ข่าว

ใช้ใจทดแทนเงิน

อัพเดตเมื่อ : May 10, 2019 10:49pm โดย : admin

ฤดูร้อนปีที่แล้วซึ่งตลาดซื้อขายผู้เล่นคึกคัก เงินสะพัดฝุ่นตลบอบอวล แต่ สเปอร์ส ไม่ได้ซื้อใครมาเสริมสักคน

พอปฎิทินเปลี่ยนมาเป็นปี 2019 ซึ่งตลาดเปิดอีกรอบคลับไก่ก็ยังเงียบอีกเช่นเดียวกัน

ไม่ซื้อไม่ว่า ยังปล่อย มุสซา เดมเบเล่ ไปขุดทองในลีกจีนอีกต่างหาก ได้เงินค่าตัวอีกก้อน

นักเตะคนล่าสุดที่ ไก่เดือยทอง ทุบคลังคว้าตัวมาคือ ลูคัส มูร่า โคตรฮีโร่ของทีม ซึ่งเกิดขึ้นตั้งแต่มกราคมปีก่อนโน่นแล้ว



ไม่ต้องอธิบายอะไรให้ยืดยาว หลายคนคงพอรับรู้ได้ว่าสถานะทางการเงินของ สเปอร์ส ไม่ค่อยดีเท่าไรนัก เพราะงบในการก่อสร้าง ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ สเตเดี้ยม บ้านหลังใหม่อันโอ่อ่าบานปลายเยอะ

จากที่วางแผนไว้ตอนแรกน่าจะอยู่ราว 600 - 700 ล้านปอนด์ กลายเป็นว่าทะลุ 1 พันล้านปอนด์อย่างคาดไม่ถึง

ขนาดที่ว่าเผื่อเหลือเผื่อขาดเอาไว้อย่างรอบคอบแล้ว ยังไม่เพียงพอเลยด้วยซ้ำ

เคราะห์ร้ายจึงตกมาที่หน้าตักของ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ อย่างไม่มีทางเลี่ยง เพราะงบประมาณในการเสริมผู้เล่นก็จะต้องโดนหั่นทิ้งด้วย

"ไม่ซื้อไม่ว่า แต่อย่าพยายามขายนักเตะสำคัญออกไป"

เขาเคยคุยกับ ดาเนี่ยล เลวี่ ซีอีโอของทีม ซึ่งก็ได้รับคำมั่นสัญญาอย่างดี สเปอร์ส เลยรักษาแข้งสำคัญเอาไว้ได้เรื่อยมา ต่อให้มีข้อเสนออันงดงามมายั่วกิเลสก็ตาม

ว่ากันตามตรงหากเป็นผู้จัดการทีมคนอื่นที่ต้องมาตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้ อาจเผ่นแนบไปนานแล้ว



แต่ไม่ใช่กับ พอช ซึ่งมีความกระหายและท้าทายอยู่ในสายเลือด

เขาไม่เคยสนใจเลยว่าคู่แข่งสำคัญอย่าง เป๊ป กวาร์ดิโอล่า หรือ เจอร์เก้น คล็อปป์ ได้เงินช็อปมากมายนับร้อยล้านปอนด์ เพราะมั่นใจว่าด้วยกำลังพลที่มีอยู่นั้น พร้อมจะสู้ได้ในระนาบเดียวกัน

ปรัชญาของ พอช คือการทำงานอย่างมีระบบเป็นขั้นตอน ควบคู่ไปกับความมุ่งมั่นบากบั่น แล้วจะได้ผลลัพธ์ออกมาที่น่าพอใจ

ความต้องการของเขาคือเห็น ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ เป็นหนึ่งเดียว ไม่มีแตกแยกหรือรอยร้าวใดๆข้างใน

แม้จะต้องใช้เวลาและพลังอย่างมาก แต่ พอช เชื่อว่ามันเป็นไปได้



คนที่ โปเช็ตติโน่ นับถือเทิดทูนและยกย่องเป็น "ครูลูกหนัง" คือ มาร์เซโล่ บิเอลซ่า กุนซือชาวอาร์เจนไตน์บ้านเดียวกัน ซึ่งปัจจุบันคุม ลีดส์ ยูไนเต็ด ใน เดอะ แชมเปี้ยนชิพ

บิเอลซ่า ซึ่งได้ขึ้นชื่อว่าบ้างานเกินมนุษย์บุกไปหาพ่อแม่ของ พอช เพื่ออ้อนวอนดึงลูกชายไปอยู่ นีเวลส์ โอลด์บอย ด้วยกัน ตั้งแต่อายุเพียงแค่ 14 เท่านั้น

การได้เรียนรู้ไม่ว่าจะในแบบโดยตรงหรือลักจำมา มันช่วยได้มากตอนที่เขาเริ่มงานกุนซือครั้งแรกสมัยคุม เอสปันญ่อล

หากใครรู้จัก บิเอลซ่า จะเข้าใจเลยว่าเป็นนักดีไซน์แท็คติก ออกแบบหมากเตะใหม่ๆมาตลอดเวลา เปรียบไปแล้วคือบิดาแห่งฟุตบอลสมัยใหม่คนหนึ่ง

การเพรสซิ่งอย่างมีคุณภาพก็เกิดขึ้นมาจากความคิดเขาและ พอช นี่แหล่ะได้นำมาปรับใช้ให้เข้ากับสไตล์ตัวเอง

อย่าว่าแต่ พอช เลย เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ก็สืบทอดมาเช่นเดียวกันและยังคงนับถือเคารพ บิเอลซ่า มาจนถึงทุกวันนี้

นอกจากจดจ่อฝักใฝ่อยู่กับฟุตบอลตลอดเวลา จนแทบไม่หลับไม่นอนแล้ว บิเอลซ่า ยังทำตัวเหมือน "น้ำไม่เต็มแก้ว" คือพร้อมเรียนรู้รับฟังเสมอ

พอช จึงซึมซับเรื่องเหล่านี้มาด้วย ไม่เว้นแม้กระทั่งการทำงานหนักที่น่าจะถูกฝังไว้ใน ดีเอ็นเอ เรียบร้อย



ไทม์ไลน์หรือชีวิตปกติของ พอช ตื่นนอนตั้งแต่ 6 โมงเช้า มาถึงสนามซ้อมตั้งแต่ 7 โมง เตรียมแผนงานการฝึกซ้อม ลงมาคุมหรือดูแลด้วยตัวเอง บางวันก็ไปดู อะคาเดมี่ รวมถึงจัดการเรื่องเอกสารต่างๆและคุยกับผู้บริหาร

กว่าจะได้กลับบ้านหรือโรงแรมก็ปาเข้าไปสองทุ่ม ตารางชีวิตไม่มีอะไรผิดไปจากนี้นัก นอกจากในวันมีแมตช์ อาจจะเปลี่ยนไปบ้าง

พอช ยังเป็นที่เลื่องลือในเรื่องจับนักเตะเคี่ยวซ้อมอย่างเข้มข้นจนหลายคนแทบจะทนไม่ได้ก็มี

บางวันจับซ้อมถึง 3 เวลา โดยเฉพาะในช่วงที่ผลงานไม่ดี จะโดนหนักมากเป็นพิเศษ ถือเป็นการซ่อมเพื่อให้ลูกทีมสำนึกได้ในความผิดพลาดหรือไม่ตั้งใจอย่างที่ควรจะเป็น

แข้งที่เคยร่วมงานกับเขาไม่ว่าจะเป็นตอนคุม เซาธ์แฮมป์ตัน หรือ สเปอร์ส ต่างขยาดไปตามๆกัน

วินัย เวลา มุ่งมั่น คือสามหัวใจสำคัญที่ พอช ยึดถือมาใช้กับชีวิตตัวเองตลอด พยายามฝึกให้เป็นนิสัย แล้วนำมาถ่ายทอดให้กับนักเตะตัวเอง

ด้วยความที่ชอบทำมากกว่าพูด ทำให้กุนซืออาร์เจนไตน์ แทบไม่เคยให้สัมภาษณ์สื่อเป็นการส่วนตัวสักเท่าไรนัก

เขาไม่หลงหรือติดกับดักชื่อเสียงเลยสักนิด ตรงกันข้ามยังเชื่อด้วยว่า ในอาชีพของตัวเองไม่มีทางที่จะประสบความสำเร็จได้ด้วยตัวคนเดียว



สิ่งที่ทำประจำคือยกเครดิตให้ทั้งทีม ทุกคนต้องมีส่วนได้รับความดีความชอบด้วยกัน

พอช อาจไม่รู้ตัวว่านิสัยเช่นนี้เอง ที่สามารถเอาชนะใจลูกทีมได้

มุสซ่า ซิสโซโก้ เล่าให้ฟังถึงตอนพักครึ่งหลังจาก สเปอร์ส เป็นฝ่ายตาม 0-2 รวมสองนัด 0-3 แทบไม่มีหนทางผ่าน อาแจ็กซ์ ไปเข้าชิง ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ง่ายๆเลย

บรรยากาศไม่ค่อยสู้ดีนัก พอช ซึ่งสีหน้าเคร่งเครียดพูดให้ทุกคนได้ยินทั่วกันว่า

"ตอนนี้เราตามอยู่ 2 ประตู ลองไปคิดดูว่าเราจะทำอะไรกันได้บ้างในอีก 45 นาทีที่เหลือ เอาให้เต็มที่ในครึ่งหลัง มีเท่าไรใส่หมดเลยนะ เชื่อมั่นเข้าไว้ แล้วเราค่อยมาดูผลลัพธ์กัน"

เงื่อนไขคือทัพไก่เดือยทองต้องกลับลงไปทะลวงให้ได้ 3 ประตู แล้วต้องป้องกันไม่ให้โดนเจาะตาข่ายอีกด้วย

บางที พอช อาจจะทำใจไว้แล้ว หากไม่อาจกลับมาได้ เพราะมันคือภารกิจที่หินมากๆ

แต่สิ่งที่ได้ปลูกฝังให้กับนักเตะ รวมไปถึงความศรัทธาที่พวกเขามีให้กับเจ้านายตัวเอง กลับพลิกสถานการณ์ได้อย่างน่าเหลือเชื่อที่สุด



พลันที่เห็น ลูคัส มูร่า หลุดไปซัดด้วยซ้ายเสียบตาข่ายในนาทีสุดท้ายของการทดเวลา พอช ถึงกับดีใจอย่างบ้าคลั่ง เก็บอาการไว้ไม่อยู่ กระโดดตัวลอย อินเนอร์ปลดปล่อยเต็มที่

สิ้นเสียงนกหวีดสุดท้าย เขาถึงกับปล่อยโฮออกมา ไม่จำเป็นต้องเก็บมันไว้อีกต่อไป

นี่อาจเป็นรางวัลตอบแทนที่ พอช เคยพูดกับลูกทีมมาตลอด ย้ำเช่นเดิมว่าเราต้องทำให้ได้ อย่าโยนทิ้งความเชื่อไป จนกว่าจะถึงที่สุดแล้ว

แล้วพอมาฟังคำสัมภาษณ์อันยาวเหยียดหลังจบเกม จะเข้าใจดีเลยว่า ทำไมผู้เล่นหลายคนจึงเชื่อมั่นในตัวกุนซือเหลือเกิน

พอช กล่าวขอบคุณนักเตะหลายครั้งมาก เพราะรู้ดีว่า 45 นาทีหลังพวกเขาลงไปเพื่อสู้ด้วยหัวใจอย่างแท้จริง คงไม่มีทางเรียกร้องอะไรได้มากกว่านี้แล้ว

อีกทั้งยังยกเด็กๆเป็นเหมือน "ครู" อีกด้วย เพราะชัยชนะนัดนี้ ช่วยกระตุ้นให้เขาเกิดความฮึกเหิมขึ้นแบบขีดสุดและจะต้องทำทุกอย่างเพื่อเป็นผู้ชนะในเกมนัดชิงให้ได้



แล้วยังยอมรับด้วยว่า 5 ปีกับ สเปอร์ส เขาเหนื่อยมาก นักเตะที่ร่วมฝ่าฟันด้วยกันมาก็คงไม่ต่างกันสักเท่าไร แต่ตอนนี้หายเป็นปลิดทิ้ง นี่คือความมหัศจรรย์ของการทำงานหนักแล้วได้รับผลตอบแทนสมค่า

อย่างไรก็ตาม พอช และลูกทีมคงได้เหนื่อยกันอีกแน่ 1 มิถุนายน นี้ ที่มาดริด

จริงๆ พอช กับ เจอร์เก้น คล็อปป์ ไม่ได้แตกต่างกันสักเท่าไร ในแง่ยึดมั่นการทำงานหนัก

อีกทั้งเข้าใจดีด้วยว่า ไม่ใช่หนักแค่ประเดี๋ยวประด๋าว แต่อาจจะเป็นปี หลายปีหรือสิบปีก็ไม่มีใครบอกได้ว่า จะได้รับผลตามที่ตั้งใจไว้หรือเปล่า

อย่างหนึ่งที่สะท้อนได้เลย ก็คือทั้งคู่รู้จักอดทนเพื่อรอคอยวันของตัวเอง ทำให้มากกว่าพูดเข้าไว้

แล้วต้องไม่ลืมด้วยว่า พอช ทำงานท่ามกลางข้อจำกัดและเงื่อนไขไม่น้อย เมื่อเทียบกับความคาดหวัง

กว่าหนึ่งปีหรือสองตลาดที่ผ่านมา พวกเขาคือสโมสรลุ้นความสำเร็จที่ไม่ได้ซื้อผู้เล่นมาเพิ่มเลย



แต่ตอนนี้ สเปอร์ส ผ่านเข้าไปชิง ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก อย่างเหนือความคาดหมาย

จะว่าไปมันเหนือความคาดหมายตั้งแต่ผ่าน แมนฯ ซิตี้ มาแล้วด้วยซ้ำ หมายความว่าทั้งรอบ 8 ทีมและตัดเชือก ตัดสินกันในนาทีสุดท้ายทั้งหมด

อย่างไรก็ตามนี่ไม่ใช่เรื่อง "โกงตาย" อย่างที่พูดกัน

ทว่ามันคือรางวัลที่พวกเขาควรได้รับต่างหาก

เห็นได้ชัดว่า เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ เป็นคนที่ใช้ใจแลกใจมากแค่ไหน... วันนี้คุณลองมาใจแลกใจตื่นเต้นไปกับเราได้เช่นกันที่ Sbobet777 มีความสนุกพร้อมตลอด 24 ชั่วโมงรอคุณเสมอ ติดต่อเลยที่ https://line.me/R/ti/p/@777sbo หรือ 08-44-9990 77, 88 , 99

---------------------------------------------

เห็นก่อน อ่านก่อน !!
กด "ติดตาม" และเลือก "เห็นโพสต์ก่อน (See First) "
https://www.facebook.com/cheerball/


 
บทความดีๆ เรื่องราวกีฬาฟุตบอล
เรานำเสนอให้คุณได้อ่านทุกวัน

---------------------------------------------

Facebook Comment