breadcrumb symbol หน้าหลัก

ซ่อนอะไรไว้ในสตั๊ด
by ดร.พิว



ซ่อนอะไรไว้ในสตั๊ด
by ดร.พิว


[#อย่าลอยตัวเหนือปัญหา]

อัพเดตเมื่อ : April 21, 2022 10:49pm โดย : Dr-piew


จากข้อมูลของ CIES หน่วยงานวิเคราะห์สถิติฟุตบอลที่ก่อตั้งโดยฟีฟ่า ระบุไว้ว่าในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา แมนฯยูไนเต็ดคือสโมสรที่ใช้งบประมาณมากสุดในยุโรป
รวมแล้วคือ 1,075 ล้านยูโร ซึ่งตัวเลขนี้น่าจะนับเฉพาะการซื้อขายผู้เล่น มาหักลบกันเท่านั้น เหนือกว่าทั้งแมนฯซิตี้ , ปารีส แซงต์ แชร์กแมง , บาร์เซโลน่าหรืออาร์เซน่อล
ส่วนลิเวอร์พูลไม่ติดท็อปเทนด้วยซ้ำ พวกเขาอาจจะซื้อเยอะก็จริง แต่ก็มีขายออกไปได้ราคาดี เรียกว่าใช้จ่ายอย่างมีสมดุล
นั่นหมายความว่าเฉลี่ยแล้ว ในแต่ละปีของตลาดซื้อขายผู้เล่นทั้ง 2 รอบ แมนฯยูไนเต็ดขาดทุนมากกว่า 100 ล้านยูโร เป็นตัวเลขที่น่าไม่ได้น่าแปลกใจเท่าไรหรอก แต่ไม่น่าเชื่อตรงที่ปล่อยให้สะสมอย่างนี้ โดบไม่คิดแก้ไขกันเลยหรือไง
คือถ้าลงทุนไปแล้ว เหมือนการหว่านเมล็ดพันธุ์เรียบร้อย ใช้เวลาฟูมฟูกดูแล รดน้ำพรวนดิน ซึ่งหากเก็บเกี่ยวดอกผลที่งอกเลยมาใช้ประโยชน์ได้ ก็ถือว่าคุ้มค่า
แต่ของแมนฯยูไนเต็ดไม่ใช่เลยสักนิด ลงไปมากแค่ไหน แทบไม่เคยได้เห็นดอกผลเติบโตงอกงามคืนมา
ครั้งสุดท้ายที่คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก ก็ย้อนไปโน่นฤดูกาล 2012/13 เป็นปีสุดท้ายในการคุมทีมของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เช่นกัน
ป๋ารีไทร์หลังจบฤดูกาลดังกล่าว เปิดหมวกลาตาม เดวิด กิลล์ ซีอีโอ ที่ชิงลงจากเก้าอี้ผู้บริหารไปก่อน แล้วจึงมีการแต่งตั้ง เอ็ด วู้ดเวิร์ด ขึ้นมาแทน
นั่นคือจุดเริ่มต้นของการปล่อยให้หายนะมาเคาะประตูบ้านอย่างแท้จริง จนถึงวันนี้ยังไม่มีแนวโน้มจะกระเตื้องเลยสักนิด ไม่มีแม้กระทั่งกลับมาท้าทายบัลลังก์ที่เคยขึ้นไปยืน
วู้ดเวิร์ด มีกิตติศัพท์หาเงินเข้าสโมสรเก่งมาก เจรจาต้าอ้วยกับสปอนเซอร์ได้มาก ได้รับการยกย่องเป็น "เมสซี่แห่งซีอีโอ" ของสโมสรฟุตบอลเลยทีเดียว
เมื่อรายได้งาม กำไรดี ไม่มีป๋าอยู่ แต่ก็ยังไม่ขาดทุน ยังคงมีการปันผลอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นทั้ง อัฟราม และ โจเอล เกลเซอร์ สองพี่น้องเจ้าของ ซึ่งมีอำนาจสูงสุด ก้ไม่ได้แคร์อะไรนัก
จึงปล่อยให้ วู้ดเวิร์ด บริหารจัดการเองตามอำเภอใจ ส่วนตัวเองปักหลักที่สหรัฐอเมริกาเป็นหลัก ให้ความสำคัญกับแทมป้าเบย์ บัคคาเนียร์ หวังจะพาครองซูเปอร์โบวล์ให้สำเร็จ
ในขณะเดียวกันพวกนี้ยังนำพี่น้อง คนในตระกูลและเพื่อนพ้องอีกไม่น้อย มารับตำแหน่งภายในทีม ถือหุ้นจำนวนหนึ่ง คอยรอรับเงินค่าตอบแทนและปันผลอย่างสบายๆ
ส่วน วู้ดเวิร์ด ซึ่งควรเน้นเรื่องหาเงินวิ่งชนผู้ชนผู้สนับสนุนเป็นหลัก แต่กลับมาวุ่นวายเรื่องการตัดสินใจซื้อขายผู้เล่นด้วยอีก แทนที่จะคอยอุนมัติเงินอย่างเดียว
เราถึงได้ยินเสียงบ่นของ หลุยส์ ฟานกัล หรือ โชเซ่ มูรินโญ่ รวมถึง เดวิด มอยส์ ที่โอดครวญว่า การทำงานเชื่องช้ามาก กว่าเจรจาสำเร็จปิดดีลได้ แทบไม่มีความเป็นมืออาชีพเลย
แฟนบอลที่อังกฤษต่างรู้ดีว่าเกิดอะไรขึ้น พวกเขาจึงรวมตัวกันประท้วงหนักเมื่อพฤษภาคมปีที่แล้ว จนทำให้เกมแดงเดือดเกิดความโกลาหลวุ่นวาย
ทั้ง โจเอล และ อัฟราม จำต้องตอบสนองบ้างแล้ว จะมัวแต่ลอยตัวเหนือปัญหาไม่ได้อีกต่อไป เลยต้องมีการจัดประชุมกับตัวแทนของกองเชียร์ขึ้น หวังลดกระแสต่อต้าน
แน่นอนว่ามันลดได้บ้าง รวมถึงการคว้า คริสเตียโน่ โรนัลโด้ กลับมาอีกครั้ง ก็ผ่อนหนักให้เป็นเบาได้ในระดับหนึ่ง
แต่ซ่อนปัญหาไว้ใต้พรมได้แค่ชั่วครู่เท่านั้นแหล่ะ สักพักก็ถูดเปิดเผยออกมาอีก เพราะผลงานในสนามมันเป็นตัววัดอยู่แล้ว
ในฐานะที่เป็นเจ้าของสโมสร ซึ่งควรโดดลงมาลุยเองในยามเกิดวิกฤต พวกเกลเซอร์จะต้องเทคแอ็กชั่นมากกว่านี้ ไม่ใช่กระดิกเท้ารอรับผลประโยชน์อย่างเดียว
เท่าที่ผ่านมาก็กู้จนดอกเบี้ยบานเบอะ อาศัยว่าเครดิตดีอยู่แล้ว ส่งทันทุกครั้ง สถาบันการเงินไหนก็แฮปปี้พร้อมปล่อยเงินให้
พวกนี้แทบไม่เคยเข้ามาดูเกมที่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ดเลย ปีหนึ่งจะเห็นหน้าคร่าตาสักครั้ง ผิดกับเจ้าของทีมอื่นที่มาอยู่เรื่อยๆ แสดงถึงความใส่ใจและจริงจังมากกว่า
หากยังลอยตัวเหนือปัญหาอย่างนี้ เห็นทีคงยากที่จะฟื้นกลับมาได้ในระยะเวลาสั้นๆ อีกทั้งนานวันเครดิตก็เสีย ศรัทธาก็เสื่อม
จะรอให้เป็นอย่างนั้นก่อนจริงๆหรือ?

ดร.พิว ล่าสุด

Facebook Comment