breadcrumb symbol ข่าว

Football Knowledge

" ความบาดหมางของรอย คีน "

อัพเดตเมื่อ : December 27, 2020 10:40pm โดย : admin

มิค แม็คคาร์ธี่ อดีตผู้จัดการทีมชาติไอร์แลนด์ เพิ่งออกมาให้สัมภาษณ์ว่า จนถึงทุกวันนี้ ชื่อของ รอย คีน ยังเป็นชื่อต้องห้ามในครอบครัวของเขา
การพูดถึงชื่อ รอย คีน และเหตุการณ์ "ครั้งนั้น" ที่เกาะไซปัน ยังเป็นเรื่องที่ห้ามพูดถึงและหากใครได้รับฟังเรื่องนี้จากคนอื่น จะได้รางวัลที่เขาตั้งขึ้นมาเป็นเชิงล้อเลียนว่า "กระจู๋ประจำวัน" Dick of the Day
"ปกติแล้วมีคนทำยังงั้น (พูดถึงเรื่องเกี่ยวกับ รอย คีน) เป็นประจำทุกวันรู้ไหม และผมบอกกับทุกคนว่าเส้นทางอาชีพของเราไม่ควรถูกมองแค่เรื่องนี้เรื่องเดียว
"ในครอบครัวเรามีการแข่งขันกันนะ ถ้าใครพูดถึงเรื่องที่ไซปัน หรือเพื่อนของเราคนนั้น(คีน) เมื่อไหร่ก็ตาม จะได้รางวัล "Dick of the Day" ไปครองเลย"
"ไม่ว่าจะเป็นการมาพูดกับผมหรือพูดกับครอบครัวผม พวกเขาจะบอกว่า 'พ่อๆ วันนี้ผมได้รางวัล 'Dick of the Day' มันมีคนมาพูดถึงเรื่องนั้นกับผม"
ที่มาของเรื่องนี้ ต้องย้อนไปเมื่อ 18 ปีเศษที่ผ่านมา ในหน้าร้อนปี 2002
รอย คีน คือบุคคลที่มีความสุดโต่งอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในช่วงที่ยังห้าว ยังสด ตอนยังเป็นนักเตะ
แม้กระทั่งตอนนี้ที่อายุเยอะแล้ว และทำหน้าที่เป็นกูรูวิเคราะห์เกมทางทีวี คีน เป็นคนพูดตรง วิเคราะห์ได้น่าสนใจ และมีคำพูดที่เฉียบๆ คอยตอกหน้าคนอื่นอยู่เสมอ เป็นกูรูที่มีเสน่ห์น่าฟัง
ตลอดช่วงเส้นทางสมัยเป็นนักเตะ คีน เคยมีเรื่องมีราว มีความขัดแย้งกับคนมากมายไม่เว้นแม้แต่เจ้านายที่ร่วมกันสร้างความสำเร็จอย่าง เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน
มีสิ่งหนึ่งที่เป็นธรรมชาติของ คีน อยู่เสมอ และสิ่งนี้เองที่ เฟอร์กี้ ชื่นชอบ แม้รู้ว่ามันอาจเป็นดาบสองคม นั่นก็คือ คนอย่าง รอย คีน ต้องการเป็นผู้ชนะเสมอ และเขามีทัศนคติที่เอาจริงเอาจังจนถึงที่สุด
เมื่ออยู่กับสโมสรอย่างแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มันสามารถตอบความกระหายของ คีน ได้เพราะปีศาจแดงยุคนั้นคือทีมแข็งแกร่ง มีลุ้นแชมป์ทุกรายการที่เข้าร่วม
อย่างไรก็ดี เมื่อต้องกลายร่างจากนักเตะของสโมสร ไปเป็นนักเตะทีมชาติ มันก็อาจเป็นอีกเรื่อง
ทีมชาติไอร์แลนด์ ไม่เคยโดนมองว่าจะเป็นทีมที่มีลุ้นแชมป์รายการทัวร์นาเมนต์เมเจอร์อย่างจริงจัง ทั้งคุณภาพนักเตะและประสบการณ์ในรอบลึกๆของทัวร์นาเมนต์
ทว่ากับ รอย คีน เขาไม่ได้มองแบบนั้น สำหรับ คีน ทุกรายการที่ทำการแข่งขัน มันต้องเล็งเป้าไปที่การคว้าแชมป์ แล้วทำเต็มที่ ส่วนสุดท้ายจะได้ไม่ได้นั่นก็อีกเรื่อง
คีน เป็นกัปตันทีมชาติมานาน ตั้งแต่ยุคที่ แจ็ค ชาร์ลตัน คุมทีม ต่อมาถึงยุคที่ มิค แม็คคาร์ธี่ เข้ามาสานต่อ ปลอกแขนก็ยังเป็นของเขา
เส้นทางสู่ฟุตบอลโลก 2002 ที่ญี่ปุ่น-เอเชีย ของ ไอร์แลนด์ไม่ง่าย เมื่อต้องหลุดมาถึงเพลย์ออฟ ซึ่งปีนั้น ทีมอันดับ 2 จากรอบแบ่งกลุ่ม จะได้มาเจอกันเอง ยกเว้นทีมอันดับ 2 ที่ดีที่สุด จะได้เจอกับทีมเพลย์ออฟจากเอเชีย
ไอร์แลนด์ ซึ่งเป็นทีมอันดับ 2 ที่ดีที่สุดจากรอบแบ่งกลุ่ม จึงได้เจอกับอิหร่าน โดยเตะกันในเดือนพฤศจิกายน 2001
เลกแรก ไอร์แลนด์เล่นในบ้านชนะสบาย 2-0 เลกสองไปเยือนอิหร่าน แพ้ไป 0-1 แต่รวมผลสองนัดยังเข้ารอบ ซึ่งในเลกสองนี้เอง รอย คีน ไม่ได้เดินทางไปด้วย โดยเขามีปัญหาบาดเจ็บ
ถ้าไปย้อนดูพบว่า คีน ไม่ไดลงเล่นเกมลีกให้แมนฯ ยูไนเต็ด มาตั้งแต่ปลายเดือนกันยายน เพราะมีปัญหาสภาพร่างกายจริงๆ แต่หลังช่วงเบรกทีมชาติหนนั้น เขาก็กลับมาลงสนามได้ทันที เจอกับเลสเตอร์ ซึ่งห่างจากวันที่ไอร์แลนด์ไปเยือนอิหร่านแค่ราว 2-3 วัน ประเด็นนี้เลยติดค้างอยู่ในใจ มิค แม็คคาร์ธี่
เหตุการณ์สำคัญเดินทางมาถึง เมื่อจบฤดูกาล นักเตะแต่ละคนก็แยกย้ายกันไปพักผ่อน ปิดซีซั่น ส่วนนักเตะที่ติดทีมชาติไปลุยฟุตบอลโลก ก็แยกย้ายกันไปตามประเทศใครประเทศมัน
รอย คีน คือหนึ่งในนั้น ก่อนเดินทางไปเข้าแคมป์กับไอร์แลนด์ เขาได้บอก เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ไปว่า เขาจะไปฟุตบอลโลกเพื่อ "คว้าแชมป์"
นี่คือคนอย่างรอย คีน ทุกอย่างต้องเล็งผลเลิศเสมอ ต้องเต็มที่กับมัน ไม่ใช่ว่าเป็นไอร์แลนด์ แล้วจะไปแค่เป็นไม้ประดับหรือได้แค่ไหนเอาแค่นั้น นั่นไม่ใช่ทัศนคติของเขา
ทางฝั่ง FAI หรือสมาคมฟุตบอลไอร์แลนด์ ก็จัดการหาสถานที่เก็บตัว และแคมป์สำหรับเตรียมความพร้อม
พวกเขาเลือกตั้งแคมป์ที่เกาะไซปัน อยู่ห่างจากเกาะกวมไปราว 190 กิโลเมตร เรียกว่าเป็นระยะห่างที่ไม่เลวร้ายนักก่อนจะยกพลขึ้นบกไปญี่ปุ่น เมื่อถึงเวลา
เป้าหมายของ FAI ในตอนแรกที่เกาะไซปัน คือเผื่อเป็นการผ่อนคลายของนักเตะก่อนสักพัก เพราะนักเตะส่วนใหญ่หวดฟุตบอลสโมสรมายาวนานทั้งฤดูกาล
สำหรับ รอย คีน นั่นไม่ใช่สิ่งที่เขาคาดหวัง ไม่มีการล้อเล่น ไม่มีการเหยาะแหยะ เมื่อ คีน มาถึงไซปัน เขาพบว่าสถานที่เก็บตัว ที่พัก สนามซ้อม และการเดินทางไปที่เตรียมไว้มันน่าผิดหวังมาก ไม่ได้มาตรฐาน เขาบ่นว่ามันยังกับลานจอดรถมากกว่า
ในการซ้อมวันแรกๆ คีน มีปากเสียงกับ แพ็คกี้ บอนเนอร์ และ อลัน เคลลี่ สองโค้ชผู้รักษาประตู เขาประกาศว่าจะเดินทางกลับแมนเชสเตอร์
สมาคมฟุตบอลไอร์แลนด์ยังไม่สามารถหาตั๋วให้เขาได้ในเวลากระชั้นชิดแบบนั้น คีน ในฐานะกัปตันทีมเลยต้องอยู่ต่ออีกคืน ตอนนั้นเองที่ มิค แม็คคาร์ธี่ เข้ามาเพื่อเจรจา โน้มน้าวให้เขาอยู่ต่อ สุดท้าย คีน ก็เปลี่ยนใจอยู่ต่อ
อย่างไรก็ดี ความผิดหวังต่อสมาคมฟุตบอลที่มีมานานตลอดหลายปี มันทำให้ คีน อัดอั้น ในการเดินทางไปเตะต่างประเทศ นักเตะได้นั่งที่นั่งชั้นสอง ส่วนพวกเจ้าหน้าที่ดันซื้อตั๋วชั้นหนึ่งนั่งกัน, โภชนาการก็ย่ำแย่ ครั้งที่ไปเตะกับฮอลแลนด์ นักเตะต้องกินแซนด์วิชชีส เพราะหาอาหารที่เหมาะสมเช่นพาสต้าและผลไม้ มาไว้ให้ไม่ได้
สำหรับ คีน ที่มีความเป็นมืออาชีพสูงสุด สัมผัสความเอาจริงเอาจังมาตลอดที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มองว่านี่มันเป็นเรื่องที่รับไม่ได้
สื่อในไอร์แลนด์ เริ่มระแคะระคาย พวกเขาจึงขอมาสัมภาษณ์กับ คีน ซึ่งเขาก็ตกลงให้ The Sunday Independent เข้ามาสัมภาษณ์ได้ แต่สื่อดังอย่าง The Irish Times ได้ติดต่อไปยังสื่อเจ้าแรก ว่าขอพ่วงสัมภาษณ์ด้วยได้ไหม โดยมีข้อตกลงว่าจะให้ Independent ตีบทความก่อน แล้วพวกเขาถึงจะลงข่าวตาม เป็นสัญญาลูกผู้ชาย ซึ่ง Independent ก็ยอมตกลง
ในการสัมภาษณ์นี้ คีน ระเบิดทุกอย่างออกมา ความผิดหวังของเขาต่อสมาคมฟุตบอล ลิสต์เหตุการณ์ต่างๆ ในการเตรียมทีมที่ไม่มีความเป็นมืออาชีพของสมาคม จนในที่สุด มันกลายเป็นสกู๊ปสุดช็อกที่ทาง  The Irish Times นำเสนอ
เมื่อสื่อหลักตีบทความนี้ออกมา มันก็กลายเป็นเรื่องที่ถูกพูดถึงกันไปทั่วในสังคมไอร์แลนด์
เหตุการณ์นี้ทำให้เกิดการแบ่งแยกออกเป็นสองฝั่ง ฝั่งหนึ่งเห็นด้วยกับ รอย คีน ที่ทีมชาติไร้ความเป็นมืออาชีพ ไม่เอาจริงเอาจัง ทั้งที่นี่ฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย ส่วนอีกฝ่ายเห็นด้วยกับทางทีมชาติ เพราะไม่คิดว่านักเตะควรทำตัวแบบนั้น
กระทั่ง มิค แม็คคาร์ธี่ รับรู้เรื่องเข้าก็โมโหสุดๆ เขาเลยเรียกประชุมทีม และตอนนั้นเองที่มีการโควทคำพูดของทั้งคู่ออกมาบางส่วน
แม็คคาร์ธี่ เอาหนังสือพิมพ์ฉบับดังกล่าวขึ้นมาชู และถามว่า "นี่มันเรื่องอะไรกัน?" จากนั้นก็เริ่มด่า รอย คีน ย้อนไปถึงเกมเลกสองกับอิหร่าน ว่า คีน ไม่ยอมไปเล่นเพราะแกล้งเจ็บ
ตอนนั้นเองที่ คีน น็อตหลุดทันที เขาสวนใส่ แม็คคาร์ธี่ เป็นชุด
"มิค มึงมันไอ้จอมโกหก... มึงแม่งโคตรเชี่ย กูไม่เคยให้ค่ามึงเลยตอนเป็นนักเตะ ตอนเป็นผู้จัดการทีมกูก็ไม่ให้ค่ามึง ไม่ใช่ค่ามึงในฐานะบุคคลด้วย มึงมันโคตรเชี่ย ฟุตบอลโลกนี่มึงอยากทำไรก็ตามสบาย เหตุผลเดียวที่กูทำงานร่วมกับมึงก็เพราะมึงดันเป็นผู้จัดการทีมชาติของกู! มึงอยากทำอะไรก็เรื่องของมึงเลย"
ในแคมป์เองก็มีทั้งพวกที่สนับสนุนคีน บางคนไม่อยากให้มีเรื่องรุนแรงก็แอบมาหาเขาในห้องพัก แต่อีกฝั่ง ก็มีคนที่เข้าข้าง มิค แม็คคาร์ธี่ ด้วยเช่นกัน หนึ่งในนั้นคือ สตีฟ สตอนตั้น อดีตกองหลังลิเวอร์พูล
แม็คคาร์ธี่ ตัดสินใจส่ง คีน กลับบ้าน แม้จะรู้ว่านี่คือกัปตันทีมและนักเตะที่มีอิทธิพลต่อทีมทั้งในและนอกสนามก็ตาม เขาแต่งตั้ง สตีฟ สตอนตั้น มาเป็นกัปตันทีมแทน คีน ในฟุตบอลโลกหนนั้น
ไอร์แลนด์ ผ่านเข้ารอบน็อคเอาท์ไปได้ แต่มาเจอสเปน และแพ้ในการดวลจุดโทษอย่างน่าเสียดาย
ส่วน คีน เองก็ตัดสินใจจะไม่เล่นให้ทีมชาติอีก จนกว่าจะไม่มีกุนซือชื่อ มิค แม็คคาร์ธี่
คีน ยอมรับในภายหลังว่าเขาผิดหวังกับตัวเอง ผิดหวังกับการตัดสินใจแบบนั้น เพราะมันคงเป็นเรื่องดีมากที่จะนำทีมลงเตะในฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย และเขาทำให้ผู้คนผิดหวัง เพราะยังไงเสีย ความฝันของเขาคือการพาไอร์แลนด์ไปให้ไกลที่สุดในฟุตบอลโลก
ทั้งคู่แทบจะไม่เผาผีกันเลย แต่แล้วก็มีเหตุการณ์ให้จำเป็นต้องมาปะหน้ากันจนได้ในปลายปี 2006
ตอนนั้น คีน ที่ผันตัวมาเป็นผู้จัดการทีมได้งานคุมซันเดอร์แลนด์ และต้องเจอกับ วูล์ฟแฮมป์ตัน ซึ่งมี มิค แม็คคาร์ธี่ คุมทีม
ก่อนเกม ทั้งคู่มีการโทรศัพท์เคลียร์ใจกัน และภาพที่กุนซือทั้งสองฝ่ายจับไม้จับมือกันก่อนเกมก็เป็นที่จับตาของสื่ออย่างมาก
แม้จะผ่านเหตุการณ์นั้นมาแล้ว แต่ในใจทั้งคู่ก็ยังไม่ลืมความบาดหมางครั้งเก่า ทั้งสองคนไม่เคย "คืนดี" กันจริงๆ เลย
ส่วนใครยังไม่ลืมกับความไก่กาของเว็บเดิมล่ะก็หันมานี่ได้เลยครับเว็บใหม่สดใส มืออาชีพแน่นอน MYSBOBET ติดต่อเลยที่ https://line.me/R/ti/p/@my-sb99 หรือ 08-0003-1188 / 08-0003-117
———————————————
เห็นก่อน อ่านก่อน !!
กด “ติดตาม” และเลือก “เห็นโพสต์ก่อน (See First) “
https://www.facebook.com/cheerball/
บทความดีๆ เรื่องราวกีฬาฟุตบอล
เรานำเสนอให้คุณได้อ่านทุกวัน
———————————————
Facebook Comment