ข่าว

ต้องเปลี่ยน

อัพเดตเมื่อ : June 09, 2019 7:58am โดย : KingKong

    "คิงส์ คัพ" ครั้งที่ 47 คือรายการที่ล้มเหลวอย่างมากสำหรับทีมชาติไทยในฐานะเจ้าภาพที่แพ้รวด 2 นัดและยิงประตูไม่ได้เลย

     ไม่เคยแพ้เวียดนามคาบ้านมาราวยี่สิบปีก็แพ้ ไม่เคยแพ้อินเดียคาบ้านมาครึ่งศตวรรษก็แพ้


     การจบตำแหน่งบ๊วยของรายการเป็นผลการแข่งขันที่น่าผิดหวังและทำให้เกิดคำถามมากมายว่าทัพทีมชาติไทยยุคนี้จะเดินหน้าต่อไปได้อย่างไร

     ผลการแข่งขันไม่ได้ ฟอร์มการเล่นก็ไม่น่าประทับใจ ความสวยงามเอ็นเตอร์เทนแฟนบอลไปด้วยยิ่งไม่ต้องพูดถึง

     ไม่มีเลยแม้แต่อย่างเดียวที่ทีมชาติไทยชุดนี้แสดงให้เห็นว่ามีอนาคตที่ดีรออยู่ข้างหน้า

     สมาคมฟุตบอลฯ ยังมองโลกสวยงามบอกว่าเราได้บทเรียนล้ำค่าที่มีประโยชน์ต่อวันข้างหน้า เป็นประโยคเดิมๆ ที่แฟนบอลฟังแล้วได้แต่ส่ายหน้าเพราะที่ผ่านมาหลายปียังได้บทเรียนไม่พออีกหรือ

     แฟนบอลไทยเคยผิดหวังและเสียใจกับผลงานของทีมชาติมาหลายยุคหลายสมัย แต่ก็ยังคงมีศรัทธาอยู่เสมอ ยังคงคอยให้กำลังใจในทุกครั้งที่ทัพช้างศึกเดินลงสู่สนาม


     ทว่าความศรัทธาที่มีกำลังถูกทำลายลงเรื่อยๆ กลายเป็นความเจ็บปวดที่เข้ามาทดแทนมากขึ้น

     ฟุตบอลไทยต้องถึงเวลาเปลี่ยนแปลงและลงมือทำจริง ไม่ใช่วาดภาพสวยหรูอยู่ในอากาศ แต่ไม่รู้วิธีปฏิบัติจริง

    "โค้ชโต่ย" รวมถึง "โค้ชโชค" ได้โอกาสมากพอแล้ว ควรต้องเปิดทางให้คนอื่นได้เข้ามาคุมแทน หากสมาคมฟุตบอลฯ ไม่ตัดสินใจให้เด็ดขาด โค้ชทั้งคู่ก็ควรแสดงสปิริตลาออกเอง

     หากคิดถึงส่วนรวม คิดถึงประเทศชาติจริงก็ต้องไม่ฝืน การคุมทีมระดับชาติไม่ใช่งานเล็กๆ ต้องมีคุณสมบัติหลายอย่างทั้งความรู้ มันสมองในการแก้เกม อำนาจบารมี จิตวิทยา ฯลฯ

     หากพิจารณาตัวเองว่าไม่ได้มีคุณสมบัติมากพอที่จะนำช้างศึกตัวนี้เดินหน้าไปได้ ก็ควรต้องหยุด และเปิดโอกาสให้คนอื่น



     ฝืนไปก็เจ็บตัวเปล่า อะไรที่ไม่ใช่ก็คือไม่ใช่ ในวันหน้าหากฟูมฟักความรู้ความสามารถแก่กล้ามากพอก็ค่อยกลับมาใหม่ แฟนบอลไทยพร้อมให้โอกาสอยู่แล้ว

     แต่ตอนนี้ถึงเวลาแล้วจริงๆ

     อันที่จริง การอยู่ในตำแหน่งของโค้ชโต่ยและโค้ชโชคควรต้องโทษส.บอลมากกว่าเพราะตัดสินใจไม่เด็ดขาดตั้งแต่ตอนจบเอเชียน คัพ เมื่อต้นปี

     ตำแหน่งเฮดโค้ชทีมชาติคือตำแหน่งที่สำคัญมาก ส.บอลที่นำโดย "บิ๊กอ๊อด" กลับมองไม่เห็นความสำคัญตรงนี้และคิดเองว่า "เอาแบบนี้ไปก่อน" เพราะไม่อยากปวดหัวกับการหาคนอื่นซึ่งอันที่จริงคือไม่อยากเสียเงินจ้างโค้ชแพงๆ

     ฟุตบอลคือการหล่อหลอมมาด้วยสปิริตและความมุ่งมั่นก็จริง แต่บางครั้งก็ต้องลงเงินเข้าไปด้วย ไม่ใช่ลงแรงอย่างเดียว หากจำเป็นต้องจ่ายก็ต้องจ่ายเพื่อสิ่งที่คิดว่าดีกว่า


     ผลงานในคิงส์ คัพ สะท้อนชัดเจนอยู่แล้วเราจะปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไปไม่ได้

     เราเปลี่ยนแปลงความสามารถของแข้งไทยในชั่วข้ามคืนไม่ได้ สิ่งที่ทำได้คือเปลี่ยนวิธีการเล่น และการจะเล่นอย่างไรก็ขึ้นอยู่กับโค้ช

     โค้ชที่เก่งสามารถยกระดับการเล่นของทีมได้จริงทั้งที่ตัวผู้เล่นชุดเดิม เราเห็นตัวอย่างทีมฟุตบอลอาชีพมากมายกันอยู่แล้ว

     นายกส.ฟุตบอลต้องกล้าเปลี่ยน ทำให้เห็นจริงเหมือนกับที่ป่าวประกาศเอาไว้ก่อนเข้ามานั่งเก้าอี้ ไม่ใช่พูดเอาสะใจอย่างเดียวแล้วลงมือทำไม่เป็น

     การบริหารงานสมาคมฟุตบอลมันไม่ง่ายอยู่แล้วเพราะเป็นกีฬาอันดับหนึ่งที่แฟนกีฬาตั้งความหวังเอาไว้มาก ดังนั้นการจะกล้าอาสามาทำหน้าที่ก็ต้องแน่ใจตัวเองว่าทำได้จริง มีความรู้ความสามารถจริง

     แต่ตลอดหลายปีที่ผ่านมาเห็นชัดว่ามันไม่เป็นแบบนั้นในเมื่อทีมชาติไทยตกต่ำต่อเนื่อง และไม่มีอะไรที่ทำให้แฟนบอลได้ภาคภูมิใจเลย

     จริงอยู่ว่า คนที่ควรรับผิดชอบแรกๆ ในทุกครั้งที่ผลงานไม่เป็นไปตามเป้าก็คือนักฟุตบอลและโค้ชข้างสนาม แต่คนที่ต้องแอ่นอกเดินออกมาหน้าสุดคือ นายกส.บอล


     เมื่อรู้ว่าตัวเองไม่ดีพอ ไม่มีความสามารถในการพัฒนาฟุตบอลไทยอย่างที่ลั่นวาจาเอาไว้ก็ควรต้องรับผิดชอบ แสดงสปิริตให้สมกับที่ได้ชื่อว่าเป็น "ลูกผู้ชาย"

     อย่าให้ความศรัทธาของแฟนบอลตกต่ำไปมากกว่านี้เลย

สุดท้ายแล้วไม่ว่าจะช่วงเวลาที่ดีหรือแย่สักแค่ไหน ขอแค่ให้บอลไทยเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดี แค่นี้มันก็น่าภาคภูมิใจแล้ว Sbobet777 ก็ร่วมเป็นหนึ่งกำลังใจที่จะส่งไปให้ทัพช้างศึก ร่วมเป็นกำลังใจไปพร้อมกับเรา กดลิ้งตรงนี้เลย  https://line.me/R/ti/p/@777sbo หรือ 08-44-9990 77, 88 , 99
Facebook Comment