ข่าว

สร้างมาเพื่อทำลาย

อัพเดตเมื่อ : May 23, 2019 1:42am โดย : admin

ตอนเกิดเขาไม่ได้ชื่อ สรรวัชญ์ แต่ทุกคนรู้จักกันในนาม วิชะยา เดชมิตร

ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเปลี่ยนมาใช้ชื่อนี้ ด้วยเหตุผลอะไรกันแน่ บางทีมันอาจจะทำให้เขาหลุดพ้นจากคำว่า "เด็กเส้น" ซึ่งผู้คนส่วนใหญ่ยัดเยียดมาให้

คำๆนี้มันเหมือนตามติดไล่ล่า สรรวัชญ์ มาตั้งแต่เด็กๆแล้ว แต่ก็อีกนั่นแหล่ะ หากไม่ใช่เพราะความพยายามทุ่มเทผลักดันของครอบครัว คงไม่มีโอกาสมาไกลถึงวันนี้แน่

เพราะพ่อนี่เองที่เป็นคนปลุกปั้นสนับสนุนให้ "เจ้าแคมป์" ฝึกเล่นด้วยเท้าซ้ายให้มาก เพราะจะช่วยสร้างความแตกต่าง อย่างน้อยการเล่นได้ทั้งสองเท้าแบบเท่ากัน ย่อมได้เปรียบคนอื่น



พอเห็นลูกชายเริ่มฝักใฝ่และจริงจังกับการเล่นฟุตบอล ก็เลยใช้ความสัมพันธ์ส่วนตัวจากการเป็นโค้ชของทีมทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ พาไปฝากเข้าที่โรงเรียนกีฬากรุงเทพฯ โดยเชื่อว่าสถาบันแห่งนี้จะหลอมให้แกร่งกล้าในวิชาลูกหนังมากขึ้น

จากที่เป็นลูกติดแม่ ได้นอนด้วยกันทุกวัน ต้องไปอยู่ที่หอพัก กินนอนและเรียนที่นั้น รวมถึงฝึกซ้อมฟุตบอลอย่างหนักด้วย ไม่แปลกที่จะทำให้เด็กชายแคมป์ร้องไห้ปล่อยโฮแทบทุกวัน

ความสุขของเขาคือช่วงเย็นวันศุกร์ที่พ่อจะมารับกลับบ้าน มันเป็นอย่างนั้นอยู่นานนับเดือน ช่างทรมานเหลือเกิน

ไม่ใช่เพราะห่างครอบครัวอย่างเดียว แต่ สรรวัชญ์ ยังถูกเพื่อนๆมองด้วยสายตาหยามเหยียด ว่าเป็นเหมือน "เด็กเส้น" พ่อฝากเข้ามา ในขณะที่คนอื่นต้องดิ้นรนพิสูจน์ความสามารถ

แม้จะสงสารลูกสักแค่ไหน แต่พ่อแม่ก็ต้องอดกลั้นเอาไว้ จะไปให้ท้ายไม่ได้เด็ดขาด โดยบอกเพียงว่าให้ขยันซ้อมเยอะๆ ทุกอย่างจะดีเอง

นี่เป็นคาถาเบื้องต้นที่พ่อในฐานะเป็นกุนซือมาก่อน รู้ดีว่าการฝึกซ้อมและทำงานอย่างหนัก มันสำคัญขนาดไหนสำหรับนักฟุตบอล



จากที่ไม่เคยมีสกิลหรือทักษะเป็นเรื่องราว เมื่อได้ซ้อมทุกวัน เดาะทุกวัน แปบอลทุกวัน จนเกิดความเคยชิน อีกทั้งใช้เท้าซ้ายให้เยอะขึ้น คำว่า "เด็กเส้น" ที่เกลียดนักหนาก็ค่อยๆ เริ่มหายไป

แต่เพราะต้องออกจากอกพ่อแม่ตั้งแต่ไม่ถึง 10 ขวบ อีกทางหนึ่งทำให้ สรรวัชญ์ ได้เจอเพื่อนหลากหลายรูปแบบ

เมื่อก่อนเฝ้ารอคอยเย็นวันศุกร์ ทุกอย่างค่อยๆเปลี่ยนไป กลายเป็นว่าเขาเริ่มติดเพื่อนตามประสาวัยรุ่น

ขณะเดียวกันความฝันที่อยากติดธงรับใช้ชาติ ก็ค่อยๆจางลง จนแทบไม่เหลืออีกต่อไป

เพราะเมื่อได้ออกสู่โลกกว้างขึ้น "เจ้าแคมป์" จึงรู้ว่า ตัวเองดูด้อยค่าไปเลย ในฟุตบอลระดับนักเรียน

เดิมทีคิดว่าเก่งสุดแล้วในคลาสหรือโรงเรียนเดียวกัน แต่พอถูกแข้งขาสั้นสถาบันดังๆ ไล่ยิงถล่มยับเป็น 10 ประตู ความท้อแท้ก็พุ่งโจมตีอย่างแรง

เล่นได้แค่นี้จะหวังติดทีมชาติอีกหรือ?



คำถามนี้วนเวียนในความรู้สึกเรื่อยมา จนเริ่มคิดว่าไม่มีทางเป็นไปได้เลย เพ้อเจ้อตามประสาคนช่างฝันทั้งสิ้น

ตรงนี้อาจจะเป็นจุดหักเหสำคัญ บีบให้เดินออกมาและเลือกเส้นทางตามวิถีของตัวเองอีกครั้ง

จากสนามฟุตบอลที่เคยเป็นสถานที่ประจำ ก็ถูกร้านเหล้า ผับบาร์ โต๊ะสนุ๊กเกอร์ หรือห้องเพื่อนเข้ามาแทนที่ โดยเฉพาะตอนที่ได้โควต้าเข้าไปเรียน ม.เกษมบัณฑิต แลกกับการเล่นบอลให้ แต่ไม่ได้ความอะไรสักเท่าไร

สรรวัชญ์ กินเหล้าเมาเละแทบไม่เป็นผู้เป็นคนทุกวัน นอนเช้ามืด ตื่นมาอีกทีบ่ายโมง กินข้าวเสร็จ ค่อยตระเวนหาเหล้ากินต่อ

การเรียนไม่ต้องพูดถึงเลยติดเอฟเกือบทุกวิชา เพราะไม่เคยใส่ใจหน้าที่ตัวเองเลยสักนิดเดียว

ชีวิตไร้แก่นสาร ขาดหลักยึดเกาะ จนพ่อกับแม่ได้แต่ส่ายหน้าระอา

แล้วข้อเสนอใหม่จึงเกิดขึ้นในเวลาต่อมา

-----------------------

เกรดเฉลี่ยของเขายังไม่ถึงหนึ่งจุด ไม่มีทางเลี่ยงโดนรีไทร์หรือสิ้นสภาพการเป็นนักศึกษาแน่

ร่างกายก็แย่มากๆ ผอมแห้ง ไม่มีริ้วรอยกล้ามเนื้ออันแข็งแกร่งที่บ่งบอกว่าเคยเป็นนักฟุตบอลมาก่อนเลย

พ่อจึงใช้คอนเนคชั่นตัวเองอีกครั้ง คราวนี้ต่อสายไปหาอาจารย์ณรงค์ซึ่งเป็นสต๊าฟฟ์โค้ชของ แทมปิเนส โรเวอร์ส สโมสรชั้นนำของเอสลีก สิงคโปร์ เพื่อจะฝากฝังให้ลูกชายไปทดสอบฝีเท้า



แต่มีเงื่อนไขว่าค่าใช้จ่ายกินอยู่ที่โน่น ต้องเป็นฝ่ายควักเองทั้งหมด รวมแล้วก็หลายแสน

สรรวัชญ์ ไม่มีทางเลือก อีกทั้งเริ่มสงสารพ่อแม่ที่สู้เพื่อตนอย่างเต็มที่ จึงบ่ายหน้าสู่สิงคโปร์ ชนิดที่ว่ามืดแปดด้านแทบไม่รู้จักใคร

แล้วคำว่า "เด็กเส้น" ก็กลับมาหลอนอีกครั้ง เพราะหลายคนที่ แทมปิเนส ย่อมมองเช่นนี้อย่างช่วยไม่ได้

ภาษาก็ยังเป็นปัญหา สปีกอิงลิชไม่คล่อง เพราะตอนเรียนทิ้งหมด บางครั้งร้องไห้ด้วยความท้อแท้ แต่สุดท้ายเมื่อนึกถึงหน้าแม่ที่ยอมกัดฟันทำงานหนักส่งมานี่ ก็ต้องลุกขึ้นสู้อีก

จนได้รางวัลตอบแทนเป็นสัญญา 1 ปีนั่นเอง

---------------------

ประสบการณ์ต่างแดนที่เอสลีก ทำให้เขาเติบโตขึ้น แม้จะเล่นแค่ 1 ปี

พอหมดสัญญาเรียบร้อย ทาง บางกอกกลาส เอฟซี ที่ตอนนั้นมี สุรชัย  จตุรภัทรพงษ์ เป็นกุนซือใหญ่ ทาบทามไปร่วมทีม ความหมายของการเป็นเด็กเส้นใหญ่ก็แว้งมากัดอีก



วิชะยา เดชมิตร คือใคร? แทบไม่มีคนรู้จัก เพราะไม่คุ้นชื่อในวงการลูกหนังไทย แม้กระทั่งระดับนักเรียน

ใช้เวลาพิสูจน์สักพักติดทีมชาติชุดเอเชี่ยนเกมส์ 2010 ยุค ไบรอัน ร็อบสัน ก็ถูกยัดเยียดเรื่องนี้อีก โดยเฉพาะเมื่อยิงจุดโทษพลาด 2 ครั้งและโดนใบแดงไล่ออก

แฟนบอลทั้งประเทศวิจารณ์อย่างหนัก บางคนด่าแบบหยาบคาย ซึ่ง "เจ้าแคมป์" ได้แต่กล้ำกลืนฝืนรับไว้อย่างไม่มีทางเลือก

เมื่อบวกกับบุคลิกและหน้าตา จึงทำให้ถูกมองในแง่ลบหนักกว่าเดิม

เขาหายหน้าไปจากวงการร่วมปี  แล้วกลับมาอีกครั้ง คราวนี้เป็นผู้ใหญ่ขึ้นและเมื่อย้ายจาก เทโรฯ มาปักหลักกับ แบงค็อก ยูไนเต็ด ก็ค่อยๆพิสูจน์ให้เห็น เพื่อทำลายคำว่า "เด็กเส้น" ให้หมดไป



ผลงานกับทีมชาติในทัวร์นาเมนต์ต่างๆช่วงหลัง เป็นเครื่องค้ำยันให้ทุกคนรู้ว่า ฝีเท้าของ สรรวัชญ์ ดีพอที่จะติดธง ชนิดไร้ข้อครหา

การฝึกฝนด้วยเท้าซ้ายที่เล่นได้ไม่ต่างกับเท้าขวา มันส่งผลชัดเจนแล้วในวันนี้เอง

แล้วเซนส์บอลอันยอดเยี่ยม ยังคือความแตกต่างที่ฉุดให้กลายเป็นกองกลางแถวหน้าของเมืองไทยปัจจุบัน โดยเฉพาะการแอสซิสต์ที่เฉียบขาด

แต่เพราะความแตกต่างไม่เหมือนใครนี่เอง ที่สร้างเรื่องขึ้นมาอีกครั้ง

------------------------

เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาเกมไทยลีกที่ แพท สเตเดี้ยม ระหว่าง การท่าเรือ เอฟซี กับ แบงค็อก ยูไนเต็ด เกิดเรื่องอื้อฉาวอย่างที่หลายคนรับรู้กัน

ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ซึ่งบรรยากาศเกมในสนามเต็มไปด้วยความตึงเครียด จากผลพวงการทำหน้าที่ผิดพลาดของผู้ตัดสินหลายครั้ง

เมื่อทาง แบงค็อก โดนเป่าฟาวล์เสียฟรีคิกกลางสนาม นักเตะบางคนจึงไม่พอใจเข้าไปโวยผู้ตัดสิน ก่อน สรรวัชญ์ จะใช้จังหวะชุลมุน กระแทกหมัดซ้ายเข้าที่ท้อง

มันเป็นการกระทำที่อุกอาจในเกมอย่างมาก ไม่แปลกใจที่จะโดนใบแดงไล่ออก รวมถึงโดนลงโทษภายหลังแบนยาว 8 นัด ปรับอีก 120,000 บาท เรียกว่าอ่วมเลยทีเดียว



นี่เข้าข่ายทำร้ายร่างกาย ผู้ที่มีอำนาจซึ่งเปรียบเสมือนตุลาการในสนาม ความผิดร้ายแรงอย่างยิ่ง

หลายคนไม่แปลกใจเท่าไร เพราะวีรกรรมของ สรรวัชญ์ ที่ผ่านมาก็ฟ้องอยู่แล้ว

เพียงแต่ว่าในวันที่เติบโต ดั้นด้นอดทนพิสูจน์ตัวเองมาขนาดนี้แล้ว ทำไมต้องกลับสู่อดีตที่ไม่น่าจดจำของตัวเองอีก

ไม่ใช่แค่โทษแบนยาวและปรับเงินก้อนโตเท่านั้น เขาอาจจะหลุดจากทีมชาติชุดคิงส์ คัพอีกต่างหาก

สร้างมาแทบตาย แล้วก็มาทำลายด้วยตัวเอง

ในวันที่คำว่า "เด็กเส้น" หายไป เขาก็ไม่ควรให้คำว่า "แบดบอย" มาแทนที่



มันไม่น่าภาคภูมิใจอะไรเลยจริงๆ


ไม่ว่าปัญหาจะมากมายเพียงใด ทางเราก็ขอเป็นกำลังใจให้ เจ้าแคมป์ ต่อสู้ทั้งในและนอกสนามและก้าวไปสู่ช่วงเวลาที่ดีอีกครั้งนะครับ MYSBOBET ขอร่วมเป็นกำลังใจให้กับ "เดอะ กันเนอร์ส" มาร่วมเป็นกำลังใจไปพร้อมกับเรา กดลิ้งตรงนี้เลย  https://line.me/R/ti/p/@mysb99 หรือ 08-44-9990 77, 88 , 99

---------------------------------------------

เห็นก่อน อ่านก่อน !!
กด "ติดตาม" และเลือก "เห็นโพสต์ก่อน (See First) "

https://www.facebook.com/cheerball/

 
บทความดีๆ เรื่องราวกีฬาฟุตบอล
เรานำเสนอให้คุณได้อ่านทุกวัน

---------------------------------------------
Facebook Comment