ข่าว

ในวันที่ฝันเป็นจริง

อัพเดตเมื่อ : May 28, 2019 1:27am โดย : admin

"ไอ้หนูแกจำเอาไว้นะ ถ้าแกอยากจะประสบความสำเร็จ ต้องทำตัวเป็นมืออาชีพ แต่ถ้าแกยังเป็นแบบพวกสมัครเล่นก็อย่าหวังไปเลย"

ข้างบนคือประโยคที่ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน พูดย้ำๆวนไปวนมาหลายครั้ง เพื่อกระตุ้นให้ เดวิด เบ็คแฮม ประสบความสำเร็จบนเส้นทางนักเตะอาชีพให้ได้

แน่นอน เบ็คแฮม เป็นคนที่มีความมุ่งมั่น เต็มไปด้วยความกระหายและกระตือรือร้น แต่ส่วนหนึ่งที่ผลักดันไปข้างหน้าอย่างสง่างาม เพราะผ่านการเคี่ยวกรำจาก เฟอร์กี้ นี่แหล่ะ

ไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไม เขาถึงยืนหยัดเป็นแข้งอาชีพได้นานมาก เล่นจนถึง 37 ปีกว่าจะแขวนสตั๊ด อีกทั้งยังคงระดับมาตรฐานได้อย่างยอดเยี่ยมด้วย



เฟอร์กี้ เคยเล่าให้ฟังว่า หากจะถามหานักเตะคนไหนภายใต้การดูแลที่มีสภาพร่างกายฟิตเปรี๊ยะมากสุดแล้ว เขาแทบไม่ต้องคิดเลยจะตอบชื่อ เบ็คแฮม ทันที

ดาวเตะรูปงามดูแลตัวเองดีมากๆ ตั้งแต่สมัยวัยรุ่นแล้ว ทดสอบสมรรถภาพคราวใดก็มักเบียดเพื่อนๆ เข้าวินเสมอ

นอกจากฝึกซ้อมอย่างหนักและมักเพิ่มคอร์สต่างๆให้กับตัวเอง เก็บกระเป๋ากลับบ้านหลังสุดแล้ว เรื่องโภชนาการก็เอาใจใส่อย่างยิ่ง กินอยู่หลับนอนอย่างไร เพื่อช่วยให้ความฟิตไม่ตก

เรื่องนี้สร้างความภาคภูมิปลาบปลื้มให้กับป๋าเหลือเกิน จนกระทั่งศิษย์เลิฟไปคบหากับ วิคตอเรีย อดัมส์ แห่งสไปซ์ เกิร์ลนั่นแหล่ะที่ เบ็คแฮม เริ่มเปลี่ยนไปทีละน้อย

บางครั้งถึงขั้นแสดงอาการหรือชักสีหน้าให้เห็น เมื่อไม่พอใจกับคำสั่ง สมาธิก็ไม่ค่อยอยู่กับร่องกับรอย จนทำให้ เฟอร์กี้ เชื่อว่า "ความรักแบบหนุ่มสาว" กำลังจะเป็นอุปสรรคบั่นทอน



จากนักเตะที่เต็มไปด้วยวินัย ความหย่อนหยานเริ่มคืบคลานมาแทน เบ็คแฮม เคยขาดซ้อมถึง 2 ครั้ง คราวแรกไปปาร์ตี้วันเกิดเพื่อน มาซ้อมช่วงเช้าไม่ทัน ก่อนเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกเจอ สตวร์ม กราซ

อีกครั้งคือตอน บรู๊คลีน ป่วยหนักมาก ตัวร้อนรุนแรงจนหน้าตาซีดเซียว เขาต้องพาลูกชายคนแรกไปโรงพยาบาลกะทันหัน

ทั้งสองครั้งโดนมาตรการลงโทษตามปกติ คือปรับเงินและถูกตำหนิจาก เฟอร์กี้

แต่ดูเหมือนพวกสื่อตื่นตัวกับข่าวนี้มากๆ ถึงขนาดโหมว่าความสัมพันธ์ระหว่าง เฟอร์กี้ กับ เบ็คแฮม กำลังจะขาดสะบั้น ซึ่งมันเกินเลยความจริง

อย่างไรก็ตามภาพหรือข่าวต่างๆ ที่สื่อนำเสนอมาช่วยไม่ได้ที่จะทำให้ เฟอร์กี้ มองว่าปีกสุดหล่อพยายามทำตัวเป็นเพลย์บอย จึงเกิดความไม่ไว้ใจ พร้อมจะจับผิดประจำ

ก่อนรอยร้าวจะปริแยกขาดจากกันในเดือน กุมภาพันธ์ ปี 2003 จากเหตุการณ์ "สตั๊ดบิน" หลังจาก แมนฯยูไนเต็ด พ่ายคาบ้านให้ อาร์เซน่อล ตกรอบเอฟเอคัพ



เฟอร์กี้ สารภาพว่าไม่ได้เจตนาจะเตะอัดหน้า เบ็คแฮม มันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะแม่นยำถึงขั้นกระแทกเข้าที่คิ้วจนเรียกเลือด เพียงแต่ทำไปเพราะอารมณ์เดือดดาล ผิดหวังในผลงานต่ำกว่ามาตรฐานของลูกทีม

ทว่า เบ็คแฮม กลับคิดตรงกันข้าม มองว่าเจ้านายจงใจ จึงผลุนผลันออกจากห้องแต่งตัว

ก่อนจะย้ายไป เรอัล มาดริด หลังจบฤดูกาลนั้น

--------------------------

ความฝันของ เบ็คแฮม ที่แน่ๆมีอยู่ 2 อย่างด้วยกัน

อย่างแรกคือเป็นกัปตันทีมชาติอังกฤษ ซึ่งฝันเป็นจริง แถมยังได้ติดธงรับใช้ชาติทะลุ 100 นัดอย่างยิ่งใหญ่อีกต่างหาก



อย่างสองคือเป็นกัปตันทีม แมนฯยูไนเต็ด และขึ้นแท่นตำนานถูกบรรจุชื่อเข้าสู่หอเกียรติยศ รวมทั้งแขวนสตั๊ดที่นี่

เขาอาจได้เป็นตำนาน แต่ไม่ได้รับมอบปลอกแขนกัปตัน รวมทั้งไม่ได้เล่นจนเลิกแบบ "วันแมน วันคลับ"

พอย้ายไป เรอัล มาดริด บทบาทดูน้อยเกินไป ความโดดเด่นในทีมเหมือนเค้กที่ถูกผ่าแบ่ง เพราะมีซูเปอร์สตาร์หลายคนมากๆ

แล้วเมื่อตัดสินใจย้ายไป แอลเอ กาแล็คซี่ ในปี 2007 มันสร้างความผิดหวังให้กับ เฟอร์กี้ อย่างยิ่ง

ไม่ใช่เสียดายเพราะไม่ย้ายกลับมา แมนฯยูไนเต็ด ความจริงคือป๋าไม่เคยยื่นข้อเสนอไปให้และไม่มีความคิดดึงคืนถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด



แต่มองว่าอดีตลูกทีมคนนี้ที่ปลุกปั้นมากับมือ กำลังจะหมดพาสชั่น มองเห็นฮอลลีวู้ดหรือวงการมายาของพวกอเมริกันสำคัญกว่าฟุตบอล

เพิ่งจะอายุแค่ 30 กว่าๆและเป็นนักเตะที่ดูแลร่างกาย รักษาความฟิตมาดีเสมอ ไหนจะมีความพยายามมากกว่าคนอื่น จู่ๆเลือกทิ้งเส้นทางเกียรติยศความสำเร็จ ไปเล่นในลีกที่เรียกฟุตบอลว่าซอคเก้อร์ซะอย่างนั้น

ตอนนั้น เบ็คแฮม เองน่าจะมีความคิดโจนสู่โลกเซลลูลอยด์ด้วย อีกทั้งยังมี วิคตอเรีย คอยสนับสนุนอยู่ตลอดเวลา จึงเลือกอเมริกาที่ตอบโจทย์ได้อย่างดี โดยยอมให้ฟุตบอลเป็นเพียงแค่ส่วนประกอบ

แล้ว เบ็คแฮม ก็มารู้ซึ้งว่า ตัวเองถนัดอะไรและควรเดินเส้นทางไหน



นั่นจึงเลือกที่จะไปเล่นกับ เอซี มิลาน ในแบบยืมตัว จนกระทั่งได้หวนคืน โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด อีกครั้ง ในฐานะผู้เล่นฝั่งตรงข้าม สวมยูนิฟอร์มปีศาจแดงดำ

มันเป็นเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกนัดสอง ซึ่งชื่อของดาวเตะสุดหล่อถูกวางไว้เป็นตัวสำรอง

อย่างไรก็ตามนาทีที่ 64 เขาถูกเปลี่ยนลงมาแทน อิกนาซิโอ อบาเต้ ท่ามกลางเสียงปรบมือต้อนรับของแฟนยูไนเต็ดอย่างอบอุ่น

สิ้นเสียงนกหวีดสุดท้าย แม้ มิลาน จะพ่ายยับ 0-4 รวมสองนัดเละ 2-7 ตกรอบอย่างน่าอดสู ทว่ากองเชียร์เจ้าบ้านมากมาย อยู่รอทักทายกับ เบ็คแฮม

แฟนคนหนึ่งเอาผ้าพันคอสีเขียวเหลืองย้อนยุคที่เป็นสัญลักษณ์ต่อต้านการเข้าฮุบกิจการของพวกตระกูลเกลเซอร์ ให้เขาได้พันไว้ที่คอแล้วเดินปรบมือขอบคุณรอบสนาม



ตอนนั้น เบ็คแฮม รู้แล้วว่าพลาดมหันต์ที่เลือกย้ายหนีมา แทนที่จะเคลียร์ใจกับ เฟอร์กี้ เพื่ออยู่กับ แมนฯ ยูไนเต็ด

แล้วยังเข้าใจแจ่มแจ้งเลยว่า สโมสรไหนและผู้จัดการทีมคนใดเหมาะกับเขามากที่สุด

แม้มันจะสาย แต่อย่างน้อยก็ยังได้สำนึก

----------------------

เกมการกุศล "เทรเบิ้ล รียูเนี่ยน" รำลึก 3 แชมป์ประวัติศาสตร์ของ แมนฯ ยูไนเต็ด ที่โรงละครแห่งความฝัน เมื่อคืนวันอาทิตย์ บรรยากาศช่างคึกคักเหลือเกิน

เบ็คแฮม ได้ลงเล่นทั้งเกมครบ 90 นาที โดยไม่มีการสลับสับเปลี่ยนกับใคร ก่อนปีศาจแดงถล่ม 4-0

ช็อตสำคัญที่เรียกเสียงเชียร์จากแฟนๆในสนามได้มากสุด คือท้ายเกม ซึ่งสุดหล่อพ่อลูกสี่ ล็อกหลบ ฮันส์ ฟลูกเลอร์ ก่อนยิงแสกหน้าเสียบเสาแรกอย่างสวยงาม

เร้ด อาร์มี่ ทั้งสนาม "สแตนดิ้ง โอเวชั่น" หรือให้เกียรติยืนปรบมือโดยพร้อมเพรียงกัน



นอกจาก เบ็คแฮม จะแสดงให้เห็นถึงสภาพร่างกายที่ฟิตเหมือนสมัยหนุ่มๆ เพราะยังคงดูแลเอาใจใส่อย่างดีแล้ว เขาโชว์พาสชั่นหรือความมุ่งมั่นให้ประจักษ์กะตาด้วย

อีกทั้งเครื่องหมายการค้าซึ่งคือการเปิดบอลยาวอันฉมัง ยังสร้างความตรึงใจให้กับทุกคน

มีการเปรียบเทียบว่า เบ็คแฮม ในวัย 44 ปี ยังตั้งใจมุ่งมั่น ทะลักไปด้วยพาสชั่นมากกว่าแข้งปัจจุบันหลายคนมากนัก

ไม่นับฝีเท้าที่ยังไว้ลายไอ้เสือร้ายในอดีต อวดให้เด็กๆมันเห็นเลยว่า รุ่นพี่ในอดีตเขาทำกันไว้อย่างไร

ลองย้อนกลับไปดูจังหวะที่เขาฉลองประตู 4-0 ด้วยความสะใจ มันสะท้อนให้เห็นชัดเจนเลยว่า ภูมิใจมากแค่ไหน เมื่อยิงได้ภายใต้สีเสื้อของ แมนฯยูไนเต็ด



ภาพตัดกลับไปที่ เฟอร์กี้ ซึ่งนั่งดูอยู่บนอัฒจันทร์ ฉีกยิ้มกว้างพร้อมกับปรบมือแรงๆ บางทีเขาอาจนึกย้อนไปยังวันก่อนๆ สมัยร่วมงานกัน

จบเกมความประทับใจยังอยู่ที่ป๋าเดินเข้ามาพูดคุยกับ เบ็คแฮม อย่างเป็นกันเอง ดูเหมือนว่ารอยร้าวจะได้รับการเคลือบประสานดีแล้ว

บางทีอาจไม่ต้องพูดเคลียร์ใจกันให้เปลืองเวลาด้วยซ้ำ แค่สายตาประสานกัน ส่งยิ้มให้กันและลงไปโชว์ผลงานในสนามเท่านั้นเอง

สำหรับคนที่ผ่านอุปสรรคมาด้วยกัน ร่วมสู้ฟาดฟันเคียงข้าง ไม่ยากถ้าจะเปิดใจ ให้อภัย นำมิตรภาพกลับคืนมา

เชื่อว่าแฟนผีทุกคนยังจดจำและรัก เบ็คแฮม ไม่เสื่อมคลาย

ไม่แน่ว่า เบ็คแฮม อาจจะรู้สึกเหมือนได้แขวนสตั๊ดที่นี่สมใจแล้ว หลังเกมนี้จบลง



คลิปไฮไลท์ฟุตบอลรีแมตช์ ทริปเปิ้ลแชมป์: แมนฯยูไนเต็ด Vs บาเยิร์น มิวนิค
http://cheerball.com/clips/main/view/12575


-----------------------------------------

กว่าที่ เดวิด เบ็คแฮม จะได้กลับมาโรงละครแห่งความฝัน ในฐานะนักเตะ แมนฯ ยูไนเต็ด ต้องรอคอยนานหลายปีด้วยกัน แต่หากใครใจร้อนและไม่อยากรอมาเริ่มต้นกับ มาเริ่มต้นกับ MYSBOBET ได้ในทันทีตลอด 24 ชั่วโมงติดต่อเลยที่ https://line.me/R/ti/p/@MYSB-99 หรือ 08-44-9990 77, 88 , 99

---------------------------------------------

เห็นก่อน อ่านก่อน !!
กด "ติดตาม" และเลือก "เห็นโพสต์ก่อน (See First) "

https://www.facebook.com/cheerball/


 
บทความดีๆ เรื่องราวกีฬาฟุตบอล
เรานำเสนอให้คุณได้อ่านทุกวัน

---------------------------------------------
Facebook Comment