ข่าว

ไม่มีแม้แต่คำกล่าวลา

อัพเดตเมื่อ : June 03, 2019 1:07am โดย : admin

โฆเซ่ อันโตนิโอ เรเยส ย้ายมา อาร์เซน่อล ตอนอายุไม่ถึง 21 ปีด้วยซ้ำ

มันเป็นการย้ายทีมที่ดูฉุกละหุกไม่น้อย เพราะเกิดขึ้นในเดือนมกราคมเป็นช่วงตลาดซื้อขายรอบสองเปิดอีก 1 เดือน

แต่ อาร์แซน เวนเกอร์ อยากจะเพิ่มความหลากหลายในเกมรุกให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เลยจัดการคว้าตัวมาเพื่อลุ้น 3 แชมป์ใหญ่ เหมือนอย่างที่ แมนฯยูไนเต็ด เคยทำได้เมื่อปี 1999

ตอนนั้นปืนโตเปรี้ยงปร้างมากๆ ผ่านปีใหม่มาด้วยผลงานไร้เทียมทาน ในพรีเมียร์ลีกสะกดคำว่าแพ้ไม่เป็น เกมรับถูกขันน็อตจนแน่นตึง ส่วนเกมรุกก็มีตัวทีเด็ดมากมายทั้ง เดนนิส เบิร์กแคมป์ , เธียร์รี่ อองรี และ ซิลแว็ง วิลตอร์ รวมทั้ง เอ็นวานโก้ คานู อีกคน



รายชื่อเหล่านี้ล้วนแต่เป็นกองหน้าอาชีพ มักจะถนัดยืนพื้นที่ข้างในมากกว่า

แต่ เรเยส มีความเป็นปีกธรรมชาติ ด้วยคุณสมบัติรวดเร็ว แคล่วคล่อง ปราดเปรียว แถมสกิลก็ยอดเยี่ยม จนถูกยกย่องให้เป็น "วันเดอร์คิด" ของวงการลูกหนังสเปนอีกต่างหาก

ได้รับการโปรโมทให้ขึ้นทีมชาติสเปนชุดใหญ่ตั้งแต่อายุแค่ 20 ซึ่งถือว่าเร็วมากๆ

จริงๆแล้วก่อน เรเยส จะมาไม่กี่วัน อาร์เซน่อล กำลังลุ้นบันทึกประวัติศาสตร์หน้าใหม่ เพราะคั่วแชมป์หมดทั้ง 4 รายการ แต่เพิ่งทำลีกคัพหลุดมือไปเมื่อพ่ายต่อ มิดเดิ้ลสโบรช์ ในรอบรองชนะเลิศ

เวนเกอร์ คงเล็งเห็นแล้วว่า เมื่อยังเหลือความหวังอีก 3 ถ้วยสำคัญ จะต้องเพิ่มความแกร่งขุมกำลัง รวมทั้งปรับขนาดทีมให้ได้สมดุลด้วย ไม่อย่างนั้นนักเตะอาจจะล้าเกินไป เพราะต้องทำศึกรอบด้าน

จึงมองว่า เรเยส น่าจะเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญ ช่วยผลักดันไปสู่เป้าหมายได้ นั่นแหล่ะจึงยอมจ่ายค่าตัวเป็นสถิติสโมสร 17 ล้านปอนด์ ท่ามกลางความสงสัยกังขาของสื่ออังกฤษมากมาย



เพราะล้วนแต่ตั้งคำถามว่า เรเยส เป็นคน เจ๋งขนาดไหนจนทำให้ อาร์เซน่อล ยอมควักเงินก้อนโตเช่นนี้

ส่วน เรเยส ยอมรับในคราวแรกว่าตื่นเต้นปนแปลกใจไม่น้อย แต่เมื่อโอกาสมาถึงคงไม่ปฎิเสธ แม้ฟุตบอลอังกฤษจะคือพิมพ์เขียวของความโหดหิน ทั้งเร็วและหนัก แถมไม่มีช่วงเบรกพักครึ่งฤดูกาลด้วย

แล้วเขาก็ลิ้มรสความจริงนี้ด้วยตัวเอง

----------------------

"เกมก่อนหน้านั้นที่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด พวกเราได้รับคำเตือนว่าให้ระมัดระวัง อันโตนิโอ เรเยส ให้มาก"

"ดังนั้นก็เลยจัดหนักให้เป็นพิเศษ ทั้งผม ทั้ง ฟิล และทั้ง สโคลซี่ ล้วนไล่อัดอย่างไม่ยั้ง จนอยู่ในสนามต่อไม่ได้ แต่เป็นการแรงในเกมในฐานะคู่แข่งโดยตรงนะ"

"พอถึงเกมที่ ไฮบิวรี่ ผมจำได้ว่ามีเสียงดังขึ้นมาจากทางด้านหลัง วิเอร่า ตะโกนบอกผมว่า เนวิลล์ เนวิลล์ วันนี้มึงไม่ได้เตะพวกกูหรอก"

"ทันใดนั้น รอย ก็หันกลับไป เพราะได้ยินในสิ่งที่เขาพูด ก่อนพุ่งตรงเข้าไปหา พอเห็นเข้า วิเอร่า เลยเอาน้ำในขวดที่อยู่ในมือสาดใส่ รอย ซะงั้น และหลังจากนั้นความชุลมุนก็เริ่มต้นขึ้น"


แกรี่ เนวิลล์ เล่าอดีตให้ฟังไว้อย่างนี้ ในวันที่ แมนฯยูไนเต็ด กับ อาร์เซน่อล คืออริที่ห้ำหั่นกันอย่างดุเดือดมากๆ

หลายคนน่าจะพอจำเหตุการณ์ที่ แกรี่ พูดถึง เพราะมีคลิปวีดิโอสั้นๆ ก่อนผู้เล่นทั้งสองทีมจะออกจากโถงทางเดินห้องแต่งตัวลงสู่สนาม

รอย คีน เดินตามมาจากข้างหลังแล้วชี้ไปที่ ปาทริค วิเอร่า กัปตันทีมปืนโตว่า เดี๋ยวแกมาเจอกับฉัน อย่าไปรังแกคนที่ตัวเล็กกว่า ร้อนถึง แกรแฮม โพลล์ ผู้ตัดสินต้องเข้ามาปราม บรรยากาศตึงเครียดมากๆ

ด้วยความที่ยังอายุน้อย มาจากต่างบ้านต่างเมือง แล้วต้องมาเจอเกมหนักๆอีก จึงยากที่ เรเยส จะรับมือได้

ซีซั่นแรกของเขาจบลงด้วยแชมป์พรีเมียร์ลีกแบบไร้พ่ายอย่างเกรียงไกร จนสื่อเรียกทีมชุดนั้นของ อาร์เซน่อล ว่า "The Invincible" หรืออยู่ยงคงกะพัน



แต่ เรเยส แทบไม่ได้ช่วยอะไรมากนัก ฝันที่จะสอยสามแชมป์จึงแหลกสลาย แพ้ให้กับ แมนฯยูไนเต็ด ในรอบรองชนะเลิศเอฟเอ คัพ และโดน เชลซี สอยร่วงในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกรอบควอเตอร์ไฟนั่ล

นอกจากนี้เขายังเป็นโรคโฮมซิคหรือคิดถึงบ้านอย่างหนักในต้นปี 2005 อีกด้วย  จนมีข่าวว่าอยากจะย้ายกลับสเปนเหลือเกิน

อาร์เซน่อล เองต้องหาทางออกด้วยการออกค่าใช้จ่ายพา ฟรานเชสโก้ และ มาเรีย พ่อกับแม่รวมถึง เฆซุส น้องชายมาอยู่ในอังกฤษ เพื่อให้คลายเหงาด้วย จึงจะดีขึ้นบ้าง

ฟอร์มในสนามก็เริ่มเข้าฝักมากขึ้น จนทำให้สโมสรตัดสินใจขยายสัญญาเพื่อหวังให้เป็นอนาคตของทีม

เรเยส เองก็เชื่ออย่างนั้น แต่อีกไม่นานอาการอยากกลับบ้านก็กำเริบอีก

ตอนนั้น เวนเกอร์ หงุดหงิดมากๆ เพราะ เรเยส งอแงอยากจะย้ายทีมให้ได้ อีกทั้ง เรอัล มาดริด ก็ตามจีบหนักเหลือเกิน สุดท้ายจึงถูกหั่นชื่อทิ้งจากเกมยูฟ่า แชมเปี้ยส์ ลีกในรอบน็อกเอาท์และปล่อยให้ราชันชุดขาวยืมไปใช้งาน 1 ฤดูกาล



คืนสู่มาตุภูมิสมใจนึก แต่ เรเยส คงไม่คาดคิดว่าจะไม่ได้กลับมา อาร์เซน่อล อีกแล้ว

-------------------------

หลังหมดสัญญายืมตัวกับ เรอัล มาดริด เรียบร้อย เขาหวังจะได้รับสัญญาถาวร เพราะต้องการอยู่ที่นี่และ เวนเกอร์ ก็ไฟเขียวแล้วให้ย้ายได้

ระหว่างที่ราชันชุดขาวยังชั่งใจเงื้อง่าอยู่นั่นเอง แอตเลติโก้ มาดริด คู่แข่งร่วมเมืองก็มาจับเซ็นสัญญาด้วยค่าตัว 12 ล้านยูโร

จากนั้นมาดูเหมือนว่ากราฟชีวิตค้าแข้งของเขาจะดิ่งลงเรื่อยๆ แม้จะได้ลงสนามต่อเนื่องก็ตาม แต่ฟอร์มยังไม่เป็นไปตามคาดหวัง อีกทั้งหลุดจากทีมชาติสเปนถาวร

ระหว่างปักหลักกับทัพตราหมียังถูกปล่อยให้ เบนฟิก้า ยืมตัวใช้งานหนึ่งฤดูกาล แล้วจึงระหกระเหินกลับมายัง เซบีย่า อีกรอบและต่อให้กลายเป็นแข้งสถิติคว้าแชมป์ยูฟ่า ยูโรปา ลีก 5 ครั้ง แต่ เรเยส เป็นแค่ตัวประกอบเท่านั้น



พอวัยเริ่มมากย่างเข้า 33 ปี โยกไปอยู่ เอสปันญ่อล เซ็น 2 ปีทว่าเล่นได้แค่ปีเดียวเท่านั้นเอง เพราะสภาพร่างกายเริ่มแย่หนัก อาจด้วยเพราะไม่ได้ดูแลอย่างที่ควรจะเป็น

ป้ายต่อมาคือ กอร์โดบา ซึ่งเล่นอยู่ไม่กี่เดือน แล้วจึงหวังไปกอบโกยโค้งสุดท้ายที่จีนกับ ซินเจียง เทียนซาน โดยคิดว่าชื่อเสียงที่สั่งสมมาน่าจะพอช่วยทำเงินได้บ้าง

แต่เพราะสภาพที่ย่ำแย่จริงๆ ขนาดลีกรองจีนยังไม่อาจเอาตัวรอดได้ ต้องกลับมายังบ้านเกิดอีกครั้ง ก่อน เอ็กซ์เตรมาดูร่า ที่อยู่ในลีกรองหรือเซกุนด้าจะอ้าแขนเปิดต้อนรับ ให้สัญญาระยะสั้น 5 เดือน

แล้วน่าทึ่งตรงที่ จากผลงานที่เคยทรุดหนัก พอ เรเยส ย้ายมา เอ็กซ์เตรมาดูร่า กลับกระเตื้องขึ้นเรื่อยๆ แม้ความจริงแล้วเขาจะเป็นตัวสำรองส่วนใหญ่ก็ตาม เหมือนมีชะตาต้องกัน จนสถานการณ์ที่ควรตกชั้น กลายเป็นเอาตัวรอดได้สำเร็จ

กระทั่งสโมสรกำลังพิจารณาสัญญาให้อีกครึ่งปี เป็นรางวัลตอบแทน

ยังไม่ทันได้เซ็น เรเยส ก็จากไปก่อน ด้วยอุบัติเหตุรถยนต์ที่เสียหลักพลิกคว่ำจนไฟลุก เสียชีวิตพร้อมกับญาติที่นั่งมาด้วยกัน



---------------------

“เพื่อนรักคนแรกในโลกฟุตบอลของผม  เพื่อนร่วมห้องที่เปิดแอร์นอนตลอดแม้จะอากาศ -10 องศา คนเรียบง่ายแต่มีรอยยิ้มให้ทุกคนเสมอ"

"ผมตื่นมารู้ข่าวด้วยความรู้สึกที่แย่หนักมาก ผมจะไม่ลืมเลยตอนที่เขาและครอบครัวต้อนรับผมในคริสต์มาสแรกที่อังกฤษ  ตอนนั้นผมอายุแค่ 16 ปีและเหงามาก"

"เราจะไม่ลืมเกมเทนนิส ฟุตบอลในยิมที่เล่นกันช่วงซ้อม ผมพูดอยู่เสมอว่านายคือหนึ่งในแข้งพรสวรรค์ที่ยอดเยี่ยมที่สุดในฟุตบอลของเราและผมรู้ว่าผมพูดไม่ผิด เมื่อ 2 วันก่อนผมพูดถึงคุณในการให้สัมภาษณ์อยู่เลย"

"ผมจะไม่มีทางลืมคุณ ขอให้ไปสู่สุคตินะโฆเซ่ อันโตนิโอ เรเยส รักนายเป็นอย่างมาก”

เชส ฟาเบรกาส เขียนถ้อยคำอำลาทั้งน้ำตาถึง เรเยส เมื่อครั้งอยู่ที่ อาร์เซน่อล ด้วยกัน



แน่นอนมันสะเทือนใจมากๆที่ต้องเจอกับความสูญเสียเช่นนี้ ไม่มีใครอยากเจอ แต่ไม่มีใครที่หนีไม่พ้น

ตลอด 35 ปีที่มีลมหายใจ เรเยส ยังอาจไม่ได้พูดบางคำหรือไม่ได้ทำอะไรอีกหลายอย่างให้กับคนที่รัก

ไม่มีแม้กระทั่งคำกล่าวอำลา

ทว่าอย่างน้อยยังเหลือความทรงจำที่น่าจะล้ำค่าที่สุดแล้ว

Cheerball ขอแสดงความเสียใจกับการจากไปของ เรเยส ด้วยนะครับ สำหรับใครที่ได้อ่านเรื่องราวของ "เรเยส" กันแล้วอย่าลืมมาลองแวะชมเว็บไซต์น่าสนใจอย่าง MYSBOBET กันสักหน่อย รับรองมอบความตื่นเต้น บริการสะดวกรวดเร็ว ติดต่อมาเลยที่ https://line.me/R/ti/p/@MYSB-99 หรือโทรที่ 08-0003-1188 / 08-0003-1177

---------------------------------------------

เห็นก่อน อ่านก่อน !!
กด "ติดตาม" และเลือก "เห็นโพสต์ก่อน (See First) "

https://www.facebook.com/cheerball/

 
บทความดีๆ เรื่องราวกีฬาฟุตบอล
เรานำเสนอให้คุณได้อ่านทุกวัน

---------------------------------------------


Facebook Comment