ข่าว

ยังมีลมหายใจ

อัพเดตเมื่อ : May 18, 2019 2:46pm โดย : admin

คืนวันที่ 23 กันยายน 2006 ดาริโอ ซิลวา ควบรถปิกอัพหรูคู่ใจเพื่อไปกินมื้อค่ำที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งในกรุงมอนเตวิเดโอ

บนรถมี เอลบิโอ ปาปป้า และ ดาร์ด เปเรยร่า สองเพื่อนนักเตะที่สนิทแนบแน่นกัน นั่งติดไปด้วย

ระหว่างรถแล่นอยู่บนถนนด้วยความเร็วพอสมควร ซิลวา ที่เหยียบคันเร่งเกินลิมิตไม่สามารถควบคุมการทรงตัวได้ พาหนะคันงามเลยเสียหลักพุ่งเข้ากระแทกกับเสาไฟฟ้าเข้าอย่างจัง

เสียงโครมดังสนั่นดึงดูดสายตาและความสนใจของผู้คนที่อยู่แถวนั้น กรูกันเข้ามาดู ก่อนจะเรียกรถพยาบาลและเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาช่วยเหลือ

ภาพที่เห็นคือ ซิลวา ซึ่งตัวกระเด็นออกจากนอกรถ ร้องโอดโอยด้วยความเจ็บปวด ในขณะเดียวกันบริเวณศีรษะมีเลือดไหลออกมา สร้างความสยองให้กับใครต่อใคร โดยที่เพื่อนอีกสองคนอาการไม่สาหัสอะไร



หลังนำตัวส่งโรงพยาบาลในเมืองหลวงอุรุกวัย ครอบครัวและญาติพี่น้องบึ่งมาดูด้วยความเป็นห่วง

เบื้องต้นหมอบอกว่า ขาซ้ายหักสองท่อนอาการน่าเป็นห่วง ส่วนศีรษะก็ได้รับการกระทบกระเทือนไม่น้อย ถึงขั้นกระโหลกร้าวจำเป็นต้องผ่าเพื่อรักษาชีวิต

ไม่นานจากนั้นอาการของ ซิลวา เข้าขั้นโคม่า เป็นตายเท่ากัน เพราะแผลจากที่ขาเกิดติดเชื้อขึ้นมาอีก มีแต่ทรงกับทรุด

ทุกคนหวังว่าปาฎิหาริย์จะเกิดขึ้น ซิลวา จะฟื้นกลับมาหวดลูกหนังได้อีกครั้ง เพราะมันคือสิ่งที่เขารักมากที่สุด อีกทั้งช่วยเลี้ยงชีพให้สุขสบายมาจนทุกวันนี้

อย่างไรก็ตามเมื่อหมอยืนยันว่าถ้าจะเก็บชีวิตไว้ จำเป็นต้องตัดขาซ้ายทิ้งแล้ว ไม่มีทางเป็นอื่นไปได้เลย

ตอนนั้น ซิลวา ยังไม่รู้สึกตัว บนเตียงของเขาในห้องไอซียูเต็มไปด้วยสายระโยงระยางและเครื่องมือแพทย์ต่างๆ เพื่อต่อสู้กับมัจจุราชที่มารอจะเอาชีวิตไป

ญาติพี่น้องต่างสลดตามๆกัน เมื่อได้ฟังความจากหมอ แค่นึกภาพ ซิลวา เหลือแค่ขาข้างเดียว มันก็แทบเป็นไปไม่ได้แล้ว

สำหรับนักฟุตบอลอาชีพ ขาย่อมเป็นอวัยวะที่สำคัญสุด แล้วเมื่อหายไปข้างหนึ่ง ชีวิตแทบแหลกสลายหมดสิ้นทุกสิ่งอย่าง



แล้วช่วงเวลาที่น่าสะเทือนใจที่สุดคือ ซิลวา ฟื้นขึ้นมามีสติอีกครั้ง หลังการผ่าตัดอันยาวนาน 3 ชั่วโมงครึ่ง แล้วพบว่าขาซ้ายตัวเอง ตั้งแต่หัวเข่าลงไป ไม่อยู่ติดกับร่างแล้ว ปล่อยโฮออกมาลั่นห้อง

ญาติๆที่อยู่ด้วย ต่างเบือนหน้าหนีหรือไม่ก็ปลอบขวัญให้กำลังใจ ในเมื่อยังมีลมหายใจก็คงต้องสู้ต่อไป ไม่มีทางเลือกอื่นอีกแล้ว

เงินทองทรัพย์สมบัติจากการค้าแข้งมานานร่วม 14 ปี น่าจะพอช่วยเยียวยา ไม่ทำให้ต้องลำบากเกินไปนัก

อีกทั้งพอมีชื่อเสียงไม่เบา เคยถึงขั้นติดทีมชาติอุรุกวัย รับใช้สโมสรชั้นนำต่างๆมาไม่น้อย สโมสรเหล่านั้นก็คงพร้อมใจยื่นมือเข้ามาประคับประคองในยามที่ลำบากกันบ้าง

ซิลวา ก็คิดเช่นนั้นเหมือนกัน แต่ยังไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นตามมาในอนาคต



----------------------

ช่วงกลับมาพักฟื้นที่บ้าน ซิลวา ยังคงใจเสียและเศร้ามากๆ เมื่อนึกถึงชะตากรรมที่เล่นบทโหดร้ายกับตน

หลังจบฤดูกาล 2004/05 เขาหมดสัญญากับ เซบีย่า เป็นฟรีเอเยนต์ ก่อนที่ พอร์ทสมัธ ซึ่งตอนนั้นอยู่ในพรีเมียร์ลีกและมี แฮร์รี่ เร้ดแนปป์ เป็นผู้จัดการทีมยื่นข้อเสนอมาให้

เดิมทียังอยากค้าแข้งในสเปน เพราะคุ้นเคยอย่างดี แถมไม่มีปัญหาเรื่องการสื่อสาร ใช้ภาษาเดียวกัน วัฒนธรรมไม่ต่างกันนัก

แต่เมื่อไม่มีสโมสรไหนมีข้อเสนอที่น่าสนใจมากพอ ประกอบกับคิดว่าพรีเมียร์ลีกก็น่าท้าทายอยู่ แม้จะต้องปรับตัวบ้างในช่วงท้ายของการค้าแข้งก็ไม่น่าจะลำบากอะไรนัก

ซิลวา สะบัดปากกาเซ็นสัญญา 2 ปีด้วยกัน ซึ่งถือว่าน่าพอใจมาก เมื่อมองว่าอายุปาเข้าไป 33 แล้ว อีกทั้งค่าจ้างก็หลักหมื่นปอนด์

กระนั้นก็ดีสภาพร่างกายที่ไม่ค่อยเต็มร้อยนัก บวกกับฟุตบอลแบบฉบับเมืองผู้ดีที่ไม่ผู้ดีสมชื่อ เตะกันหนัก อัดกันไม่ยั้ง ทำให้เขาเจ็บถี่เหลือเกิน โดยเฉพาะอาการที่ข้อเท้ากำเริบขึ้นมา



แล้วในสัญญามีเงื่อนไขระบุแทรกไว้ด้วยว่า สามารถยกเลิกได้ หากทำผลงานไม่เป็นไปตามเป้า

ตลอด 6 เดือน ซิลวา ซัลโวให้ ปอมปีย์ ไปแค่ 3 ประตูจาก 15 นัดในทุกรายการ สร้างความผิดหวังให้กับ เร้ดแนปป์ อย่างยิ่ง ถึงกับตัดสินใจฉีกสัญญาทันที

เขาได้เงินชดเชยมาก้อนหนึ่ง พร้อมกลับมาใช้ชีวิตที่มอนเตวิเดโอ รอเอเยนต์หาสังกัดใหม่ให้ ซึ่งเชื่อว่าน่าจะไม่ยากเท่าไร

เพราะดีกรีชื่อชั้นไม่ธรรมดา เคยติดทีมชาติอุรุกวัยมา 13 นัด แถมได้ลุยฟุตบอลโลก 2002 ด้วย รวมถึงมีเอกลักษณ์เด่นสวมสตั๊ดสีขาวไม่เหมือนใครล่าตาข่ายอีก

แล้วระหว่างรอฟังข่าวดี ข่าวร้ายก็มาเยือนก่อน

นั่นหมายความว่า ซิลวา เคราะห์ร้ายเหลือเกิน โดน ปอมปีย์ หมางเมินฉีกสัญญามาไม่เท่าไร ต้องมาประสบอุบัติเหตุรุนแรงถึงขั้นตัดขาทิ้งอีก

ใครเจอเข้าอย่างนี้ ย่อมทำใจรับได้ยากจริงๆ



---------------------

ซิลวา ต้องปรับตัวกับการใช้ขาเทียม แรกๆมันสร้างความลำบากไม่น้อย จากนักฟุตบอลที่แข็งแรง วิ่งห้อได้ 90 นาทีเต็ม ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงอย่างสิ้นเชิง

มีหลายหน่วยงานหรือองค์กรต่างๆ พร้อมให้ความช่วยเหลือตามกระแส เขาได้รับโอกาสให้ไปรับงานวิเคราะห์เกมฟุตบอลทางทีวี แต่ทำได้ไม่นานนักก็ต้องถอยออกมา เนื่องจากมีปัญหาหลายอย่าง ตามประสาร่างกายที่ไม่ครบ 32

อย่างไรก็ตามเมื่อเริ่มปลงและได้รับกำลังใจจากคนรอบข้างมากมาย ซิลวา เริ่มฮึดสู้กับอุปสรรคขวากหนามนี้อีก เขาตั้งใจจะหันไปเอาดีทางด้านเรือพาย มีเป้าหมายจะฝึกซ้อมอย่างหนัก เพื่อเป็นตัวแทนอุรุกวัยลงชิงชัยใน โอลิมปิก เกมส์ 2012 ที่ลอนดอนด้วย

แต่แล้วเมื่อขาดการสนับสนุนที่ดี แผนที่วาดไว้อย่างสวยหรูก็พังครืนลงมา

ในปี 2009 ด้วยวัย 36 ปี ซิลวา ช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้กับใครหลายคน เมื่อสวมขาเทียมลงเล่นให้กับทีมรวมดาราอุรุกวัยเจอกับทีมรวมดาราอาร์เจนตินาในเกมการกุศล ก่อนจะโชว์สังหารจุดโทษอีกด้วย

หลังยิงเข้าไป เพื่อนร่วมทีมต่างเข้ามาแสดงความยินดีกับ ซิลวา ทุกคน ไม่เว้นแม้แต่ฝั่งฟ้าขาวเอง

ประกายแห่งความหวังกลับมาเจิดจ้าอีกครั้งแล้ว

----------------------

สามวันก่อน ซิลวา ได้รับเชิญไปออกรายการทีวีที่มีชื่อว่า "ฆูโกเยส"

ในวัย 46 ปีเขาดูโทรมลงไปเยอะ แล้วแทบไม่มีข่าวคราวมายาวนาน จนต้องมาอัพเดตชีวิตกันบ้าง



ทางรายการนำภาพที่เขาเดินเสิร์ฟพิซซ่าอินเสิร์ชหรือเปิดหัวขึ้นมาก่อน แล้วค่อยเปิดใจคุยกัน ก่อนจะได้รับรู้ว่าปัจจุบัน ซิลวา ต้องดิ้นรนเอาตัวรอดด้วยการเป็นพนักงานบริการในร้านพิซซ่าแห่งหนึ่งที่มาลาก้า ในสเปน

เพราะเคยค้าแข้งให้กับ มาลาก้า มาก่อน ทำให้คุ้นเคยเมืองนี้ดีและมีผู้คนพอรู้จักให้ความช่วยเหลือ

ยิ่งคุยไปได้สักพักแล้วทุกคนรับรู้ว่า รายได้จากการค้าแข้งมาตลอด 14 ปีทั้งจากในประเทศตัวเอง ลาลีกาและพรีเมียร์ลีก ต่างโดนเอเยนต์หัวหมอยักยอกไปหมดสิ้น

ความไว้ใจและไม่ค่อยได้เรียนรู้เรื่องเงินทอง ธุรกรรมต่างๆ จึงปล่อยให้พวกผู้ดูแลได้สิทธิ์จัดการอย่างเต็มที่ กว่าจะไหวตัวทันมันก็สายไปเสียแล้ว

จะบอกว่า ซิลวา ประมาทกับชีวิตก็ไม่ผิดนัก ไม่ว่าจะอุบัติเหตุที่ทำให้สูญสิ้นทุกอย่างในคราวนั้นหรือความไว้ใจคนอื่นมากเกินไป



แต่มันน่าสะเทือนใจมากๆ เพราะเขาเป็นผู้ถูกกระทำ โดนเอาเปรียบ ไม่ต้องไปนับโชคชะตาโหดร้าย ซึ่งไม่อาจเลี่ยงได้

เรื่องราวชีวิตของเขาเป็นอุทธาหรณ์ให้นักเตะรุ่นหลังได้เรียนรู้จดจำ เพื่อไม่ต้องเดินซ้ำรอยอีก

กระนั้นการที่ ซิลวา ยังคงยืนหยัดสู้ด้วยร่างกายที่ไม่ครบ 32 และไม่เคยไปเรียกร้องขอความช่วยเหลือจากใคร มันสะท้อนให้เห็นหัวใจอันแข็งแกร่งได้อย่างดี

"ไม่ว่าอย่างไรผมก็ต้องสู้ต่อ ชีวิตยังต้องเดินไปข้างหน้า"

ซิลวา ทิ้งท้ายไว้ก่อนปิดรายการ โดยที่ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าชีวิตข้างหน้าที่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นอีก


ไม่ว่าวันข้างหน้าจะเจอกับอะไร ขอแค่อย่าพึ่งหมดหวัง Sbobet777 ขอร่วมเป็นกำลังใจให้กับ ดาริโอ ซิลวา มาร่วมเป็นกำลังใจไปพร้อมกับเรา กดลิ้งตรงนี้เลย https://line.me/R/ti/p/@777sbo หรือ 08-44-9990 77, 88 , 99


---------------------------------------------

เห็นก่อน อ่านก่อน !!
กด "ติดตาม" และเลือก "เห็นโพสต์ก่อน (See First) "

https://www.facebook.com/cheerball/

บทความดีๆ เรื่องราวกีฬาฟุตบอล
เรานำเสนอให้คุณได้อ่านทุกวัน

---------------------------------------------

Facebook Comment