breadcrumb symbol หน้าหลัก

Home and Away
by ซันเดย์



Home and Away
by ซันเดย์


"เป้าหมายที่ต่างกัน"

อัพเดตเมื่อ : April 17, 2022 2:40pm โดย : Sunday


     ตอนที่ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เทกตัวโหม่งให้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด นำนอริช ห่างเป็น 2-0 ตั้งแต่นาทีที่ 32 แฟนผีจำนวนไม่น้อยคิดว่า วันนี้น่าจะเป็นวันที่ดูบอลได้สบายใจเป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือน
     เกมเจอนอริช เมื่อคืนที่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ถ้าว่ากันตามตรง มันเป็นเกมที่ดูจะง่ายที่สุดแล้ว คู่แข่งเป็นบ๊วย และไม่ได้มีทีท่าจะไล่เพรสหนักๆ ให้ต้องลำบากเลย
     รูปเกมจนถึงนาทีที่ 44 ก็รอแค่ว่าเมื่อไหร่จะยิงอีกเท่านั้น แต่ที่ไหนได้ มาโดนตีเสมอ 2-2 ด้วยความหละหลวมของการเล่นเกมรับ และการเสียบอลง่ายในแดนหน้าและแดนกลางเหมือนเดิม
     จากนั้นนอริช ก็คึกคักขึ้นมาจนเกือบจะแซงนำด้วยซ้ำ กระทั่งสุดท้ายมาได้พลังใบของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ กดฟรีคิกเข้าไป กลายเป็นแฮททริกหล่อๆ พาทีมชนะหืดจับ
     แม้ทีมชนะ ได้เห็นฟรีคิกของ CR7 ได้เห็นขวัญใจในวัย 37ปี ทำแฮททริก แต่ดูเกมการเล่นแล้วแฟนผีก็ส่ายหัวเหมือนเดิมว่ามันเล่นอะไรกันวะเนี่ย?
     เจอบ๊วยยังเกือบติดคอ!
     กวาดตามาที่เวมบลีย์ หรือบางคนก็แค่กวาดตามองข้ามจอ มาดูเกมเอฟเอ คัพ รอบตัดเชือกระหว่างลิเวอร์พูล กับแมนฯ ซิตี้ กันบ้าง
     ก่อนเกมทีมของเยอร์เก้น คล็อปป์ มีจังหวะเวลาที่เหมาะกว่าของ เป๊ป
     พวกเขาลงเตะเกมชปล. เลกสองในบ้าน ไม่ต้องเดินทาง และโรเตชั่นรอไว้ก่อนเลยเนื่องจากเจอเบนฟิก้า เกมแรกบุกไปกดมาถึง 3-1 แล้ว
     ผิดกับ แมนฯ ซิตี้ ต้องออกไปเยือน แอตเลติโก้ ด้วยการใส่ชุดใหญ่เต็มพิกัดแล้วเจอเกมหนักที่นักเตะหลายคนอ่วมกลับออกมาจากมาดริด
     ไม่แปลกใจที่เอฟเอ คัพ เป๊ป จึงเลือกเปลี่ยนทีมหลายคน นั่นรวมไปถึงผู้รักษาประตูด้วยซะอย่างนั้น พอเห็น แซ็ค สเต็ฟเฟ่น พลาดลูก 2 ทำให้หลายคนงงกับการจัดตัวของเป๊ป
     ลิเวอร์พูล ที่เน้นกว่า และเข้มกว่าในครึ่งแรกนำห่างไปถึง 3-0 กลับลงมาครึ่งหลังก็ประคองตัวเอาผลการแข่งขันที่ต้องการไปจนได้ พวกเขาชนะ 3-2 ผ่านเข้าไปชิงชนะเลิศเป็นทีมแรก
     นั่นเท่ากับลิเวอร์พูล ยังอยู่บนเส้นทางการลุ้น 4 แชมป์แบบเต็มตัว!
     ตอนนี้บริษัทรับพนันถูกกฏหมายยกให้พวกเขาเป็นเต็ง 1 ใน ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ไปแล้วเพราะ แมนฯ ซิตี้ กับ เรอัล มาดริด ต้องตัดกันเอง ขณะที่พวกเขาเจอ บียาร์เรอัล แม้จะน็อคบาเยิร์น มาได้แต่ถูกมองว่าแข็งแกร่งน้อยที่สุดในบรรดา 4 ทีมที่เหลือ
     เกมบอลถ้วย ไม่ว่าจะเป็น เอฟเอ คัพ ที่เข้าไปรอชิง หรือจะเป็น ชปล. มันเป็นเกมที่ลิเวอร์พูล สามารถกำหนดชะตาตัวเองได้
     หากจะมีก็คือ พรีเมียร์ ลีก ซึ่งลิเวอร์พูล ไม่ได้กำหนดชะตาชีวิตตัวเอง เพราะต้องลุ้นให้แมนฯ ซิตี้ พลาดด้วย
     ถ้าจะวืดแชมป์แบบช่วยไม่ได้ ก็คงจะเป็นแชมป์พรีเมียร์ ลีก
     แล้วเกมต่อไปที่กำลังจะมาถึงกลางสัปดาห์นี้ก็คือเกม "แดงเดือด"
     ลิเวอร์พูล กับภารกิจสานฝัน 4 แชมป์ นี่คือเป้าหมายที่แม้ คล็อปป์ กับลูกทีมไม่พูดออกมา แต่ในใจลึกๆ พวกเขาหวังเอาไว้อย่างไม่ต้องสงสัย ถ้าทำได้ นี่จะกลายเป็นทีมที่ยิ่งใหญ่สุดในประวัติศาสตร์บอลอังกฤษโดยปฏิเสธไม่ได้ เพราะความสำเร็จมันเป็นหลักฐานเห็นกันทนโท่
     ส่วนแมนฯ ยูไนเต็ด กับการที่สเปอร์ส และอาร์เซน่อล มาสะดุดพลาด ทำให้พวกเขายังกลับมามีลุ้นท็อป 4
     ปัญหาของแมนฯ ยูไนเต็ด คือไม่ได้กุมชะตาตัวเอง แถมโปรแกรมยังยากกว่า เพราะนอกจากลิเวอร์พูล ยังเจอกับอาร์เซน่อลเอง แถมด้วยเชลซี ที่รออยู่
     เป้าหมายของลิเวอร์พูล กับแมนฯ ยูไนเต็ด แตกต่างกัน แต่มันก็มีจุดตัดนั่นคือเกมแดงเดือดที่กำลังมาถึง
     หากแมนฯ ยูไนเต็ด พลิกชนะ แชมป์พรีเมียร์ ลีก ของลิเวอร์พูลก็แทบหลุดลอย
     ถ้าลิเวอร์พูลชนะ ฝันถึงการจบท็อป 4 ของปีศาจแดงก็ห่างไกลออกไปสุดเอื้อม
     มันมีการพูดถึงการเป็นเกมแห่งศักดิ์ศรี ที่จะยอมกันไม่ได้ แมนฯ ยูไนเต็ด ต้องรวมพลังเกมใหญ่แบบนี้ ต้องเอาให้เต็มที่
     หากเป็นแมนฯ ยูไนเต็ด ยุคก่อนเป็นเรื่องเข้าใจได้เลย แดงเดือดทีไร ต่อให้สถานการณ์เป็นรองก็สู้ขาดใจแน่
     พอหันมาดูนักเตะชุดนี้ มีกี่ครั้งแล้วทีแฟนผีหวังเห็นไอ้พลังใจ การฮึดกลับมา เล่นให้สมศักดิ์ศรี แต่สุดท้ายผิดหวัง
     อย่างที่บอกว่าเกมเจอนอริช ยังเล่นกันได้มั่วซั่วขนาดนี้
     ภาพในหัวของแมนฯ ยูไนเต็ด ตอนนี้ อาจเรียกได้ว่าต่างคนต่างไป ทางใครทางมันแล้ว
     บอร์ดบริหารเปลี่ยนแปลงใหม่ กุนซือกำลังจะเปลี่ยนใหม่ ราลฟ์ รังนิค เองก็กำลังจะเปลี่ยนบทบาท นักเตะหลายคนเตรียมแยกย้าย พวกที่อาจจะได้อยู่ต่อก็ไม่รู้ทิศรู้ทางเพราะเพื่อนกระจัดกระจายกันหมด
     แต่ละคนมองไปที่ซัมเมอร์กันแล้วว่าจะเอายังไงดีกับชีวิต ส่วนในลีกอีก 6-7 นัดที่เหลือ มันไม่ได้มีเป้าหมายร่วมกันตรงนั้น มันไม่ได้มีเป้าหมายร่วมกันมาพักใหญ่แล้วถ้าว่ากันตามตรงจากที่เห็นในสนาม
     ลองนึกดูว่าทีมหนึ่ง ทั้งโค้ช ทั้งนักเตะ ทีมงานทุกคนตั้งเป้าไปยังจุดเดียวกัน มุ่งมั่นจะไปถึงตรงนั้น เล็งไปที่ความสำเร็จสุดยอด
     ส่วนอีกทีมมองผ่านไปถึงปิดฤดูกาล  ไม่ได้แคร์อะไรมากมายกับเกมที่เหลือ
     สองทีมนี้ถ้ามาเจอกัน คิดว่าผลการแข่งขันจะออกมาเป็นอย่างไร....

 

ซันเดย์ ล่าสุด

Facebook Comment