breadcrumb symbol หน้าหลัก

ซ่อนอะไรไว้ในสตั๊ด
by ดร.พิว



ซ่อนอะไรไว้ในสตั๊ด
by ดร.พิว


#ฝีมือดีแต่บารมีล่ะ?

อัพเดตเมื่อ : September 12, 2022 6:07pm โดย : Dr-piew


ในช่วงเวลา 12 ชั่วโมงที่ผ่านมา แสงสปอร์ตไลต์สาดมายัง เกรแฮม พ็อตเตอร์ กุนซือของไบรท์ตันแบบเต็มๆ
เพราะหลังข่าวเชลซีเด้ง โธมัส ทูเคิ่ล พ้นเก้าอี้ผู้จัดการทีมแบบฟ้าผ่าเปรี้ยงไม่เท่าไร ชื่อของ พ็อตเตอร์ โดดเด่นขึ้นมาในฐานะตัวแทน
พร้อมทั้งนักข่าวบิ๊กเนมอย่าง แม็ตต์ ลอว์ หรือ ฟาบริซิโอ โรมาโน่ ยังยืนยันไปในทางเดียวกันว่า ท็อดด์ โบห์ลี่ เจ้าของทีมเตรียมรุกคุยไบรท์ตัน เพื่อเจรจาคว้ามาสิงห์น้ำเงินให้เร็วที่สุด
ถ้าเป็นอย่างนี้จริงนั่นหมายความว่า พ็อตเตอร์ คือเป้าหมายหลักของผู้บริหารเชลซีอย่างไม่ต้องสงสัย
หากจะเอาแบบเจรจากันง่ายๆ ไม่ต้องมีเงื่อนไขหลายอย่างมาวุ่นวาย ต้องเลือกกุนซือที่กำลังว่างงานอย่าง เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ ซึ่งชื่อชั้นบารมีฝีมือติดลมบนไปแล้ว
อีกทั้งยังผ่านงานคุมสโมสรในพรีเมียร์ลีกไม่ว่าจะเป็นเซาธ์แฮมป์ตันหรือท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ แม้จะไม่มีแชมป์มาประดับเกียรติยศ แต่ภาพรวมของผลงานมันฟ้องอยู่แล้ว
แต่นี่กลับเล็งไปยัง พ็อตเตอร์ จึงพอทำให้เชื่อว่าอยากได้จริงๆ
จุดแข็งของกุนซือรายนี้คือเป็นคนอังกฤษของแท้ อายุกำลังดี 47 ปี ไม่ถือว่าน้อยหรือมากเกินไปนัก
แต่สำคัญเหนืออื่นใดเห็นจะเป็นการนำไบรท์ตันผงาดติดท็อปโฟร์ หลังเกมพรีเมียร์ผ่านไป 6 นัดด้วยกัน โดยเป็นการคว้าชัยถึง 4 นัด
นอกจากนั้นยังเล่นมีสไตล์ชัดเจน การต่อบอลบอลพื้นเท้าต่อเท้ายอดเยี่ยม นักเตะเคลื่อนไหวหาพื้นที่และตำแหน่งกันดีมาก สะท้อนถึงระบบอันแข็งแกร่งอย่างแท้จริง
ว่ากันตามตรงไม่ใช่เรื่องง่ายเลยสำหรับกุนซือ เมื่อคุณคุมทีมระดับกลางๆ งบประมาณมีจำกัด แต่สามารถจัดการได้ขนาดนี้ ต้องเจ๋งจริงเลยทีเดียว
น่าสนใจกว่านั้นก็คือ พ็อตเตอร์ เปล่าขึ้นลิฟท์เหมือนกุนซืออีกหลายคน เติบโตมาบนเส้นทางสายโค้ชแบบสเต็ปบายสเต็ป บ่มเพาะเรียนรู้จนหล่อหลอมให้แข็งแกร่ง
เพราะเริ่มต้นกับออสเตอร์ซุนด์ทีมขนาดเล็กของสวีเดนช่วงปลายปี 2010 ซึ่งตอนนั้นอยู่ลีกรองระดับดิวิชั่น 3
ก่อนใช้เวลา 5 ปีเท่านั้นเพื่อเลื่อนสู่ลีกรองดิวิชั่น 2 ตามด้วย ออลสเวนสคานหรือลีกสูงสุดในปี 2015
กระทั่งฤดูร้อน 2017 กระหึ่มยิ่งกว่าด้วยการโค่นนอร์โคปิ้งทีมดัง 3-1 คว้าแชมป์บอลถ้วยในประเทศมาครอง ได้สิทธิ์เล่นในรอบคัดเลือก กระทั่งผ่านมาได้ถึง 3 ด่าน โดยเฉพาะโค่นกาลาตาซารายอย่างประทับใจ คว้าตั๋วลุยรอบแบ่งกลุ่ม
ทุกคนคิดว่าจะจอดป้ายแค่นั้นแน่ๆ แต่กลับเข้ารอบน็อกเอาท์ชนิดพลิกความคาดหมาย ได้อันดับ 2 ของกลุ่ม ตามหลังแอธเลติก บิลเบาเข้าไป
น่าเสียดายคู่ต่อสู่ด่านถัดมาคืออาร์เซน่อล แม้ทาง พ็อตเตอร์ จะนำทีมชนะในบ้านตัวเอง 2-1 แต่นัดไปเยือนโดนถล่ม 3-0 ถึงตกรอบก็น่าประทับใจสุดๆ
ผลงานโดดเด่นขนาดนั้น เลยได้กลับมาอังกฤษ รับข้อเสนอคุมสวอนซีในฤดูร้อนปี 2018 แค่ฤดูกาลเดียวก็ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้จัดการทีมไบรท์ตัน
พร้อมแนวทางการเล่นที่น่าสนใจ ซึ่งเขาเรียกมันว่า "ยืดหยุ่น ครอบครองและโจมตี" เป็นการบ่งบอกกลยุทธในแบบฉบับตัวเองอย่างแท้จริง
ฤดูกาล 2019/20 พานกนางนวลจบอันดับ 15 บนตารางคะแนน ถือว่าตามเป้าหมาย เอาตัวรอดในลีกสูงสุดสำเร็จ แม้จะต้องลุ้นเสียงกันบ้าง
พอซีซั่นถัดมาเข้าป้ายอันดับ 16 แต่ภาพรวมยอดเยี่ยมเลยทีเดียว พวกเขาอาจจะยิงได้น้อยแค่ 40 ประตู แต่ก็เสียเพียง 46 ประตู ผลต่างลบแค่ 6 ลูกเท่านั้นเอง รวมถึงเก็บไปได้ทั้งสิ้น 12 คลีนชีตด้วย เป็นสถิติใหม่ของสโมสรในพรีเมียร์ลีก
จนมาถึงฤดูกาลที่แล้ว พ็อตเตอร์ ซึ่งใช้เวลาจูนเครื่อง ปะผุโมดิฟายให้ไฉไล จบอันดับ 9 ซึ่งดีที่สุดบนหน้าประวัติศาสตร์ทีมอีกต่างหาก พร้อมทั้งขับเน้นสไตล์ให้ชัดยิ่งขึ้นอีก
ไม่ใช่เรื่องแปลกหรอกเลย ที่พูดถึงมากว่าถึงเวลาที่ พ็อตเตอร์ จะผละจากไบรท์ตัน ยกระดับไปคุมทีมใหญ่ๆบ้าง ตอนนี้น่าจะสุกงอมพอแล้ว
อย่างไรก็ตามหากเขาเลือกเชลซีจริงตามกระแสข่าวที่กำลังแรงมากๆ ย่อมเกิดคำถามแหล่ะว่า ไหวแค่ไหนกัน เพราะคงไม่ใช่แค่เรื่องฝีมือเท่านั้น
พ็อตเตอร์ จำต้องพยายามสร้างตัวตนขึ้นมา ให้เป็นที่ยอมรับและเคารพ พูดให้ง่ายคือบารมีต้องแกร่งกล้าพอสำหรับการนั่งเก้าอี้ตัวนี้ เพราะรู้กันอยู่ว่ากุนซือคนก่อนๆ ต้องเจออะไรมาบ้าง
แต่ในอีกด้านนโยบายของกลุ่มทุนใหม่ ต้องการทำทีมแบบยั่งยืน อยู่โยงกันยาวๆ ไม่ใช่ 2-3 ปีก็แยกทางกัน นี่จึงอาจเป็นคำตอบก็เป็นได้
สำหรับ พ็อตเตอร์ มาถึงตรงนี้แล้ว คงไม่มีอะไรดีกว่าการเดินหน้าเพื่อแสวงหาความท้าทายและประสบการณ์ใหม่ๆอันล้ำค่าหรอก
อีกไม่นานเราน่าจะรู้ว่า เขาจะเลือกอนาคตให้ตัวเองอย่างไร

ดร.พิว ล่าสุด

Facebook Comment