ข่าว

เชิญล้อกันต่อไป

อัพเดตเมื่อ : July 11, 2019 12:19am โดย : admin

โรเมลู ลูกากู ไม่ได้ปิดบังเลยว่าอยากย้ายไป อินเตอร์ มิลาน พร้อมยังสำทับอีกด้วยว่า เชื่อมั่นในตัว อันโตนิโอ คอนเต้ จะปลุกปั้นให้กลับมายิงเปรี้ยงปร้างได้แน่

แต่แม้อยากย้ายใจจะขาด เขาก็ไม่เคยออกมาประท้วงหรือแสดงท่าทีต่อต้าน แมนฯยูไนเต็ด ตรงกันข้ามกลับยืนยันให้สองสโมสรเจรจากันเอง ตามกระบวนการและความเหมาะสม

ต่างจากนักเตะหลายคนที่มีพฤติกรรมขัดขืนค่อนข้างชัดเจน หากต้องการจะย้ายหนีขึ้นมา

ต้องยอมรับว่าในสถานการณ์เช่นนี้ ลูกากู ควบคุมตัวเองได้ดี อย่างน้อยที่สุดการให้เกียรติสโมสรและแฟนบอลคือสิ่งที่สำคัญ

"ผมอยากให้ทั้งสองทีมคุยกันให้เรียบร้อย ตอนนี้ผมยังเป็นนักเตะของยูไนเต็ดและจะมุ่งมั่นทำงานหนักอย่างเต็มที่"



แม้บรรยากาศในแคมป์ของ แมนฯยูไนเต็ด ระหว่างเก็บตัวที่ออสเตรเลีย จะดูแล้วอึมครึมมาคุอยู่บ้าง จากความไม่ลงรอยเรื่องความต้องการย้ายทีมของผู้เล่นบางคน จนมีข่าวว่า ปอล ป็อกบา หวิดมีเรื่องกับ เจสซี่ ลินการ์ด เกลอเก่า

อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ทีมพูดถึง ลูกากู ว่าแทบไม่ได้พูดจากับใครมากนัก ทักทายเพื่อนฝูงตามประสาและก้มหน้าก้มตาฝึกซ้อมต่อไปเช่นเดิม

หากยังจำได้ช่วงบอลโลกที่รัสเซียกลางปีที่แล้ว ลูกากู ผลงานร้อนแรงมาก ยิงไปเบ็ดเสร็จ 4 ประตู มีส่วนพา เบลเยี่ยม สร้างประวัติศาสตร์จบอันดับ 3

แต่แล้วพอกลับมารับใช้สโมสรอีกครั้ง กลับเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง นอกจากปืนฝืดมากๆ จับบอลกระเด้งกระดอนไปมา เหมือนเด็กหัดใหม่ ยังมีรูปร่างที่อ้วนฉุจนโดนล้ออย่างหนัก

แต่ ลูกากู ไม่เคยออกมาตอบโต้อะไร น้อมรับความจริงที่เกิดขึ้น ซึ่งมันปฎิเสธไม่ได้อยู่แล้ว พร้อมทั้งเร่งเข้าคอร์สลดน้ำหนัก จนกระทั่งหุ่นเพรียวเหมือนเดิม รีดออกไปได้หลายกิโลกรัม

จากนั้นก็เริ่มยิงมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะในเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกรอบ 16 ทีมสุดท้ายนัด 2 กับ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ที่มีส่วนช่วยสร้างปรากฎการณ์ช็อกโลก


ดาวถล่มประตูเบลเจี้ยนให้เหตุผลว่า การเพิ่มน้ำหนักตัวในตอนแรก ช่วยให้เขายิงประตูได้มากขึ้น มันสอดคล้องกับแท็คติกของ เบลเยี่ยม แต่เอาเข้าจริงไม่ได้มีผลลัพธ์ที่ดีเมื่อเล่นให้ปีศาจแดง

จึงมุ่งมั่นอย่างหนัก ลดได้หลายกิโลกรัมภายในเวลาอันรวดเร็ว สะท้อนความเป็นมืออาชีพอย่างดี

อาจเพราะชีวิตในวัยเด็ก ต้องปากกัดตีนถีบเหลือเกิน อดมื้อกินมื้อ เคยไม่มีแม้แต่ไฟฟ้าใช้ ดูทีวีไม่ได้ นี่คือประสบการณ์ที่เลวร้ายมากๆ จนเขาต้องลุกขึ้นมาสู้ เพื่อเปลี่ยนแปลงมันซะ

แทนที่จะหลุดเข้าไปในโลกยาเสพติด ตามเพื่อนฝูงอีกหลายคน ลูกากู เลือกฟุตบอลเป็นที่พึ่งพา จนกระทั่งทุกอย่างดีขึ้น เหมือนเป็นรางวัลตอบแทนความบากบั่นอดทน

ลูกากู บอกว่ามันน่าตื่นเต้นเสมอเมื่อมองวันนี้ของตัวเองแล้วย้อนไปสู่อดีต

"มันหดหู่นะ แต่ก็คือพลังทำให้ผมมีวันนี้"

-------------------------

ลูกากู กับ เอแด็น อาซาร์ ติดทีมชาติเบลเยี่ยมชุดใหญ่ในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน จึงสนิทกันพอสมควร



แน่นอน อาซาร์ นั้นเปี่ยมไปด้วยพรสวรรค์ที่พระเจ้าประทานมาให้ ส่วน ลูกากู ต่างออกไป ความมุ่งมั่นและทำงานหนักคือหัวใจสำคัญ

เขาจึงพยายามทำตัวเป็นเด็กดี ไม่ออกนอกลู่นอกทาง ซ้อมหนักมากๆและพร้อมจะพัฒนาตัวเอง เพราะรู้ว่าไม่ได้มีความสามารถเหมือนแข้งคนอื่น

ครั้งหนึ่งในเกมอุ่นเครื่องของ เบลเยี่ยม ดำเนินไปถึงช่วง 70 นาทีสุดท้าย อาซาร์ โดนเปลี่ยนตัวออก

เขาปรี่เข้าไปในห้องพัก ทีแรกทีมงานข้างสนามคิดว่าจะไปทำธุระส่วนตัวในห้องน้ำ ปรากฏว่าแอบเปิดล็อกเกอร์ของตัวเอง หยิบเบอร์เกอร์ชิ้นโตที่แอบพกเข้ามา ยัดใส่ปากรีบเคี้ยวด้วยความเอร็ดอร่อย

อย่างไรก็ตามมีเจ้าหน้าที่เห็นเข้า จึงไม่รอดโดนลงโทษปรับเงินและถูกเรียกมาตักเตือน



เพราะเบอร์เกอร์คืออาหารขยะอย่างที่รู้กัน เป็นของต้องห้ามสำหรับนักฟุตบอลอาชีพอยู่แล้ว หลายสโมสรมีมาตรการห้ามเด็ดขาดไม่ให้กินในช่วงเก็บตัว ลงซ้อมและแข่งจริง

เมื่อฝ่าฝืนก็ต้องโดนลงดาบเป็นธรรมดา

จากนั้นเจ้าหน้าที่คนดังกล่าวก็ขยายความต่อว่า เมื่อเทียบ อาซาร์ กับ ลูกากู ในเรื่องการดูแลตัว รวมทั้งโภชนาการแล้วแตกต่างกันลิบลับ

ลูกากู จะเอาใจใส่ตัวเองดีมากๆ ซ้อมหนักอย่างที่รู้กันและกินอาหารที่ดีต่อร่างกาย ควบคุมน้ำหนักตลอดเวลา แทบไม่บิดพลิ้วเลย

นี่คืออีกหนึ่งตัวอย่างในความเป็นมืออาชีพของ ลูกากู

-------------------------

ในช่วงต้นฤดูกาลที่แล้ว ผลงานของ แมนฯยูไนเต็ด ดิ่งเหวอย่างน่าใจหาย

บ่อยครั้งที่เสียท่าพ่ายคาบ้านต่อหน้าแฟนบอลตัวเอง มันทวีความเจ็บปวดให้หนักขึ้นกว่าเดิมอีก

บางนัดผู้เล่นหลายคนรีบเผ่นเข้าห้องแต่งตัว หลบลี้หนีหน้าไม่อยากเผชิญสายตากับแฟนบอล ก้มงุดๆเอาตัวรอดไปก่อน

แต่ภาพที่ชินตามากๆคือ ลูกากู จะเดินไปขอบคุณกองเชียร์ ยกสองมือขึ้นศีรษะแล้วกระแทกอยู่อย่างนั้นนานมาก เขามักจะเข้าห้องแต่งตัวเป็นคนสุดท้ายเสมอ



แม้รู้ว่าบางทีจะเจอกับเสียงด่า โดนวิจารณ์สวดยับ แต่เขาก็ยังมีสปิริตเพื่อขอบคุณแฟนบอล

เพราะความน่ารักของเขานี่เอง ทำเอาแฟนบอลไม่น้อยโกรธไม่ลงในยามที่ฟอร์มห่วยขึ้นมา

เราจึงแทบไม่เห็นแฟนผี โห่ฮาขับไล่ไสส่ง เหมือนอย่างที่นักเตะในทีมบางคนต้องเจอเลย

------------------

ในเกมเอฟเอคัพรอบ 4 ที่เอมิเรตส์ สเตเดี้ยมซีซั่นก่อน แมนฯยูไนเต็ด มีคิวยกก๊วนดวล อาร์เซน่อล

ปีศาจแดงที่อยู่ในช่วงพีกเริ่มต้นการมาของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ออกนำ 1-0 ตั้งแต่นาที 31 จากนั้นอีก 2 นาที ลูกากู หลุดไปทางด้านขวา ก่อนถวายพานทองไหลมาให้ ลินการ์ด ยิงหนีห่าง 2-0

มันเป็นการจ่ายที่งดงามมาก แทบจะป้อนให้เลย ลินการ์ด ไม่ต้องทำอะไรมากตวัดยิงเข้าง่ายดาย

ลูกากู คงคิดว่าเพื่อนต้องมาฉลองดีใจขอบคุณแน่ๆ เลยเปิดอ้อมแขนรอรับ ที่ไหนได้ ลินการ์ด วิ่งดีใจไปทางอื่น เล่นเอาเก้อเลยทีเดียว



แต่เขายังมีใจ เหลียวไปยินดีกับเพื่อน ทั้งที่ถูกหมางเมินไม่ให้ความสำคัญ

หลังจากนั้นคลิปช็อตนี้แพร่กระจายออกไป แต่ ลูกากู ไม่สนใจ ตรงกันข้ามกับโพสต์ลงเห็นเป็นเรื่องขำขันไปซะ แคปชั่นไม่ได้แสดงถึงอาการโกรธแค้นเลย

ลินการ์ด ต่างหากที่โดนจวกยับและหนักกว่าเดิมจนทุกวันนี้

------------------

ทำไม อินเตอร์ มิลาน จึงอยากได้ ลูกากู และอาจยอมจ่ายถึง 70 ล้านปอนด์?

ว่าไปแล้วซีซั่นก่อน ก็ไม่ได้โดดเด่นเปล่งปลั่งอะไรนัก โดนล้อจนเหมือนตัวตลกอยู่เรื่อยๆ

เหตุผลแรกเลย เป็นความต้องการของ คอนเต้ ที่อยากได้นักเตะที่มุ่งมั่น ใจสู้ มีความเป็นอาชีพมาช่วย



แม้จะไม่มีมาตรฐานเล่นดีสม่ำเสมอ แต่คุณสมบัติเหล่านี้ ลูกากู มีครบถ้วน ที่เหลือพอฝึกพอแก้กันได้

ลูกากู เองก็เชื่อว่าหากได้ คอนเต้ มาติวเข้ม ปรับเปลี่ยนแนวทางบางอย่าง อาจจะช่วยผลักดันให้พัฒนามากไปกว่านี้

อย่างที่เห็นกันนั่นแหล่ะ ลูกากู ไม่ได้เจ๋งจนถึงขั้นระดับโลก ยังคงถูกล้อเลียนอยู่เสมอ แต่เขาก็ยังคงก้มหน้าก้มตาทำหน้าที่ให้ดีที่สุดต่อไปเช่นกัน

ตรงกันข้ามเขาอาจคิดว่า ไม่มีอะไรต้องน่าเสียใจหรืออับอาย เพราะเจอเรื่องหนักกว่านี้มามากมายตั้งแต่ยังเด็กแล้ว

นอกจากยากจนขัดสน เขายังถูกกล่าวหามองด้วยสายตาเหยียดหยามจากผู้ปกครองคนอื่นว่าเป็น "เด็กโข่ง" โกงอายุ จนแม่ต้องงัดหลักฐานทุกอย่างมายืนยัน



กว่าจะมาถึงวันนี้ต้องทุ่มเทแรงกายและพลังเพื่อฝ่าปัญหาต่างๆมามากเท่าไรแล้ว

ทัศนคติอันยอดเยี่ยม บวกกับความยากลำบากในวัยเยาว์สอนให้ ลูกากู เข้าใจและยืนหยัดได้จนทุกวันนี้

คิดดูแล้วกันนักเตะมักโดนล้อว่า "ไอ้ตู้เย็น" จะยังมีมูลค่ากว่า 70 ล้านปอนด์

ไม่ใช่ ลูกากู ที่นำพลังคิดบวกมาใช้ ไม่มีทางทำได้อย่างแน่นอน



พลังคิดบวกความทะเยอทะยานเป็นหนทางนำไปสู่ความสำเร็จมากมาย ส่วนใครที่กำลังมองหาความสำเร็จล่ะก็ เลือก Sbobet777 กันเถอะครับ รับรองว่าติดใจแน่นอน ติดต่อเลยที่ https://line.me/R/ti/p/@777sbo หรือ 08-44-9990 77, 88 , 99

---------------------------------------------

เห็นก่อน อ่านก่อน !!
กด "ติดตาม" และเลือก "เห็นโพสต์ก่อน (See First) "

https://www.facebook.com/cheerball/

 
บทความดีๆ เรื่องราวกีฬาฟุตบอล
เรานำเสนอให้คุณได้อ่านทุกวัน

---------------------------------------------
Facebook Comment