ข่าว

[ #ไม่มีอะไรต้องเสียใจ ]

อัพเดตเมื่อ : July 07, 2019 11:36pm โดย : admin

เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เฝ้าจับตาดู อาร์เยน ร็อบเบน มายาวนาน กระทั่งให้ทางบอร์ด แมนฯยูไนเต็ด ยื่นข้อเสนอทาบทามตั้งแต่ปลายปี 2003

"แผนพรมแดง" ของ เฟอร์กี้ ซึ่งจะเชิญนักเตะเป้าหมายที่ต้องการมายัง โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เพื่อสร้างความประทับใจแรก มักจะได้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจ

นอกจากจะมอบเสื้อปีศาจแดงให้เป็นที่ระลึกตามแบบฉบับจิตวิทยาชั้นครูแล้ว เฟอร์กี้ ยังหว่านล้อมสารพัดและให้ความเชื่อมั่นว่าดาวเตะดัตช์จะไปได้สวยกับ แมนฯยูไนเต็ด แน่


อย่างที่รู้กันช่วงนั้นปีศาจแดงพีกมากๆ นักเตะทุกคนปรารถนาจะได้ย้ายมาทั้งสิ้น ร็อบเบน เองก็รู้สึกปลื้มเช่นกันที่ได้รับการเลี้ยงดูปูเสื่ออย่างดีเยี่ยม เสมือนแขกวีไอพี

กระนั้น แมนฯยูไนเต็ด กลับยื่นข้อเสนอไม่ถึง 10 ล้านปอนด์ สร้างความไม่พอใจให้ พีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น อย่างมาก เพราะไม่ให้เกรียติกันและพยายามที่จะกดราคาเกินความจริง

จากนั้นไม่นาน โรมัน อบราโมวิช ที่เพิ่งมาเทคโอเวอร์ เชลซี  ตัดสินใจทุบคลังราว 12 ล้านปอนด์ ซึ่งทาง พีเอสวี ตอบรับข้อเสนอทันควัน นั่นเอง ร็อบเบน เลยบินมาลอนดอนแทนที่จะเป็นแมสเชสเตอร์

ตอนแรก ร็อบเบน เสียดายอยู่บ้าง เพราะอยากร่วมงานกับ เฟอร์กี้ แต่เมื่อได้ โชเซ่ มูรินโญ่ มาเป็นเจ้านาย มันก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรนักหรอก เพราะนี่คือกุนซือแชมป์ยุโรป เพิ่งพา เอฟซี ปอร์โต้ เถลิงบัลลังก์มาหมาดๆ

อย่างไรก็ตามความผิดพลาดของเขาคือมองข้ามพรีเมียร์ลีกไป คิดว่าน่าจะรับมือได้ไม่ยาก

แค่ลงเกมอุ่นเครื่องช่วงปรีซีซั่นก็เจออาการบาดเจ็บเล่นงานจนอ่วม ต้องพักยาวถึง 3 เดือน ไม่ได้ออกสตาร์ตฤดูกาลกับสิงห์น้ำเงิน


ระหว่างนอนรักษาตัว ร็อบเบน สำนึกแล้วว่า เตรียมพร้อมมาน้อยเกินไป รูปร่างที่บอบบางควรได้รับการเสริมกล้ามเนื้อมากกว่านี้ รวมทั้งต้องระมัดระวังตัวมากขึ้น เพราะตอนนี้ลิ้มรสความหนักดุดันของบอลอังกฤษมาแล้ว

แต่มันมีอะไรมากกว่าที่เขาคิดไว้อีกเยอะ

------------------------

ฤดูกาลแรกกับ เชลซี ไม่เลวเท่าไรนัก แม้จะได้ลงเล่นแบบไม่ต่อเนื่อง ยังจบด้วย 6 ประตูในทุกรายการ

อย่างไรก็ตามอุปสรรคหลักใหญ่คือสไตล์การเล่นที่ดื้อดึง ชอบจะเอาชนะคู่ต่อสู้ด้วยการเลี้ยงหลบ เหมือนตั้งใจดูถูกทำให้โดนหวดเจ็บอยู่ประจำ

แล้วปรัชญาอย่างหนึ่งของ มูรินโญ่ คือชอบนักเตะที่แข็งแรง บาดเจ็บยาก มีน้ำอดน้ำทนและมีส่วนกับเกมรับ ซึ่งตรงข้ามกับ ร็อบเบน ทั้งสิ้น


หลายต่อหลายครั้งที่ มูรินโญ่ มักตั้งคำถามว่าดาวเตะดัตช์เจ็บจริงหรือใจไม่สู้กันแน่ บางทีถึงกับประชดออกสื่อเลยก็มี สะท้อนได้ถึงความหงุดหงิดมากๆ

กุนซือโปรตุกีสพยายามที่จะบอกว่า ร็อบเบน ต้องเปลี่ยนแนวทางการเล่น อย่าโฟกัสเรื่องการเลี้ยงหรือโชว์สกิลยั่วผู้เล่นฝั่งตรงข้าม แต่ดูเหมือนว่าไม่ง่ายเลย

ร็อบเบน เป็นคนดื้อโดยนิสัยอยู่แล้ว

เมื่อเห็นว่าไปด้วยกันคงลำบาก มูรินโญ่ ก็เลยตัดสินใจถีบหัวส่ง ขายทอดตลาดให้ เรอัล มาดริด ในฤดูร้อนปี 2007 แถมได้ราคางามมากๆถึง 24 ล้านปอนด์ด้วยกัน

ช่วงสวมยูนิฟอร์มราชันชุดขาว เขาไม่ค่อยบาดเจ็บนัก แต่ก็ไม่ค่อยได้ลงอย่างต่อเนื่อง หรือถ้าลองเจ็บขึ้นมาทั้งที่กำลังฟอร์มเข้าฝักก็จะถูกแย่งตำแหน่งไป เมื่อหายเจ็บกลับมา

นั่นยังไม่นับนโยบายของ ฟลอเรนติโน่ เฟเรซ ที่เพิ่งเข้ามาเป็นประธานสโมสรด้วย ซึ่งสเป็คของ ร็อบเบน ไม่เข้าข่าย กาลาคติกอส ในสายตาบิ๊กบอสเท่าไรนัก

เมื่อบวกกับตัวรุกชั้นดีเดินเพ่นพ่านเต็มไปหมด คาริม เบนเซม่า , โรนัลโด้ หรือ กาก้า ความหมายของ ร็อบเบน ก็ยิ่งลดค่าลงเรื่อยๆ


การตัดสินใจเพื่อย้ายไปเล่นกับ บาเยิร์น มิวนิค จึงเกิดขึ้นในปี 2009 ซึ่งเขาเองก็เติบโตขึ้นและเข้าใจหลายอย่างมากกว่าเดิม

ร็อบเบน ไม่ได้อาลัยอาวรณ์ เรอัล มาดริด เลยสักนิด เขาอยากจะย้ายไปเยอรมันเต็มที กระทั่งเสือใต้ยอมจ่าย 25 ล้านยูโรนั่นแหล่ะ

ตอนนั้นเขาคิดไว้แล้วว่า จะไม่ย้ายไปไหนแล้ว ขอปักหลักยาวๆ

สิ่งเดียวที่จะทำให้เป็นจริงก็คือ ต้องพิสูจน์ตัวเองเท่านั้น

----------------------

แม้จะยังเจ็บกระปอดกระแปด แต่ ร็อบเบน ก็ขึ้นแท่นกลายเป็นซูเปอร์สตาร์ของเสือใต้ได้สำเร็จ

เขาคือหนึ่งในขวัญใจกองเชียร์ แม้จะเป็นชาวดัตช์ก็ตาม นั่นอาจส่งให้ความทะนงตัวกลับมาเหมือนเดิม


ครั้งหนึ่งระหว่างฝึกซ้อมตามปกติ ราฟินญ่า แบ็กขวาของทีม จับบอลกระเด้งทำให้เสียการครอบครอง ร็อบเบน ตะโกนถามว่า เฮ้!นี่นายเป็นนักเตะบราซิลจริงเปล่าว่ะ

เท่านั้นเองเกือบมีการวางมวยเกิดขึ้น ยังโชคดีว่าเพื่อนๆมาช่วยห้ามกันทัน ก่อน ร็อบเบน จะเอ่ยปากขอโทษในภายหลัง

บทเรียนหลายครั้งหล่อหลอมให้เขาแกร่งขึ้นและรู้จักตัวตนมากกว่าที่เคย รวมทั้งพร้อมจะปรับเปลี่ยนตัวเองด้วย

เกียรติยศของ ร็อบเบน ไม่ธรรมดามากๆ ก่อนมาเขย่าวงการลูกหนังเบียร์ ได้เหรียญพรีเมียร์ลีกมาคล้องคอ 2 ครั้ง ไปเล่นที่สเปนก็ครองแชมป์ลาลีกามา 1 หน

แต่ยิ่งใหญ่สุดคือแชมป์บุนเดสลีกา 8 สมัยในรอบ 10 ปีที่เล่นอยู่นี่ รวมถึง เดเอฟเบ โพคาลอีก 5 และยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกอย่างละครั้ง

ร็อบเบน จึงเป็นนักเตะดัตช์ที่ประสบความสำเร็จมากสุดคนหนึ่งในประวัติศาสตร์


ช่วงปลายปีที่แล้ว เขาประกาศเอาไว้ว่าจะแยกทางกับ บาเยิร์น เมื่อจบซีซั่น หลังอิ่มตัวและคิดว่า 10 ปีที่อยู่รับใช้น่าจะถึงเวลาเหมาะสม

พอพวกสื่อรู้ว่า ร็อบเบน จะเปลี่ยนสีเสื้ออีกครั้ง ก็วิเคราะห์ไปต่างๆนานาถึงสโมสรแห่งใหม่ โดยเชื่อว่าในวัย 35 ยังไหว รวมทั้งมีโอกาสกอบโกยช่วยสุดท้ายในลีกจีนหรือเมเจอร์ลีก ซอคเก้อร์

หลังจากนั้นไม่นานนัก เขาถูกจับโยงกับ เลสเตอร์ อย่างหนัก มีข่าวลือหนาหูว่าจะย้ายมาหาความท้าทายในพรีเมียร์ลีกอีกครั้ง

แต่แล้ว ร็อบเบน ก็ทำในสิ่งที่ผิดคาด นั่นคือประกาศรีไทร์ หันหลังให้กับอาชีพค้าแข้งอย่างเป็นทางการเมื่อ 4-5 วันก่อน

เงินสำคัญกับชีวิตแน่นอน แต่เขาเชื่อว่าครอบครัวสำคัญกว่าและที่ผ่านมามันเพียงพอแล้ว

----------------------

"นี่เป็นการตัดสินใจที่ยากที่สุดในฐานะนักเตะอาชีพของผม"

"การตัดสินใจที่ต้องต่อสู้ระหว่างความรักกับความคิด มันต้องใช้เวลามาก ความรักที่มีให้ฟุตบอล ทำให้คุณมีความเชื่อมั่นว่าคุณยังสามารถรับมือกับใครได้ทั้งหมด"


"แต่มันตรงข้ามกับความจริงที่ว่าไม่ใช่ทุกสิ่งที่เป็นไปในแบบที่คุณต้องการ และคุณก็ไม่ใช่เด็กอายุ 16 ที่ไม่รู้ว่าอาการบาดเจ็บคืออะไรอีกแล้ว"

"สำหรับตอนนี้ผมฟิตและแข็งแรงดี ผมอยากให้มันเป็นอย่างนี้เรื่อยๆ ดังนั้นผมจึงจะเลิกเล่นอย่างเด็ดขาดแล้ว"

บางข้อความในการกล่าวลาอย่างเป็นทางการของ ร็อบเบน ซึ่งพอจะยืนยันว่า ไม่อยากจะเผชิญหน้ากับอาการบาดเจ็บอีกแล้ว ที่ผ่านมาทรมานมานานจนถึงเวลาหย่าขาดกัน

หลายคนไม่รู้ว่าตลอดการค้าแข้งยาวนาน 19 ปี เขาบาดเจ็บเกือบ 60 ครั้งด้วยกัน มีไม่น้อยที่เกือบทำให้ต้องจบอาชีพนี้ แต่สุดท้ายความมุ่งมั่นและเลือดนักสู้ที่มีอยู่ ทำให้หยัดยืนลุกขึ้นมา

ขณะที่บางคนอาจเสียดายแทน เพราะยังมีศักยภาพสร้างเงินได้อีกมาก อีกสัก 2 ปีแล้วค่อยเลิกก็ยังได้

แต่สิ่งสำคัญสุดคือครอบครัว เขารัก เบอร์นาดีน ภรรยาที่คบกันมาตั้งแต่สมัยเล่นอยู่ โกรนิงเก้น สโมสรแรกในชีวิตมากๆ ยอมที่จะมาซ้อมสายแลกกับการได้ออกเดต


นอกจากนี้ลูกทั้ง 3 คนก็เป็นแก้วตาดวงใจ อยากจะใช้ชีวิตร่วมกันอย่างสมบูรณ์ทั้งร่างกายและจิตใจ

ยังมี ฮันส์ พ่อของเขาซึ่งรับบทเอเยนต์และต้องเหนื่อยกับการดูแลลูกชายมายาวนาน ถึงเวลาควรปล่อยให้เกษียณได้แล้ว

การตัดสินใจนี้สะท้อนให้รู้เลยว่า ร็อบเบน เปลี่ยนตัวเองไปมากแค่ไหน ไม่เหลือริ้วรอยคราบไคลเด็กดื้อและจองหองอีกต่อไป

เขาคงภูมิใจไม่น้อยเช่นกัน เมื่อทุกครั้งที่หันมามองย้อนอดีตอันยิ่งใหญ่


ไม่มีอะไรน่าเสียใจและต้องไปเสียดายอีกต่อไปแล้ว

ส่วนใครเสียใจกับที่เก่าเนื่องจากอาจโดนหลอก ทำอะไรช้า ลองมานี่เลยครับ MYSBOBET ที่รวดเร็วพร้อมบริการตลอด 24 ชั่วโมง ติดต่อมาเลยที่ https://line.me/R/ti/p/@MYSB-99 หรือโทรที่ 08-0003-1188 / 08-0003-1177

---------------------------------------------

เห็นก่อน อ่านก่อน !!
กด "ติดตาม" และเลือก "เห็นโพสต์ก่อน (See First) "
https://www.facebook.com/cheerball/



บทความดีๆ เรื่องราวกีฬาฟุตบอล
เรานำเสนอให้คุณได้อ่านทุกวัน

---------------------------------------------
Facebook Comment