ข่าว

เมื่อพ่อแม่รังแกฉัน

อัพเดตเมื่อ : July 10, 2019 1:42am โดย : admin

"นักเตะคนไหนมีเอเยนต์ดี ก็เหมือนถูกล็อตโต้รางวัลใหญ่นั่นเลย"

เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เคยว่าเอาไว้เช่นนี้ เพราะรู้ดีว่าเอเยนต์มีบทบาทสำคัญกับชีวิตนักเตะที่อยู่ในความดูแลมากแค่ไหน

ไม่เป็นความจริงเลยที่มีบางคนบอกว่า เฟอร์กี้ เกลียดอาชีพเอเยนต์มากๆ ทำตัวเหมือนเหลือบริ้นไร คอยสูบเลือด เอาเปรียบเพื่อเอื้อผลประโยชน์ตัวเอง

เขาเกลียดเพียงแค่บางคนเท่านั้น ซึ่งชื่อของ มิไน ไรโอล่า น่าจะอยู่เบอร์ต้นๆเลยทีเดียว จากกรณียุยงส่งเสริมให้ ปอล ป็อกบา ย้ายหนี แมนฯยูไนเต็ด ครั้งแรก

ส่วน ฮอร์เก้ เมนเดส ซึ่งเป็นตัวแทนของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ กลับเคยได้รับคำชมจาก เฟอร์กี้ ถึงการดูแลนักเตะอย่างดี เอาใจใส่ในทุกเรื่อง ให้คำปรึกษาในแบบฉบับมืออาชีพ จนยกระดับเป็นเบอร์หนึ่งของโลก



เอเยนต์ที่ดีจริงๆ จะไม่สนใจแค่ต่อรองผลประโยชน์เท่านั้น แต่จะต้องครอบคลุมทุกอย่าง จัดการแทบทุกเรื่องตั้งแต่หัวจรดเท้า นักเตะบางคนอยากจะสู่ขอสาวแต่งงาน เอเยนต์ยังต้องลงมาช่วยเหลือ อำนวยความสะดวกให้ราบรื่น

ฉะนั้นคุณสมบัติหลักๆของเอเยนต์นักฟุตบอล นอกจากจะต้องเจรจาเก่งมีวาทศิลป์แล้ว ยังต้องมีคอนเนคชั่นหรือสายสัมพันธ์มากมาย ประมาณว่ากดโทรศัพท์ต่อสายคุยสั้นๆแล้วดีลเรียบร้อยทันที

"แน่นอนพวกเราได้ผลประโยชน์จากนักฟุตบอล เรายอมรับอยู่แล้ว แต่เราดูแลนักเตะให้ดีที่สุด อย่างน้อยให้พวกเขาฝึกซ้อมและลงเล่นอย่างสบายใจ ไม่ต้องไปกังวลเรื่องอื่น"

เมนเดส เคยเล่าถึงบทบาทตัวเองให้ฟัง แต่ละวันเขาต้องคุยโทรศัพท์ไม่น้อยกว่า 5 ชั่วโมง จาก 5-6 เครื่องที่พกติดตัวอยู่ตลอดเวลา

อย่างที่บอกเอเยนต์จึงต้องมีความสามารถมากๆ ยืดหยุ่นเป็น แก้ไขปัญหาเก่ง จัดการทุกอย่างได้รวดเร็ว ที่สำคัญจะต้องเข้าใจนักเตะของตัวเองด้วย

เพราะไม่อย่างนั้นนักเตะอาจจะหลงทาง เข้ารกเข้าพงไปเลยก็ได้

----------------------------

เอเยนต์คนแรกของ เนย์มาร์ มีชื่อว่า ว้ากเนอร์ ริเบยโร่ โดยดูแลมาตั้งแต่อายุ 12 ปีแล้ว



เขาคือผู้อยู่เบื้องหลังที่ทำให้ เนย์มาร์ เข้าสังกัด ซานโตส สโมสรยิ่งใหญ่ในลีกบราซิล จากนั้นก็เดินเรื่องเพื่อให้ขยายและปรับค่าจ้างในอีกไม่ถึง 2 ปีต่อมา

จากนั้นในปี 2013 ซึ่ง เนย์มาร์ กำลังฟอร์มพีกอย่างมาก มีหลายสโมสรในยุโรปยื่นข้อเสนอเข้ามาเต็มไปหมด ว้ากเนอร์ นั้นเชียร์ให้ย้ายไป เรอัล มาดริด หรือ เชลซี เพราะมองว่าน่าจะเหมาะมากกว่า

แต่ตอนนั้น เนย์มาร์ ดา ซิล ซีเนียร์ พ่อของนักเตะ เข้ามามีบทบาทกับลูกตัวเองมากขึ้นเรื่อยๆ ก่อนจะกล่อมให้ไปเซ็นกับ บาร์เซโลน่า ที่ต่อสายตรงมาคุยเอง

แม้จะพยายามคัดค้าน แต่ ว้ากเนอร์ เหมือนคนนอก ทั้งที่เขาอ่านทะลุเลยว่าย้ายไป บาร์ซ่า จะเกิดปัญหาแน่ เพราะรู้จักนิสัยนักเตะคนนี้ดีว่ามีความกระหายอยากจะเป็นซูเปอร์สตาร์มาก

ที่นั่นมี ลิโอเนล เมสซี่ ยืนจังก้าขวางทางอยู่ แทบไม่มีโอกาสเป็นไปได้เลยที่เบียดขึ้นมาเป็นเต้ยแทน

หลัง เนย์มาร์ ย้ายไป บาร์ซ่า ได้ไม่นานนัก ว้ากเนอร์ ก็ถูกเขี่ยพ้นจากหน้าที่เอเยนต์ไป โดยพ่อได้ขึ้นมารับบทบาทแทน ดูแลแทบทุกอย่าง ก่อนจะตั้ง ปินี่ ซาฮาวี่ เอเยนต์มากประสบการณ์มาเป็นที่ปรึกษา คอยช่วยอีกแรง



แน่นอนว่าพ่อเนย์มาร์ ไม่เคยเป็นเอเยนต์มาก่อน ไม่มีประสบการณ์ในเรื่องเจรจาหรือคุยเรื่องดีลใหญ่ๆ สมัยลูกชายคนนี้คลอดใหม่ๆ ยังต้องปากกัดตีนถีบ ทำมาหากินสารพัด ลูกๆต้องเคยจุดเทียนอ่านหนังสือทำการบ้านกันมาแล้ว เพราะไม่มีเงินจ่ายค่าไฟ

มาถึงวันหนึ่งลูกชายหัวแก้วหัวแหวนโด่งดัง ชื่อเสียงเงินทองกองอยู่ข้างหน้าและรอหลั่งไหลมาอีกมากมาย อาจจะหวังรักษาผลประโยชน์อย่างเต็มที่ ไม่ให้กระเด็นไปเข้ากระเป๋าคนอื่นง่ายๆ

ส่วน ซาฮาวี่ ไม่ได้ลงมาเล่นเองอย่างเต็มตัว คอยให้คำปรึกษา เนย์มาร์ ซีเนียร์ อีกทีหนึ่งเท่านั้น

แน่นอนนอกเหนือจากความรัก เป็นห่วงเป็นใยแล้ว พ่อและแม่ยังเกรงใจและโอ๋ เนย์มาร์ อย่างมาก ปกป้องลูกชายไว้ก่อน แทบไม่สนใจผิดถูกเลย

พ่อจะหอมแก้มลูกชายคนนี้ทุกวัน คุยกันทุกเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องการย้ายทีมในแต่ละครั้ง

ปี 2017 ที่เกิดปรากฏการณ์ใหม่ในโลกฟุตบอล นักเตะคนหนึ่งมีค่าตัวถึง 222 ล้านยูโร เบื้องหลังมาจาก เนย์มาร์ ซีเนียร์ นี่แหล่ะ ที่แอบไปเจรจากับ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง จนกระทั่งลูกชายได้ย้ายสมใจ เพราะอาศัยช่องว่างตรงค่าฉีกสัญญา



หลายคนเชื่อว่าสาเหตุที่ย้ายไปฝรั่งเศส นอกจากเรื่องเงินค่าตอบแทนแล้ว เนย์มาร์ ยังไม่ต้องการกินน้ำใต้ศอก เมสซี่ อีกต่อไป

แต่มาวันนี้ กลับมีข่าวออกมาว่า เนย์มาร์ อยากจะย้ายหนีและมี บาร์เซโลน่า สโมสรเก่าคือป้ายต่อไป

ก่อนหน้านี้มีข่าวออกมาว่า เนย์มาร์ ซีเนียร์ ได้ย่องไปคุยกับตัวแทนของ เรอัล มาดริด เพื่อถกกันถึงความเป็นไปได้ในการย้ายไปที่นั่น ก่อนจะล้มเหลว เพราะ ซีเนดีน ซีดาน ไม่ต้องการได้นักเตะคนนี้มาเป็นลูกทีม

ดังนั้นจึงเหลือ บาร์ซ่า เพียงอย่างเดียว ซึ่งถ้าย้ายกลับจริงย่อมเสียฟอร์มและศักดิ์ศรีไม่น้อย เพียงแต่ เนย์มาร์ คิดว่าจะไม่ทนอยู่ปารีสอีกต่อไปแล้ว

และแน่นอนเมื่อพ่อเห็นลูกรักเป็นอย่างนี้ ก็คงทนไม่ได้เช่นเดียวกัน

-------------------------

ความจริงที่หลายคนอาจไม่เคยรู้มาก่อนก็คือ พ่อนี่แหล่ะเป็นคนบอกให้ เนย์มาร์ อยู่กับ บาร์เซโลน่า ต่อไปก่อน อย่าเพิ่งวู่วามรีบย้าย

แต่เมื่อลูกออดอ้อนถึงขั้นบีบน้ำตาเรียกความสงสาร ดีลประวัติศาสตร์จึงเกิดขึ้น



ตอนนี้พ่ออีกนั่นแหล่ะที่ต้องจัดการเพื่อให้ลูกได้ย้ายทีมอีกครั้ง หลังรับฟังความรู้สึกที่ระบายพรั่งพรูออกมา แล้วก็เกิดเห็นใจอีกตามเคย

กำหนดการเดิมที่ เนย์มาร์ จะต้องกลับมารายงานตัวกับ เปแอสเช คือวันที่ 8 กรกฎาคมที่ผ่านมา แต่ปรากฏว่าไร้เงา จนทำเอา เลโอนาร์โด้ ผู้อำนวยการฝ่ายกีฬาฉุนเฉียวอย่างมาก ถึงกับออกมาให้สัมภาษณ์อย่างเด็ดขาด

ว่ากันว่าการที่ เปแอสเช มอบเก้าอี้นี้ให้ เลโอนาร์โด้ ก็เพื่อมาจัดการกำราบปราบพยศ เนย์มาร์ โดยเฉพาะ ด้วยคาแรคเตอร์จริงจังและไม่ประนีประนอม จะทำให้พวกซูเปอร์สตาร์ต้องขยาด

เนย์มาร์ เองก็รู้ถึงสัญญาณนี้ดี เพราะ นัสเซอร์ อัล เคไลฟี่ ประธานบริหารสูงสุดก็ทุบโต๊ะเปรี้ยงเสียงดังว่าจะไม่ใจดีอีกต่อไป หลังล้มเหลวอย่างมากในฤดูกาลที่ผ่านมา

แน่นอนร้อนถึงพ่อที่ต้องออกมาทำตัวเป็นเกราะอีก โดยอ้างว่าลูกชายแจ้งล่วงหน้าไปแล้วว่าจะกลับปารีสวันที่ 15 เพื่อจัดการภารกิจเกี่ยวกับสปอนเซอร์และกิจกรรมสถาบันองค์กรการกุศลของตัวเองที่บราซิล

กระนั้นสโมสรยืนกรานว่ากำหนดการกลับล่าสุดคือวันที่ 8 เท่านั้น จะเปลี่ยนเป็นอื่นไม่ได้เด็ดขาด กฎต้องเป็นกฎ ไม่มีใครได้อภิสิทธิ์พิเศษอีกแล้ว

พร้อมกันนั้น เลโอนาร์โด้ ยังสำทับอีกด้วยว่า นักเตะทุกคนย้ายได้เลย หากมีข้อเสนอที่เหมาะสมเข้ามา แต่ถ้าไม่ ก็ต้องยึดถือความเป็นมืออาชีพ มุ่งมั่นทำงานให้สโมสรต่อไป

เหมือนอีกตามเคย เนย์มาร์ ซีเนียร์ จะต้องวิ่งวุ่นเพื่อปิดดีลให้ได้ มีการปรึกษากับ ซาฮาวี่และทีมกฎหมายด้วยความตึงเครียด ซึ่งครั้งนี้ผลประโยชน์อาจจะไม่ใช่สำคัญอันดับแรก



หากในฤดูร้อนปี 2017 เขาเล่นบทขึงขังยับยั้ง เนย์มาร์ อยู่กับ บาร์เซโลน่า เหมือนเดิม สถานการณ์คงไม่บานปลายวุ่นวายเช่นนี้หรอก

แต่เพราะรักลูก ตามใจลูกทุกอย่าง ลืมคำว่าหน้าที่นี้ต้องใช้ความรู้สึกของการเป็นเอเยนต์ ไม่ใช่เป็นพ่อ

เป็นไปได้หรือไม่ว่าส่วนหนึ่งที่ เนย์มาร์ กลายเป็นนักเตะที่ผู้คนเกลียดชังพฤติกรรมมากสุด เพราะความรักลูกมากเกินไป

บางครั้งพ่อแม่ก็รังแกเรา โดยเข้าใจผิดไปว่า ให้ความรักด้วยการตามใจทุกอย่างจะช่วยแก้คลี่คลายปัญหาได้

วันนี้ เนย์มาร์ อายุปาเข้าไป 27 ปีแล้ว แต่วุฒิภาวะไม่ได้เติบใหญ่ตามวัยเลย

ถ้าเป็นอย่างนี้ต่อไป โลกฟุตบอลจะบันทึกชื่อของ เนย์มาร์ ไม่ใช่ในฐานะนักเตะมากความสามารถหรอก



แต่จะรู้จักกันด้วยภาพลักษณ์ "ลูกชายที่ไม่รู้จักโต" ต่างหาก

ได้อ่านบทความดีๆมีสาระกันแล้ว สุดท้ายต้องขอฝากกับ Sbobet777 บริการได้ในทันทีตลอด 24 ชั่วโมงติดต่อเลยที่ https://line.me/R/ti/p/@777sbo หรือ 08-44-9990 77, 88 , 99

---------------------------------------------

เห็นก่อน อ่านก่อน !!
กด "ติดตาม" และเลือก "เห็นโพสต์ก่อน (See First) "

https://www.facebook.com/cheerball/


 
บทความดีๆ เรื่องราวกีฬาฟุตบอล
เรานำเสนอให้คุณได้อ่านทุกวัน

---------------------------------------------
Facebook Comment