมในการเสียประตูที่สอง


ด้วยประสบการณ์ความจัดเจนบนเวทีใหญ่ที่ยังไม่มากพอ ไม่ค่อยได้เจอกับพวกเขี้ยวลากดินที่ชอบเล่นเกมสั่นประสาท หากไปเต้นตามแล้วคอนโทรลตัวเองไม่ได้ ผลมันก็จะออกมาเป็นอย่างที่เห็น

อย่างไรก็ตามนี่ไม่ใช่สิ่งแปลกใหม่อะไรเลยของ ซัวเรซ ซึ่งเราได้เห็นแท็คติกนอกเกมอย่างนี้เป็นประจำ

จนภาพลักษณ์จัดอยู่ในโหมด "แบดบอย" มาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว เพียงแต่ช่วงเป็นแข้งลิเวอร์พูล ไม่ว่าจะทำอะไรแฟนบอลตัวเองก็มักจะมองว่าไม่ผิดเสมออีกทั้งยังคำตัวเป็นเกราะปกป้องด้วย

มาถึงตอนนี้แฟนบาร์ซ่าวันนั้น ก็ไม่ต่างจากเดอะ ค็อปเมื่อวันก่อนหรอก

ในฐานะที่เป็นนักเตะของสโมสร พวกเขาแทบมองไม่เห็นความน่าชิงชังรังเกียจของ ซัวเรซ เลย ตรงกันข้ามอาจจะมองว่ามันเป็นเกมเขย่าประสาทหรือไมนด์เกมอย่างหนึ่ง ซึ่งใช้กันมาตั้งแต่ยุคโบราณแล้ว

ที่สำคัญ ซัวเรซ น่าจะเป็นหนึ่งในฮีโร่ของชาวกาตาลันด้วยซ้ำ

------------------

ซัวเรซ แสดงความกระหายอยากย้ายมา บาร์เซโลน่า ตั้งแต่ฤดูกาล 2013/14 แล้ว


เพราะนักเตะอเมริกาใต้แทบทุกคนต่างมีความฝันเหมือนกันนั่นคือ ขอได้เล่นให้ เรอัล มาดริด หรือ บาร์เซโลน่า ชีวิตนี้ก็นอนตายตาหลับแล้ว

สองโมสรแห่งสเปนนี้ เปรียบเสมือนไบเบิ้ลของพวกแข้งละติน มันฝังอยู่ข้างในและยิ่งใหญ่เกินกว่าจะบรรยายออกมาเป็นคำพูดให้ครอบคลุมได้

แต่แม้จะย้ายออกมาเพื่อสนองความฝันให้เป็นจริง ซัวเรซ ก็ย้ำว่าเป็นการตัดสินใจที่ลำบากมากและจะไม่มีวันลืมช่วงเวลาดีๆกับ ลิเวอร์พูล อย่างเด็ดขาด

ฟังดูแล้วไม่แปลกอะไรเลย มันอาจเพียงแค่การพูดไปตามมารยาทเท่านั้นเอง ในใจนั้นเตลิดลอยไปยัง บาร์เซโลน่า ทีมใหม่แล้วด้วยซ้ำ

กระนั้น ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ เล่าให้ฟังเมื่อไม่กี่วันก่อนว่า ตั้งแต่ย้ายมานี่ ได้เห็น ซัวเรซ เอาใจช่วยหงส์แดงมาตลอด โดยเฉพาะผลงานในพรีเมียร์หวังจะให้ครองแชมป์ในรอบ 29 ปีได้สำเร็จ

แม้กระทั่งในรายการยุโรปก็ออกอาการยินดีเสมอเมื่อรู้ว่าต้นสังกัดเก่ามาได้ไกล จนกระทั่งมาเจอกันในรอบรองชนะเลิศ

"แอนฟิลด์คือสถานที่สุดพิเศษมากๆ ผมดีใจมากๆที่เลือกย้ายมานี่ มันตื่นเต้นจริงๆที่จะได้ไปเยือนอีกครั้ง"

ส่วนหนึ่งของความในใจซึ่ง ซัวเรซ บอกเล่าเอาไว้เมื่อรู้ว่าจะได้กลับสู่สถานที่แสนพิเศษรำลึกความหลังในวันที่ 7 พฤษภาคมนี้


แน่นอนเขาต้องหวังว่าจะเดอะ ค็อปจะต้อนรับอย่างอบอุ่นเป็นกันเอง เหมือนเมื่อวันยังเป็นนักเตะและช่วยระเบิดตาข่ายให้เป็นกอบเป็นกำ

แต่ความหวังของ ซัวเรซ น่าจะพังเรียบร้อย เมื่อจบเกมที่คัมป์ นู

---------------------

ไม่รู้เหมือนกันว่าข้างในลึกๆ ซัวเรซ คิดอะไรอยู่

แต่ที่แน่ๆ เขาน่าจะเป็นคนที่เคารพยึดมั่นกับความเชื่อของตัวเองและไม่จำเป็นต้องแสดงออกอะไรก็ตามที่ฝืนความรู้สึก

วันนี้คุณเป็นนักเตะของบาร์ซ่าและย่อมดีใจทุกครั้งเมื่อทำประตูได้ แล้วเกมสำคัญเมื่อคืนวันพุธจะให้มาคอยปิดกั้นอารมณ์ไว้อย่างนั้นหรือ


เช่นเดียวกันเขาต้องพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้ทีมได้รับชัยชนะเหมือนตอนอยู่ ลิเวอร์พูล ที่ทุ่มเทเต็มที่ทุกหยาดเหงื่อแรงกาย ถึงขนาดคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมสโมสร 2 ฤดูกาลติดต่อกัน รวมถึงแข้งยอดเยี่ยมของพีเอฟเอก่อนย้ายมาเจ้าบุญทุ่มด้วย

มันสะท้อนเลยว่าแม้ใจตอนนั้นอยากมาบาร์ซ่า แต่เมื่อยังอยู่ในยูนิฟอร์มหงส์แดง ก็ต้องทำงานหนักให้คุ้มค่า ไม่งอแงหรือมีทีท่าประท้วงอยากหนีเลย

ถ้ามองอีกมุมนี่คือแบบฉบับในความเป็น "มืออาชีพ" อย่างแท้จริง อีกทั้งเคารพในความคิดของตัว ไม่จำเป็นต้องไปโกหกพกลมอะไร

แต่ก็อีกนั่นแหล่ะ บางครั้งการแสดงออกอย่างตรงไปตรงมา ก็ใช่ว่าจะเป็นผลดีกับตัวเองเสมอไป

เพราะหากต้องมาเจอกับเสียงโห่ เสียงตะโกนด่าทอจากเดอะ ค็อปในวันอังคารที่จะถึง เชื่อเถอะว่า ซัวเรซ ย่อมเจ็บปวดไม่น้อย


แล้วถ้าคุณเป็น ซัวเรซ หรือต้องตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้จะทำอย่างไร?

บางทีเขาอาจคิดว่าเมื่อตัดสินใจเลือกแล้ว ก็ต้องเดินหน้าต่อไป เพราะการถอยหลังไม่ใช่วิถีมืออาชีพ

"ศัตรูที่รัก" กำลังกลับสู่อ้อมกอดเดอะ ค็อปอีกครั้งแล้ว

และใครที่ต้องการจะหวนคืนสู่อ้อมกอดความสนุกอีกครั้งต้องมานี่เลย MYSBOBET ที่มีพร้อมทุกอย่างให้เลือกติดต่อมาเลยที่ https://line.me/R/ti/p/@mysb99 หรือโทรที่ 08-0003-1188 / 08-0003-1177

---------------------------------------------

เห็นก่อน อ่านก่อน !!
กด "ติดตาม" และเลือก "เห็นโพสต์ก่อน (See First) "
https://www.facebook.com/cheerball/


 
บทความดีๆ เรื่องราวกีฬาฟุตบอล
เรานำเสนอให้คุณได้อ่านทุกวัน

---------------------------------------------
Facebook Comment