breadcrumb symbol หน้าหลัก

เรื่องเล่ากัลโซ่
by อาเล่แมน



เรื่องเล่ากัลโซ่
by อาเล่แมน


"งูใหญ่ในมือคอนเต้"

อัพเดตเมื่อ : June 13, 2021 6:03pm โดย : Aleman

 
จนถึงตอนนี้ การที่ อินเตอร์ มิลาน เลือกตั้ง อันโตนิโอ คอนเต้ มารับหน้าที่เป็นเทรนเนอร์ ต้องบอกว่าเป็นการตัดสินใจที่ถูกทีเดียว
ไม่ว่าผลการแข่งขันนัดชิงชนะเลิศ ศึกยูโรปา ลีก ในวันศุกร์นี้จะออกมาเป็นอย่างไร ถือได้ว่าพวกเขากำลังเดินมาถูกทางแล้ว
แน่นอนว่าตอนแรกมันย่อมต้องมีข้อสงสัยอยู่บ้าง
อย่าลืมว่านี่คือคนที่มีสายเลือดของ ยูเวนตุส เต็มขั้น สมัยเป็นนักเตะเคยค้าแข้งให้กับทีมคู่ปรับนานถึง 13 ปี จากนั้นยังผันขึ้นไปเป็นกุนซือให้อีก
แถมค่าเหนื่อยก็ไม่ธรรมดา ซูหนิง ต้องยอมทุ่มให้ถึงปีละ 11 ล้านยูโรเลยทีเดียว
แต่ คอนเต้ ใช้ผลงานบนสนามเป็นเครื่องพิสูจน์ มันอาจมีบางช่วงเวลาที่ไม่ได้เป็นไปด้วยดีนัก อย่างการตกรอบแบ่งกลุ่ม ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ทว่าโดยรวมย่อมถือว่าเป็นที่น่าพอใจ
ไอ้เรื่องที่พลาดสคูเด็ตโต้ เชื่อได้ว่าสาวกอินเตอริสต้าคงไม่ได้หวังอะไรมากนักอยู่แล้วในฤดูกาลที่เพิ่งจบลงไป เนื่องจากต้องยอมรับว่าพวกเขายังตามหลัง ยูเวนตุส อยู่ช่วงหนึ่ง อีกทั้งนี่เป็นเพียงปีแรกที่นายใหญ่วัย 51 ปี เข้ามารับงาน
ที่พวกเขาอยากเห็นคือ ทีมที่อยู่ในมือของ คอนเต้ จะมีพัฒนาการมากน้อยแค่ไหน รวมถึงจะสร้างความยากลำบากใจให้กับ ยูเว่ ได้เพียงใด
และเราก็ได้เห็นกันแล้ว
 
 
พลพรรค "งูใหญ่" กลับมาเป็นทีมที่ทำให้ทุกคู่แข่งที่เผชิญหน้าด้วยต้องเจองานหนัก ทีมไหนที่จะคว้าชัยเหนือพวกเขาได้คือต้องออกแรงเหนื่อยไม่น้อยเลย
พวกเขาคือทีมที่แพ้น้อยสุด เพียง 4 นัดเท่านั้นในคัมปิโอนาโต้ แถมเสียน้อยสุดแค่ 36 ประตูเท่านั้น
คอนเต้ ยังแสดงให้เห็นว่า เขาเลือกนักเตะโดยที่ไม่ได้ดูจากชื่อ แต่พิจารณาจากฟอร์มบนสนามมากกว่า
ดีเอโก้ โกดิน เคยหลุดเป็นสำรอง เพราะ อเลสซานโดร บาสโตนี่ เด็กวัยเพียง 21 ปี กระทั่งตอนนี้ก็ถึงคราวของ มิลาน สคริเนียร์ บ้าง
หรือ คริสเตียน เอริคเซ่น ที่แม้จะมีดีกรีมากมาย แต่ในเมื่อยังเล่นไม่เข้าระบบ เขาก็ไม่ลังเลที่จะดร็อปไว้ข้างสนาม และเปิดโอกาสให้คนอื่นที่ทำได้ดีกว่า
นักเตะอย่าง นิโกโล่ บาเรลล่า ได้รับการปลุกปั้นจาก คอนเต้ ให้สมบูรณ์แบบมากขึ้น เช่นเดียวกับ โรเมลู ลูกากู ที่ตอนแรกอาจมีเสียงยี้อยู่บ้างกับการที่สโมสรยอมทุ่มมากถึง 75 ล้านยูโร เพื่อจะเอามาร่วมทีม แต่ ณ ปัจจุบัน เสียงที่ว่าได้มลายหายไปเป็นที่เรียบร้อย
ไม่นับพวกที่ทำผลงานกันได้ยอดเยี่ยมตลอดฤดูกาลอยู่แล้วทั้ง ซาเมียร์ ฮันดาโนวิช, สเตฟาน เดอ ฟราย, มาร์เซโล่ โบรโซวิช, แอชลี่ย์ ยัง หรือ เลาตาโร่ มาร์ติเนซ
 
 
ข้อเสียของ คอนเต้ คงมีเพียงการที่เขามักจะระเบิดอารมณ์ออกมาโดยไม่สนใจหน้าอินทร์หน้าพรหมไหนทั้งสิ้น โดยเฉพาะเรื่องนโยบายการเสริมทัพของสโมสรที่ทำให้อนาคตของเขากำลังง่อนแง่น
แต่ทั้งหมดนั่นเพื่อต้องการให้ทีมคิดการใหญ่ และเดินหน้าต่อไป ไม่ใช่พอใจเพียงแค่นี้
นัยหนึ่งก็คงเป็นการกดดันสโมสรด้วย ว่าหากอยากที่จะประสบความสำเร็จก็ควรลงทุนลงแรงมากกว่านี้
ฝั่ง อินเตอร์ เอง คงไม่บ้าจี้ที่จะปลด คอนเต้ ออกจากตำแหน่ง พวกเขามีของดีอยู่ในมือแล้ว ผลงานตลอดฤดูกาลนี้มันพิสูจน์ให้เห็น ยิ่งตอนนี้กำลังจะมีลุ้นแชมป์สโมสรยุโรปเป็นครั้งแรกในรอบ 10 ปี นับตั้งแต่หมดยุคของ โชเซ่ มูรินโญ่ ด้วย การเลือกจะแยกทางกันมันคงแปลกไปซะหน่อย
ไหนจะค่าเหนื่อยก้อนโตที่ต้องแบกรับ หากเลือกปลดจริง หรือถ้าจะตกลงจ่ายเป็นเงินชดเชยก็คงไม่น้อยเหมือนกัน
ดังนั้นโอกาสที่ คอนเต้ จะได้รั้งบังเหียนในถิ่น จูเซ็ปเป้ เมอัซซ่า ต่อไปในซีซั่นหน้า ย่อมมีเปอร์เซ็นต์สูงอยู่ดี
มันจึงน่าสนใจว่าปีที่ 2 ของเขากับทีมชุดนี้ จะยังสามารถพัฒนาขึ้นไปได้อีกแค่ไหน หลังจากที่ได้ร่วมงานกันมาแล้วครบ 1 ปี
ยิ่งหากสโมสรตอบสนองเป็นนักเตะตามที่เขาต้องการ
ฤดูกาลหน้า ขุนพล "เนรัซซูร์รี่" ในมือของ คอนเต้ จึงน่าจับตามองไม่น้อยเลยทีเดียว
Facebook Comment