breadcrumb symbol ข่าว

Football Knowledge

" Fox in the Box "

อัพเดตเมื่อ : February 21, 2021 9:08pm โดย : admin

วลีที่ว่า "Fox in the Box" เป็นที่เข้าใจกันดีในหมู่แฟนบอลว่าหมายถึงกองหน้าที่มีสัญชาติญานในการล่าประตูยอดเยี่ยม วิ่งไปถูกที่ถูกเวลาและจบสกอร์ได้ในทุกรูปแบบ  เรียกว่าจมูกไวเหมือนสุนัขจิ้งจอกในกรอบเขตโทษ
นักเตะคนแรกๆ ที่ถูกสื่ออังกฤษใช้วลีนี้มาเรียก และเป็นคนที่ทำให้แฟนบอลบ้านเรารู้จักวลีนี้ก็คือ ฟรานซิส เจฟเฟอร์ส
เจฟเฟอร์ส เป็นกองหน้าดาวรุ่งที่ดังเปรี้ยงปร้างขึ้นมากับเอฟเวอร์ตัน ได้ลงสนามนัดแรกให้ทีมชุดใหญ่ตั้งแต่อายุ 16 ปีเศษ เปลี่ยนลงมาเป็นสำรองในเกมไปเยือนแมนฯ ยูไนเต็ด เมื่อเดือนธันวาคม 1997


 
ฤดูกาลต่อมา เจฟเฟอร์ส ในวัย 17 ปี ลงเล่นในพรีเมียร์ ลีก 15 นัดยิงได้ถึง 6 ประตู ค่อยๆ สร้างชื่อของตัวเองขึ้นมาเป็น Hot Prospect ยอดนักเตะเนื้อหอมอายุน้อยของอังกฤษ
ขณะที่เอฟเวอร์ตันมี เจฟเฟอร์ส ทางฝั่งลิเวอร์พูล ก็มี ไมเคิ่ล โอเว่น ที่กลายเป็นตัวหลักของลิเวอร์พูลไปเรียบร้อยด้วยวัย 18 ปี ทำให้ทั้งอังกฤษตื่นเต้นกันมาก โดยเฉพาะชาวเมืองลิเวอร์พูล
เด็กๆ ลิเวอร์พูล ที่โตขึ้นมายุคนั้น มี 2 คนนี้เป็นขวัญใจ เป็นเหมือนแรงบันดาลใจ หนึ่งในนั้นก็คือ เวย์น รูนี่ย์
เวย์น รูนี่ย์ ชื่นชอบและมี เจฟเฟอร์ส เป็นไอดอล ไม่เพียงแค่ว่าเป็นยอดดาวรุ่งอายุน้อยของเอฟเวอร์ตัน ทีมที่เขาเชียร์ แต่ทั้งคู่คือคนบ้านเดียวกัน
ทั้งคู่เกิดและโตที่คร็อกซ์เทธ ในเมอร์ซี่ไซด์ และเรียนโรงเรียนมัธยม เดอ ลา ซาลล์ เหมือนกันด้วย
ในภายหลังรูนี่ย์ ทีมชาติอังกฤษ ก็ได้ให้สัมภาษณ์เรื่องราวของความฝัน และแรงบันดาลใจ เมื่อกลับไปยังบ้านเกิด เยี่ยมโรงเรียนประถม เซนต์ สวิธินส์ คาทอลิก สกูล ที่เขาเคยเรียน ตอนที่เขาติดทีมชาติเกือบครบ 100 นัด (สถิติของรูนี่ย์ คือ 120 นัด 53 ประตู)


 
"เด็กๆ ทุกคนที่นี่ต่างมีความฝัน เด็กทุกคนโตมาอยากป็นนักฟุตบอล พวกเขารักกีฬานี้"
"ผมเองก็เคยเป็นเหมือนกันตอนผมอยู่ที่นี่ ผมอยากเป็นนักฟุตบอลอาชีพ และผมก็ทำมันจนได้ ดังนั้นการได้เป็นกัปตันทีมชาติและการได้เล่นเกือบ 100 นัดเป็นสิ่งพิเศษมาก
"สำหรับเด็กๆ ทีได้เห็นใครสักคนที่เคยอยู่ที่โรงเรียนนี้ และออกไปประสบความสำเร็จอย่างที่ผมทำ แสดงให้เห็นพวกเขาเห็นว่าสามารถทำฝันให้เป็นจริงได้"
"ผมรู้ว่ามันเป็นยังไง ฟรานนี่ เจฟเฟอร์ส ก็เรียนที่โรงเรียนมัธยมเดียวกับผม (เดอ ลา ซาลล์) และเป็นแรงบันดาลใจให้ผม มันคงเยี่ยมมากเมื่อคิดว่ามันจะเป็นเหมือนกันกับเด็กๆ เหล่านี้"
ไม่เพียงเท่านั้น ความจริงแล้วตอนที่ เวย์น รูนี่ย์ ประเดิมทีมชาติอังกฤษชุดใหญ่เมื่อปี 2003 ขณะอายุได้ 17 ปี ในเกมกระชับมิตรเจอกับออสเตรเลีย ก็เป็นการประเดิมพร้อมกับขวัญใจของเขาอย่าง ฟรานซิส เจฟเฟอร์ส ด้วย
เกมนั้นอังกฤษแพ้ 1-3 ทั้งคู่ลงมาเล่นพร้อมกันในครึ่งหลัง และเป็น เจฟเฟอร์ส นี่เองที่ทำประตูให้ทีมสิงโตคำรามในเกมนี้
น่าเสียดาย นั่นคือการติดทีมชาติครั้งแรกและครั้งเดียวของ เจฟเฟอร์ส ซึ่งในตอนนั้นเขาเป็นนักเตะในสังกัดอาร์เซน่อล
หลังจากเล่นชุดใหญ่ให้เอฟเวอร์ตัน 3 ปี ทำไปทั้งสิ้น 20 ประตูจาก 60 นัด กับนักเตะวัยเพียง 19-20 ปี เจฟเฟอร์ส ย่อมกลายเป็นดาวรุ่งเนื้อหอม


 
เขาตัดสินใจไม่ต่อสัญญาและเลือกย้ายไปอาร์เซน่อล ด้วยค่าตัวที่ถือว่าแพงเอาการในตอนนั้นคือ 8 ล้านปอนด์บวกโบนัสอีก 2 ล้านปอนด์ เมื่อซัมเมอร์ 2001
และนี่ก็อาจเป็นอีกหนึ่งหลักฐานที่คนมักนำมาใช้อ้างว่า เป็นเพราะอะไร อาร์แซน เวนเกอร์ ถึงไม่ค่อยนิยมนักเตะท้องถิ่นเลย เวนเกอร์ บอกว่าค่าตัวของเด็กอังกฤษนั้นแพงเกินจริง ไม่คุ้มกับที่จ่ายไป
เคสของ เจฟเฟอร์ส อาจเป็นหนึ่งในนั้น เพราะเมื่อเขาย้ายมา ต้องเจอกับการแย่งตำแหน่งที่มีทั้ง เดนนิส เบิร์กแคมป์, เธียร์รี่ อองรี และ ซิลแว็ง วิลตอร์
การดังเปรี้ยงปร้างมาจากที่อื่นไม่ได้หมายความว่าจะเข้ามามีโอกาสลงเล่นทันที โดยเฉพาะเมื่อย้ายมาในฐานะนักเตะอายุน้อย และเจ้าของสัมปทานเดิมคือนักเตะชั้นยอดทั้งสิ้น
ปัญหาอาการเจ็บก็มีส่วนเกี่ยวข้องด้วย เจฟเฟอร์ส
"ด้วยสาเหตุอะไรก็ตาม แม้กระทั่งตอนปลายอาชีพของผม มันก็ยังมีเรื่อง นักข่าวสนใจในตัวผมและสิ่งที่ผมทำ"
"ผมไม่รู้ว่าคนคิดแบบเดียวกับที่ผมคิดหรือเปล่านะ ซึ่งก็คือ ผมควรเก่งกว่านี้ ผมไม่ควรจะติดทีมชาติแค่นัดเดียว และลงเล่นแค่ 250 นัดในอาชีพ แต่อาการบาดเจ็บก็มีส่วนด้วย" เจฟเฟอร์ส ยอมรับ
"คุณต้องไม่ลืมว่าก่อนเวย์น โผล่เข้ามา ผมย้ายไปอาร์เซน่อลแล้ว เมื่อเวลาผ่านไปคนก็พูดกันว่า ดูสิมันน่าจะเป็นแบบนั้น แล้วดูสิ่งที่เกิดขึ้นสิ ผู้คนมองมันเหมือนนิทานสอนใจ ตัวผมและเวย์น อายุต่างกัน และ(ในปี 2003) ผมย้ายไปอาร์เซน่อลแล้ว และกำลังพยายามก้าวไปในอาชีพของผม"
ฤดูกาลแรก เจฟเฟอร์ส ลงเล่นให้อาร์เซน่อลในลีกแค่ 6 นัด ทำได้ 2 ประตู โดยหนึ่งในนั้นคือประตูในนัดปิดท้ายฤดูกาล ซึ่งอาร์เซน่อล ที่การันตีแชมป์แล้ว เปิดไฮบิวรี่ เอาชนะเอฟเวอร์ตัน  4-3 เขาโหม่งใส่ทีมเก่า 1 ประตู
ในฤดูกาลต่อมา สิ่งต่างๆ ก็ยังไม่ดีขึ้น ทัศนคติของเขาเริ่มไม่ถูกต้อง และนั่นคือจุดเปลี่ยนสำคัญ
"ผมออกไปเที่ยว ปาร์ตี้ ใช้ชีวิตเต็มที่ ปล่อยปะละเลยในการซ้อมเพราะผมคิดเสมอว่ายังไงผมก็ไม่ได้เล่นในบ่ายวันเสาร์อยู่แล้วนี่"
"ตอนนี้ผมมองย้อนกลับไปด้วยความเสียใจอย่างมาก นั่นคือตอนที่ผมควรจะมุ่งมั่นมากกว่าเดิม อาร์แซน เวนเกอร์ เคี่ยวเข็นผมพอสมควร ผมไม่มีอะไรไม่ดีจะพูดเกี่ยวกับเขาได้เลย เขาบอกคุณตามความจริง หนึ่งในผู้จัดการไม่กี่คนที่ทำแบบนั้น"
"เขาบอกว่ามีหลายอย่างอยู่ในหัวผมซึ่งมันไม่ควรมี และนี่เป็นช่วงเวลาหัวเลี้ยวหัวต่อในอาชีพผม ผมไม่ได้บอกว่าผมโยนมันทิ้งไปทั้งหมดนะ เพราะผมก็มีเส้นทางอาชีพที่ไม่เลวนัก ผมเติมเต็มความทะเยอทะยานได้หลายอย่าง แต่ผมพูดเสมอ ผมรู้ดีว่าผมมีศักยภาพแค่ไหน ผมไม่ใช่คนอ่อนแอ ผมรู้ว่าผมเป็นนักเตะที่ดีแค่ไหน ติดทีมชาติแค่นัดเดียวไม่พอสำหรับผม"
ฟรานซิส เจฟเฟอร์ส ยอมรับว่าเขาเสียใจกับแนวทางการอำลาจากเอฟเวอร์ตัน เขาบอกว่าเป็นการตัดสินใจที่เร็วเกินไป และได้รับคำแนะนำที่ผิดพลาดจากเอเยนต์ให้เข้าไปขอขึ้นบัญชีย้ายตอนปี 1999 ซึ่งทำให้กุนซืออย่าง วอลเตอร์ สมิธ ตะโกนใส่เขาว่า "ออกไปจากออฟฟิศฉัน ก่อนฉันจะฆ่าแก"
อย่างไรก็ดี เขาจำได้ว่ามีการเจรจาสัญญาฉบับใหม่กันยาวนานและน่าปวดหัว ตามมุมมองของเขายุคนั้นการบริหารของสโมสรอย่างเอฟเวอร์ตัน ไม่ได้เป็นมืออาชีพ และลงตัวเหมือนทุกวันนี้
 


จริงๆ แล้ว เจฟเฟอร์ส เจอกับ เวย์น รูนี่ย์ ตั้งแต่ที่เขายังอยู่กับเอฟเวอร์ตันแล้ว เพราะตอนนั้น เด็กหน้าตกกระวัย 14 ปี ได้รับโอกาสให้ขึ้นมาซ้อมกับทีมชุดใหญ่
"เขา(รูนี่ย์) เล่นเอา เดฟ วัตสัน หัวหมุนไปทั่วสนาม วัตสัน ไม่ค่อยโดนเลี้ยงหนีเท่าไหร่หรอกในการซ้อม เพราะถ้ามีคนทำแบบนั้น เขาจะหวดคุณทันที ผมไม่เคยเห็นกองหน้าสักกี่คนนักที่ทำได้แบบนั้นในเกมพรีเมียร์ ลีก ตอนบ่ายวันเสาร์  แต่เวย์น มีของในตัวเองเมื่อเขาเดินลงสู่สนามซ้อม"
"เขาเป็นเอฟเวอร์โตเนี่ยนตัวยง คุณนั่งกับเขาในห้องแต่งตัว แล้วเขาจะไม่พูดเลยสักคำ เขาเป็นคนขี้อายมาก แต่แล้วเขาลงสนาม แล้วคุมเกมอยู่เลย คุณจะคิดในใจว่า มันไม่สมเหตุสมผลเอาเสียเลย? เขายืนเชียร์ทีมตรงเทอร์เรซแบบที่ผมทำ อยู่ทุกสัปดาห์ แต่เขาเข้ามาในทีม และเป็นนักเตะที่ดีสุดในสนามซ้อมตั้งแต่อายุ 14-15 คนได้แต่พูดกันว่า โอ้พระเจ้า"
 
พรสวรรค์ทางร่างกาย และพลังที่ติดตัวมาตามธรรมชาตอย่าง รูนี่ย์ มันเกี่ยวกับสิ่งแวดล่อมด้วยไหม ? เจฟเฟอร์ส มองว่าย่าน "คร็อกซ์เทธ" หรือที่คนท้องถิ่นเรียกว่า "คร็อคกี้" ในยุค 80s-90s คือบรรยากาศที่เหมาะสำหรับการเติบโตของนักฟุตบอล
 
"ตอนผมอายุ 9-10 ขวบ แม่ต้องไปตามหาผมตามท้องถนน คุณเห็นเด็กตอนนี้พวกเขากลับบ้าน ไปนั่งหน้าคอมพิวเตอร์ สมัยผมจะออกไปหาใครก็ได้ข้างนอกนั่น ไม่ว่าพวกเขาจะเป็นเพื่อนผมหรือไม่ก็ตาม ขอเพียงพวกเขามีลูกฟุตบอล ผมจะหาคนที่เล่นฟุตบอลด้วย เวย์น โตมาในคร็อคกี้ ทุกคนทำแบบนี้กันทั้งนั้น คุณจะเห็นเด็กเป็นกลุ่มๆ เล่นบอลอยู่ทั่วทุกแห่ง มันแตกต่างไปแล้วตอนนี้โลกมันเปลี่ยนไปแล้ว"
ในปี 2003 เขาย้ายยืมตัวกลับไปเอฟเวอร์ตัน แต่หนนี้ ด้วยความที่ละทิ้งฟุตบอลอย่างจริงจังไปเกือบ 2 ปี ทำให้ Fox in the Box คนดิมแทบไม่เหลืออยู่อีก เขาลงเล่น 18 นัดทำประตูไม่ได้เลย
ปี 2004 อาร์เซน่อล ปล่อยตัวเขาไปอยู่กับชาร์ลตัน แต่ก็ไม่สามารถแจ้งเกิดได้อีก เขาตระเวนเล่นให่หลายสโมสร เรนเจอร์ส, แบล็คเบิร์น, อิปสวิช, เชฟฟิลด์ เวนส์เดย์ ไปจนถึง นิวคาสเซิ่ล เจ็ทส์ ในออสเตรเลีย และมาเธอร์เวลล์ ในสก็อตแลนด์ ก่อนแขวนสตั๊ดกับ แอคคริงตัน สแตนลี่ย์ ในปี 2013
เขาเข้ามาทำงานเป็นโค้ชให้ทีมเยาวชนและทีมสำรองของเอฟเวอร์ตันในปี 2016 และมีปัญหาเรื่องการเมาแล้วขับ รวมถึงเมื่อปี 2019 ขึ้นศาลในคดีข่มขู่ทำร้ายร่างกายภรรยาที่แต่งงานกันมา 10 ปี
ฟรานซิส เจฟเฟอร์ส เคยเป็นหนึ่งในดาวรุ่งอังกฤษที่เนื้อหอมที่สุด มีพรสวรรค์ในการล่าประตูอย่างที่สุด แต่เป็นอีกครังที่โลกลูกหนังสอนเราว่า พรสวรรค์อย่างเดียวไม่สามารถพาคนสู่เป้าหมายและความสำเร็จได้เลย
เป็นอย่างไรกันบ้างกับเรื่องสนุกที่นำมาฝากกัน อย่าลืมมาติดตามความมันต่อได้ที่ MYSBOBET รับรองติดใจ ติดต่อเลยที่ https://line.me/R/ti/p/@my-sb99 หรือ 08-0003-1188 / 08-0003-117
———————————————
เห็นก่อน อ่านก่อน !!
กด “ติดตาม” และเลือก “เห็นโพสต์ก่อน (See First) “
https://www.facebook.com/cheerball/
บทความดีๆ เรื่องราวกีฬาฟุตบอล
เรานำเสนอให้คุณได้อ่านทุกวัน
———————————————
Facebook Comment