ข่าว

บุรีรัมย์ไม่ได้ไปต่อ

อัพเดตเมื่อ : May 08, 2019 1:38pm โดย : KingKong

     บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ปิดฉากการผจญภัยในถ้วยเอเชียปีนี้เป็นที่เรียบร้อยหลังปราชัยต่อ อูราวะ เรด ไดมอนด์ส 1-2 ต่อหน้าแฟนบอลของตัวเอง
    
     ทีมแชมป์ไทยลีกฤดูกาลล่าสุด ไม่สามารถรักษาความหวังเอาไว้ได้เมื่อแพ้เป็นนัดที่ 4 จาก 5 นัดของรอบแบ่งกลุ่ม หมดลุ้นทันทีโดยไม่ต้องไปคาดหวังใดๆ กับนัดสุดท้าย
    
     การตกรอบของบุรีรัมย์ไม่ใช่เรื่องเหนือความคาดหมายมากนักเพราะอยู่ในกลุ่มที่หินไม่น้อยจากการมีแชมป์เก่า 2 ใน 3 ปีหลังสุดร่วมด้วยไม่ว่าจะเป็นชนบุก ฮุนได มอเตอร์ส (2016) และ อูราวะ (2017) ขณะที่ ปักกิ่ง กั๋วอัน ก็เป็นทีมแกร่งจากจีนที่ตัวผู้เล่นดีกว่าบุรีรัมย์ (แค่ 2 ตัวนอกอย่าง เรนาโต้ เอากุสโต้ กับ เซดริค บากัมบู ก็คนละชั้นแล้ว)
    
     เทียบเกรดบอลแล้ว บุรีรัมย์เป็นรองทุกทีม และพอเล่นจริงในสนามก็ไม่ลุ้นไม่ขึ้น
    
     บุรีรัมย์ออกสตาร์ตไม่ดีตั้งแต่นัดแรกที่ออกไปพ่ายยับต่ออูราวะถึง 0-3 นัดสองกลับมาเล่นในบ้านชนะชนบุกได้หวุดหวิด 1-0 แต่รูปเกมเป็นรอง
    
     นัด 3, 4 และ 5 ยิ่งเห็นชัดเจนว่าสู้ไม่ไหวจริงๆ สุดท้ายจึงตกรอบแบ่งกลุ่มเป็นครั้งที่ 5 จาก 7 ครั้งที่เข้าร่วมแข่งขัน
    
     ในความพ่ายแพ้ล่าสุดที่ทำให้ปิดฉากถ้วยเอซีแอลปีนี้ หลายคนน่าจะได้กันว่ามาตรฐานของบุรีรัมย์ตกลงไปพอสมควร
    
     อันดับแรกเลยคือ การย้ายออกไปของ ดิโอโก้ หลุยส์ ซานโต้ ซึ่งเป็นสิ่งที่แฟนบอลหวั่นเกรงกันตั้งแต่แรกอยู่แล้วว่าจะทำให้ประสิทธิภาพในเกมรุกลดลง
    
     ดิโอโก้ ทำให้เห็นมาหลายปีว่าสามารถเล่นงานกองหลังคู่แข่งในระดับเอเชียได้ตลอด เป็นทีเด็ดในแนวรุกที่ช่วยให้บุรีรัมย์เอาตัวรอดในหลายต่อหลายครั้ง อีกทั้งยกระดับการเล่นของเพื่อนร่วมทีมรอบข้างได้ด้วย
    
     บุรีรัมย์ไม่สามารถหาคนมาแทนที่หัวหอกบราซิเลียนได้เลยทั้งในแง่คุณภาพฝีเท้าและอิทธิพลในทีม
    
     เปโดร จูเนียร์ส ยังไม่ถือว่าเป็น "ของจริง" ขณะที่ โมดิโบ ไมก้า ก็หมดสภาพจนต้องยกเลิกสัญญาไปในที่สุด    
    
     ศุภชัย ใจเด็ด กับ สุภโชค สาระชาติ เป็น 2 ดาวรุ่งเบอร์ต้นๆ ของไทยยุคนี้ แต่กระดูกบอลยังไม่แกร่งพอที่จะแบกทีมได้โดยเฉพาะในระดับเอเชีย
    
     ตลอด 5 นัดในรอบแบ่งกลุ่ม บุรีรัมย์ ยิงได้เพียง 3 ประตู เป็นตัวเลขเท่ากับ บากัมบู อดีตหัวหอกบียาร์เรอัลยิงบุรีรัมย์นัดเดียว
    
     เมื่อแนวรุกไม่สามารสร้างความอันตรายให้กับคู่แข่งด้วย ภารหนักจึงตกมาอยู่กับแดนกลางและแดนหลังที่ปกติก็ต้องเจองานหนักอยู่แล้ว
    
     สุเชาว์ นุชนุ่ม โรยราลงไปมาก ไม่สามารถสร้างความแตกต่างให้เกิดขึ้นได้ ขณะที่ รัตนากร ใหม่คามิ ก็ไม่ดุดันมากพอหากเทียบกับบทบาทหน้าที่ในการช่วยสกัดกั้นเกมรุกคู่แข่ง
    
     ส่วนวิงแบ็ก 2 ข้างทั้ง บดินทร์ วีรวัฒโนดม กับ ศศลักษณ์ ไหประโคน มีความวูบวาบ แต่การตัดสินใจในจังหวะสุดท้ายยังปัญหา
    
     เกมรับไม่ปราดเปรียวเหมือนก่อน ส่วน 2 แข้งไทย  ชิติพัทธ์ แทนกลาง, พรรษา เหมวิบูลย์, อันเดรส ทูเนซ ก็ได้ตามสภาพ
    
     หลายคนเสียดายน่าจะส่ง เลือง ซวน ตรวง ลงสนามเป็นตัวจริงเพราะตอนที่ลงสำรองมาก็ช่วยให้รูปเกมดีขึ้นชัดเจน แต่กระนั้นเขาเพียงคนเดียวก็คงพาทีมพลิกสถานการณ์ได้ยาก
    
     การเล่นของบุรีรัมย์โดยรวมขาดความขยันรวมถึงการเพรสซิ่งที่เคยทำได้ดีในหลายครั้ง เรี่ยวแรงในการวิ่งไล่บอลไม่สม่ำเสมอตลอด 90 นาที
    
     การเล่นกับทีมเกาหลีใต้และญี่ปุ่นหากความฟิตไม่ถึงก็จบ เพราะลำพังเรื่องคุณภาพการเล่นและทีมเวิร์กก็เป็นรองอยู่แล้ว
    
     ยิ่งเล่นก็เหมือนยิ่งหมดไอเดีย ไม่มีเรี่ยวแรง ไม่มีมิติการเล่นใหม่ๆ ไม่มีลูกฮึด
    
     บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด จึงต้องหยุดเส้นทางไว้เพียงแค่นี้

     แต่ลูกฟุตบอลกลมๆอะไรก็เกิดขึ้นได้ ความพยายามทุกครั้งย่อมเกิดความเปลี่ยนแปลงไม่ต่างกับ Sbobet777 ที่จะพาคุณกอบโกยโอกาสด้วยตัวของคุณเอง ติดต่อเราคลิ๊ก https://line.me/R/ti/p/@777sbo หรือ 08-44-9990 77, 88 , 99

---------------------------------------------

เห็นก่อน อ่านก่อน !!
กด "ติดตาม" และเลือก "เห็นโพสต์ก่อน (See First) "

https://www.facebook.com/cheerball/

 
บทความดีๆ เรื่องราวกีฬาฟุตบอล
เรานำเสนอให้คุณได้อ่านทุกวัน

---------------------------------------------

Facebook Comment