ข่าว

เคลียร์ใจกับ "ไอ้เด็กเส้น"

อัพเดตเมื่อ : May 17, 2019 1:43am โดย : admin

แฟร้งค์ แลมพาร์ด เคยโดนข้อครหาว่าเป็น "เด็กเส้น" มาก่อน

เพราะปี 1994 ที่เข้าไปอยู่ในทีมเยาวชนของ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด พ่อของเขา แฟร้งค์ แลมพาร์ด ซีเนียร์ เป็นผู้ช่วยผู้จัดการทีมอยู่ที่นั่น

ส่วน แฮร์รี่ เร้ดแนปป์ ผู้จัดการทีมก็คือลุงของเขา จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ใครก็ตามที่รู้เรื่องนี้จะต้องซุบซิบนินทาด้วยกันทั้งสิ้น

อีกทั้ง แลมพ์ส ยังถูกมองว่าเป็น "ลูกคุณหนู" ด้วย เพราะเล่าเรียนที่ เบรนท์วู้ด โรงเรียนเอกชนชื่อดัง ซึ่งมีชื่อเสียงด้านสนับสนุนฟุตบอลสมัยอยู่ประถมอีก

เขาเคยเล่าให้ฟังว่าตอนเด็กๆ ครูเรียกถาม โตขึ้นอยากทำมาหาเลี้ยงชีพอะไร เพื่อนส่วนใหญ่ตอบไป ทหาร วิศวกร แพทย์ นักธุรกิจ หรือ นักวิจัยหุ้น ว่ากันตามความฝัน

แต่ แลมพ์ส กลับบอกว่านักเตะอาชีพ เล่นเอาเพื่อนกว่า 300 คนหัวเราะคิกคักด้วยความขำขัน จนครูต้องบอกว่านักฟุตบอลไม่น่าจะเหมาะกับตัวเขาเท่าไรนัก ยิ่งเล่นแบบจริงจังหาเงินเลี้ยงตัวเองด้วยแล้ว แทบไม่เห็นวี่แวว


แม้จะหลงรักฟุตบอลและเคยแสดงให้เห็นว่ามีความรู้ในเรื่องนี้มากแค่ไหน แต่ทุกคนมองว่าลุงกับพ่อล้วนแต่เป็นนักเตะดังมาก่อน ย่อมได้รับการถ่ายทอดเป็นธรรมดา

หากดูจากเปลือกนอกแล้วแลมพ์ส ไม่มีบุคลิกหรือคาแรคเตอร์ที่จะไปสู่เส้นทางนักเตะอาชีพได้เลย

เด็กชายผู้ถูกฟูมฟักเลี้ยงดูอย่างดีราวไข่ในหิน ดูสะโอดสำอาง ไหนจะเป็นลูกชายคนเล็กที่ติดแม่มากๆ มันจะเป็นไปได้อย่างไรที่ต้องเจอกับการเข้าปะทะที่รุนแรง เนื้อตัวสกปรกมอมแมมยามอยู่ในสนาม

แถมยังถูกตอกย้ำด้วยความเป็น "เด็กเรียน" เข้าให้อีก เพราะ แลมพ์ส เฉลียวฉลาดมากๆ คะแนนสอบมาเป็นเบอร์ต้นๆของคลาสตลอด โดยเฉพาะวิชาภาษาละตินที่แม่นจนน่าทึ่ง

นี่ยังไม่รวมถึงนิสัยรักการอ่าน ใฝ่รู้ในเรื่องที่ตัวเองสนใจ จนเคยทดสอบไอคิวได้ถึง 150 มาแล้ว ซึ่งถือว่าสูงจริง

สายตาส่วนใหญ่จึงมองว่า เขาเป็นได้แค่ "ลูกนักบอล" ไม่มีทางที่จะเป็นนักเตะอาชีพได้เลย

นั่นแหล่ะเมื่อเข้าไปสู่อะคาเดมี่ของเดอะ แฮมเมอร์ส จึงกลายเป็นใช้เส้นสาย จากผู้หลักผู้ใหญ่ ดูแล้วไม่น่ารอด


ใครจะไปคิดว่าว่าสายตาและเสียงนินทาเสียดเย้ยนั้น จะกลายเป็นพลังผลักดันให้ แลมพ์ส ต้องการเอาชนะ

เขาต้องการเปลี่ยนความคิดของหลายคนซะ ซึ่งนั่นต้องพิสูจน์ในสนามอย่างเดียว

--------------------

ความฉลาดและไอคิวที่เหนือกว่าคนอื่นของ แลมพ์ส สามารถนำมาปรับใช้ยามอยู่ในสังเวียนแข้งได้

ด้วยไสตล์การเล่นที่ดูเหมือนง่าย แต่เต็มไปด้วยประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นการแอสซิสต์หรือสับไกเอง จึงทำให้เขาก้าวสู่ทีมชุดใหญ่ เวสต์แฮม อย่างรวดเร็ว

ก่อนในปี 2001 จะย้ายไป เชลซี เติบใหญ่กลายเป็นตำนานที่นั่น อย่างที่เรารู้กัน


13 ปีในยูนิฟอร์ม "สิงห์น้ำเงิน" เขาบันทึกสถิติไว้มากมาย จนแทบไม่น่าเชื่อว่านี่คือผู้เล่นในตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวกลาง

ไม่ว่าจะเป็นกองกลางที่ทำประตูมากสุดในพรีเมียร์ลีก/ซัลโวประตูนอกเขตมากสุดในพรีเมียร์ลีก/ดาวยิงสูงสุดตลอดกาลของเชลซีที่ 211 ประตู/แอสซิสต์เป็นรองแค่ ไรอัน กิ๊กส์/เล่นในลีกมากสุดเป็นอันดับ 3

นั่นรวมถึงคว้าแชมป์ระดับเมเจอร์กับเชลซีทุกรายการครบครันไม่มีขาดตกทั้ง พรีเมียร์ลีก , เอฟเอ คัพ , ลีก คัพ , คอมมูนิตี้ ชิลด์ , ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกหรือ ยูฟ่า ยูโรปา ลีก

ดังนั้น แลมพ์ส จึงขึ้นแท่นเป็นโคตรตำนานของสโมสรอย่างสมบูรณ์แบบ อีกทั้งครองใจสาวกเบอร์ต้นๆอีกต่างหาก

ฤดูร้อนปี 2014 เชลซี ออกมาแถลงข่าวชัดเจนว่าแยกทางกับ แลมพาร์ด เรียบร้อย แฟนบอลไม่น้อยจึงใจหาย

มีการถกกันเรื่องสัญญาใหม่มาสักพักแล้ว แต่สุดท้าย แลมพ์ส เองที่เป็นฝ่ายขอไป

เหตุผลคือสโมสรดึง เชส ฟาเบรกาส มาร่วมทีมและมองว่าไม่มีทางที่สองคนนี้จะเล่นร่วมกันได้ในแผงมิดฟิลด์ จะต้องทับซ้อน เหมือนเสือสองตัวห้ามอยู่ถ้ำเดียวกัน

เมื่อเป็นอย่างนี้ แลมพ์ส อาจต้องหลีกทางไปรอโอกาสที่ข้างสนามซะส่วนใหญ่ นั่นจึงทำให้เขาตัดสินใจเดินจากมา

"ถ้าเราอยู่ในสนามด้วยกันไม่ได้ ก็หมายความว่าคงอยู่ในห้องแต่งตัวด้วยกันไม่ได้"



แลมพาร์ด แจกแจงชัดเจน แฟนบอลจะได้ไม่ต้องมาคลางแคลงใจว่าทำไมถึงตัดสัมพันธ์กันทั้งๆ ปักหลักร่วมหัวจมท้ายนานถึง 13 ปี

ป้ายต่อไปเขาประกาศว่าอยู่ที่ เมเจอร์ ลีก ซอคเก้อร์ โดยจะไปเล่นกับ นิวยอร์ค ซิตี้

อย่างไรก็ตามสาวกสิงห์น้ำเงินก็แทบจะอึ้งไปตามๆกัน เมื่อซีซั่นถัดมา แลมพ์ส กลับไปสวมยูนิฟอร์ม แมนฯซิตี้ สโมสรคู่แข่งร่วมลีกซะอย่างนั้น

แม้จะออกข่าวว่าไปอยู่ นิวยอร์ค ซิตี้ แต่ลีกที่นั่นยังไม่เปิดตามปกติ แล้วสองสโมสรอยู่ในเครือข่ายของ "ซิตี้ ฟุตบอล กรุ๊ป" ด้วยกัน พูดง่ายๆคือมีเจ้าของเดียวกันนั่นแหล่ะ

มารู้ภายหลังว่าความจริงคือ แลมพ์ส แอบเซ็นกับ แมนฯซิตี้ โดยตรง แล้วเล่นให้หนึ่งฤดูกาลเต็มๆ ก่อนจะโยกไปเมืองมะกันอย่างที่เคยประกาศไว้

เรื่องนี้สร้างความขุ่นเคืองให้กับแฟนบอลเชลซีแทบทุกคน อย่างแรกคือทำไมไม่บอกกันตรงๆ ใช้วิธีซิกแซ็กแบบนี้ พอมารู้ทีหลังย่อมเจ็บปวดใจธรรมดา

อีกอย่างคือการย้ายมา แมนฯซิตี้ ไม่เหมาะสมเลย เพราะนี่คือแข้งระดับตำนานอันเป็นที่รักของ เชลซี  หากจะทำอะไรก็ควรคิดหน้าคิดหลังให้รอบคอบหน่อย แม้จะมีความขัดแย้งกับสโมสรถึงย้ายมาก็ตาม


อย่างไรก็เถอะ นี่เป็นเพียงแค่อาการ "เคือง" ไม่ถึงกับฉุนเฉียวกริ้วโกรธบันดาลโทสะอะไรนัก

มันเหมือนมีบางอย่างติดค้าง ที่รอเวลามาเคลียร์ใจกัน

--------------------

แลมพาร์ด ที่ยุติอาชีพนักเตะ เปลี่ยนมารับบทกูรูวิเคราะห์เกมทางทีวีช่วงสั้นๆ ก่อนผันตัวเองมาเป็นกุนซือ เริ่มงานกุมบังเหียน ดาร์บี้ เคาน์ตี้ ซึ่งอยู่ใน เดอะ แชมเปี้ยนชิพ ตั้งแต่เมื่อซัมเมอร์ 2018

จากนั้นในเดือนตุลาคมโชคชะตาลิขิตให้ต้องกลับมาเยือน เดอะ บริดจ์ อีกครั้ง หลัง "แกะเขาเหล็ก" ทีมของเขาจับสลากมาเจอกับ เชลซี ในเกมรอบ 4 ศึกลีกคัพหรือคาราบาวคัพ


แม้ ดาร์บี้ จะพ่ายตกรอบอย่างเสียดาย 3-2 แต่ แลมพ์ส รู้สึกอบอุ่นและสบายใจอย่างน่าเหลือเชื่อ เพราะแฟนเชลซีต่างปรบมือต้อนรับ พร้อมทั้งตะโกนเรียกชื่ออย่างกระหึ่ม

มันรู้สึกโล่งอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เหมือนภูเขาลูกใหญ่ถูกยกออกไป หลังกดทับอยู่นานหลายปี

ขณะเดียวกันผลงานของ แลมพ์ส ในการคุม ดาร์บี้ ก็ดีเกินคาดหมายไว้มาก สามารถพาจบอันดับ 6 บนตารางเดอะ แชมเปี้ยนชิพ ได้สิทธิ์เล่นเพลย์ออฟตัดเชือกเลื่อนชั้นกับ ลีดส์ ยูไนเต็ด

นัดแรกพ่ายคาบ้านก็จริง แต่เขาทำในสิ่งน่าทึ่งที่ เอลแลนด์ โร้ด เมื่อบุกมากะซวก 4-2 ผ่านเข้าไปชิงกับ แอสตัน วิลล่า ซึ่งมี จอห์น เทอร์รี่ ไอ้เกลอแก้วเป็นผู้ช่วยผู้จัดการทีม

เหลืออีกก้าวเดียวเท่านั้น แลมพ์ส จะฉุดทีมขึ้นสู่พรีเมียร์ลีกสำเร็จ ผลงานเช่นนี้ร้อนแรงไม่แตกต่างจากตอนเป็นนักเตะเลยสักนิด

จังหวะปะเหมาะจริงๆ ที่ข่าว เชลซี กำลังหากุนซือมาแทน เมาริซิโอ ซาร์รี่ ซึ่งดูเหมือนว่าสไตล์หรือแนวทางการทำงาน ยังไม่อาจตอบโจทย์ของ โรมัน อบราโมวิช และคณะผู้บริหารได้ ถูกจุดขึ้นมาอีกครั้ง

อย่าได้แปลกใจหากชื่อของ แลมพ์ส จะโดนจับโยงขึ้นมา ในฐานะศิษย์เก่าระดับตำนานที่ผลงานกำลังพุ่งสุดขีด

แม้จะกระดูกยังอ่อนบนเวทีนี้ ต้องการแคลเซียมเสริมอีก แต่ด้วยความที่อยู่ เดอะ บริดจ์ มา 13 ปีเต็ม ย่อมรู้ลึกเกี่ยวกับสโมสรแห่งนี้ดีกว่ากุนซือคนนอก


นอกจากนี้คาดว่าแฟนบอลจะสนับสนุนเต็มที่ ต่อให้มีเคืองอยู่บ้างจากวันนั้นก็ตาม

ใช่หรือไม่ว่าหาก แลมพาร์ด ได้เป็นผู้จัดการทีม เชลซี ความขุ่นข้องหมองใจที่ยังติดค้างอยู่นั้น น่าจะหมดสิ้นไม่เหลืออีกต่อไป

แล้วเชื่อด้วยว่าจะไม่มีใครชี้หน้าว่าเป็น "เด็กเส้น" อย่างแน่นอน

และใครที่เคืองจากที่อื่นมาเนื่องด้วยทำอะไรชักช้า ทุกอย่างดูไม่มั่นคงสนใจลองมาหาอะไรใหม่ๆที่ชัวร์ รวดเร็ง ฉับไว กับ MYSBOBET ได้เลย ติดต่อมาเลยที่ https://line.me/R/ti/p/@mysb99 หรือโทรที่ 08-0003-1188 / 08-0003-1177

---------------------------------------------

เห็นก่อน อ่านก่อน !!
กด "ติดตาม" และเลือก "เห็นโพสต์ก่อน (See First) "
https://www.facebook.com/cheerball/



บทความดีๆ เรื่องราวกีฬาฟุตบอล
เรานำเสนอให้คุณได้อ่านทุกวัน

---------------------------------------------
Facebook Comment