breadcrumb symbol ข่าว

Football Knowledge

" ลูกบอลทำพิษ "

อัพเดตเมื่อ : April 07, 2021 7:55pm โดย : admin

หนึ่งในความได้เปรียบของการเล่นเป็นทีมเหย้าใน ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก สมัยก่อน นอกจากเรื่องของสนามที่คุนเคย บรรยากาศ และแฟนบอลที่เข้ามากดดันคู่แข่งแล้ว ยังมีอีกเรื่อง นั่นก็คือลูกฟุตบอล
ยูฟ่า เพิ่งปรับให้ แชมเปี้ยนส์ ลีก ใช้ลูกฟุตบอลแบบเดียวกันเป็นมาตรฐาน เริ่มในราวปี 2000 โดยช่วงแรกมี Nike เป็นสปอนเซอร์ ก่อนเปลี่ยนมาเป็นลูกฟุตบอลลายดาวของ Adidas อย่างที่เราคุ้นเคยในช่วงปี 2002
ก่อนหน้านั้น ทีมไหนเป็นเจ้าบ้าน ก็มักใช้ลูกฟุตบอลที่ทีมทีมนั้นใช้แข่งในลีกภายในประเทศของตัวเองเป็นหลัก
ผู้มาเยือนจากต่างแดน แม้จะได้เอาลูกฟุตบอลนั้นมาฝึก มาซ้อม แต่ความถนัดคุ้นเคยมันไม่เหมือนกัน
ใครบอกลูกฟุตบอลไม่มีผล ก็ให้ลองดูใน เอฟเอ คัพ หรือ ลีก คัพ อังกฤษก็ได้ จะสังเกตว่าบอลที่ใช้ในรายการเหล่านี้ จะกระดอนเร็ว และมันเบา กว่าที่เราเห็นในพรีเมียร์ ลีก
โชเซ่ มูรินโญ่ เคยบ่นเรื่องลูกฟุตบอลนี้เล็กน้อยใน เอฟเอ คัพ รอบ 3 เมื่อฤดูกาลที่แล้ว ที่ทำได้แค่เสมอ มิดเดิลสโบรช์ 1-1 (รีเพลย์ชนะ 2-1)
สาเหตุคือในรายการฟุตบอลถ้วยของอังกฤษ รวมไปถึงการแข่งขันของ ฟุตบอลลีก (เดอะ แชมเปี้ยนชิพ, ลีก วัน, ลีก ทู) พวกเขาใช้ลูกฟุตบอลของ  Mitre  


 
จริงๆ แล้ว Mitre เคยเป็นลูกฟุตบอลมาตรฐานของพรีเมียร์ ลีก ก่อนหน้าที่ Nike จะเข้ามาเป็นสปอนเซอร์แทนตั้งแต่ราวปี 2000 จนถึงปัจจุบัน
"ผมคิดว่าบอลนี่มันยังกับลูกบอลเป่าลมที่ไว้เล่นตามชายหาดเลย (Beach Ball) ผมไม่คิดว่ามันจะช่วยอะไรนักเตะนะ แต่มันก็ไม่ใช่ข้อแก้ตัวอยู่ดี" นี่คือคำบ่นของ โชเซ่ มูรินโญ่ หลังจบเกมดังกล่าว
การที่ มูรินโญ่ พูดถึงบีช บอล หรือบอลชายหาดแบบนี้ ก็ทำให้นึกถึงเหตุการณ์คลาสสิกเมื่อกว่า 10 ปีที่แล้ว
ย้อนไปเดือนตุลาคมปี 2009 ในเกมพรีเมียร์ ลีก ที่ สเตเดี้ยม ออฟ ไลท์ ของซันเดอร์แลนด์ มันเป็นเกมที่เจ้าถิ่นต้องรับการมาเยือนของลิเวอร์พูล
ประตูเดียวของเกมนี้เกิดขึ้นตั้งแต่นาทีที่ 5 ของเกม  ดาร์เรน เบนท์ หัวหอกเจ้าถิ่นได้ตวัดยิงในกรอบเขตโทษ บอลพุ่งเรียดเข้าหาประตูแฉลบโดนลูกบอลชายหาดสีแดงที่มีโลโก้ลิเวอร์พูล พอดิบพอดีกับที่ เกล็น จอห์นสัน ยกขาขึ้นสกัดบอลเด้งกันไปคนละทางทำให้ เปเป้ เรน่า นายด่านลิเวอร์พูลเสียจังหวะ ลูกบอลของจริงวิ่งเข้าประตู ไป
ผู้เล่นของลิเวอร์พูล พยายามประท้วงผู้ตัดสิน ไมค์ โจนส์ ในเกมนั้น แต่ทว่ามันถูกยืนยันให้เป็นประตู
หากว่ากันตามกฏ วัตถุจากภายนอกที่ไม่เกี่ยวข้องกับเกมการแข่งขันจะต้องถูกนำออกไปจากสนามให้เรียบร้อย  ระหว่างนี้เกมต้องหยุดลงชั่วคราว
และการที่ผู้ตัดสิน ไมค์ โจนส์ ตัดสินให้เป็นประตูในเกมนั้น ทำให้เขาโดน เอฟเอ ลงโทษย้อนหลังให้ลงไปเป่าใน เดอะ แชมเปี้ยนชิพ อยู่พักใหญ่


 
นั่นก็ทำให้มันเกิดการพลิกล็อก เป็นชัยชนะของ ซันเดอร์แลนด์ แบบที่งงกันไปทั่ว  ไฮไลท์ก็อยู่ที่บอลชายหาดสีแดงเจ้ากรรมลูกนั้น
ทีนี้ถ้าเราไปดูไฮไลท์ จะเห็นเด็กหนุ่มคนหนึ่งเป็นคนตีบอลลูกนี้ลงมาในสนาม แล้วภาพก็ตัดมาที่จังหวะยิงทันที เด็กหนุ่มคนนี้เลยโดนหมายหัวว่าเป็นตัวการทำลิเวอร์พูลแพ้
แม้ในยุคนั้นโซเชียลมีเดีย ยังไม่แพร่หลาย แต่เขาก็โดนตามล่าจนได้ และมีการพบว่าเขาชื่อ  คัลลั่ม แคมป์เบลล์ อายุ 16 ปีเท่านั้นในวันเกิดเหตุ ที่สำคัญเขาเป็นแฟนหงส์พันธุ์แท้ พ่อแม่ ก็เชียร์ลิเวอร์พูล เกมนั้นเขาเดินทางไปกับเพื่อนๆ เพื่อเชียร์ทีมรัก
แคมป์เบลล์ ผิดหวังมากที่ตัวเองเป็นสาเหตุทำให้ทีมแพ้ เขากลับบ้านมาด้วยความเครียดอย่างหนักจนอาเจียร และไม่ออกไปไหนเลย 2 วันเต็มๆ
อย่างที่บอกว่าแม้แพลทฟอร์ม โซเชียล มีเดีย ยังไม่ได้เยอะและแพร่หลายเหมือนทุกวันนี้ แต่ก็มีใช้กันทั่วไป เช่น Facebook และ Twitter รวมไปถึงในเว็บบอร์ดต่างๆ คัลลั่ม แคมป์เบลล์ โดนข่มขู่ทางอินเตอร์เน็ต อย่างหนัก


 
ความคลาสสิกคือบ้านของ คัลลั่ม แคมป์เบลล์ อยู่ห่างจากสนามแอนฟิลด์ไปไม่กี่ถนนเท่านั้นและการที่ตัวเองเป็น เดอะ ค็อป ตัวยง ยิ่งทำให้เขาเครียดหนัก เขาบอกว่า มันเกิดขึ้นได้ไงไม่รู้ บอลนั่นก็ไม่ใช่ของเขาด้วยซ้ำ
"ทีวีฉายออกมาเหมือนกับว่าผมตีบอลชายหาดลงไปในสนามแล้วทันใดนั้น มันก็ไปโดนลูกบอลเลยทันทีงั้นแหละ"
"แต่ความจริงคือ เกมมันยังไม่เริ่มด้วยซ้ำตอนนั้น ทั้งสองทีมแค่เพิ่งออกมา และบอลชายหาดนั่นก็ไม่ใช่ของผมด้วย ผมไม่เคยเห็นมาก่อนเลย มันถูกโยนเด้งลงมาเรื่อยๆ จากอัฒจันทร์ข้างบน จากนั้นมันก็มาตกใส่ผม ผมก็แค่หวดมันไปในสนาม หลังจากนั้นลมก็พัดมันเข้าไปหาประตู"
"ผมแทบไม่เชื่อว่ามันยังอยู่ตรงนั้นได้ หากจะมีใครสักคนมาหยิบมันไปทิ้งก็แค่ไม่กี่วินาที หรือไม่ก็เหยียบมันให้แบนไปซะ แต่ไม่มีใครใส่ใจกับมัน และจากนั้น มันก็ค่อยๆ กลิ้งไปมา มันแค่อยู่ผิดที่ผิดทางพอดี"
"แต่ผมยอมรับนะ ผมไม่ควรตีมันลงไปในสนามตั้งแต่แรก"
เขาบอกว่าแฟนบอลตัวจริงคงไม่โทษเขา แต่คนที่โทษเขา ขู่ฆ่าเขาก็คงไม่ใช่แฟนลิเวอร์พูลที่แท้จริง สำหรับ คัลลั่ม แคมป์เบลล์ ในวัย 16 ปี มันคงทำใจยากมากๆ
พ่อกับแม่ของเขาก็เล่าให้ฟังว่า ลูกชายของตัวเองผิดหวังและเครียดแค่ไหนกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
"คัลลั่มเดินเข้าบ้านหลังจบเกมหน้าซีดเผือด เขากินอะไรไม่ลงเลย ปกติเขาจะสั่งพิซซ่ามากินตอนกลับบ้านหลังจากไปดูเกม แต่ตอนนั้นเขาไม่มีอารมณ์ทำอะไรเลย" ลิซ คุณแม่ของเขาบอก
"เขาเอาแค่นั่งอยู่ตรงโต๊ะ เอามือกุมหัว และพูดซ้ำไปซ้ำมากับเรื่องที่เกิดขึ้น"
"เขาถามฉันว่า 'แม่ว่าเป็นเพราะผมหรือเปล่าครับ?' ในฐานะแม่ และเป็นแฟนลิเวอร์พูล ฉันบอกเขาไปว่า ไม่ใช่เพราะลูกหรอก"
"มีเวลาตั้งเยอะแยะที่จะหยิบบอลนั่นออกไปก่อนเกมเริ่ม ลูกนั้นไม่ควรให้เป็นประตูด้วย มันเป็นอุบัติเหตสุดประหลาดจริงๆ"
"ลิเวอร์พูล เอฟซี คือที่สุดในชีวิตเขา ไม่ใช่สาวๆ หรือดนตรี หรือเสื้อผ้าอะไรทั้งนั้น - ลิเวอร์พูลต่างหาก"
ด้าน จอห์น คุณพ่อของเขาก็บอกว่า "เขาไม่ควรจะต้องเผชิญกับการที่โดนมองว่าเป็นแฟนบอลที่ทำให้ทีมแพ้ไปตลอดชีวิตหรอกนะ ถ้าจะมีใครผิดแล้วละก็ ต้องเป็นเจ้าหน้าที่สนามที่ไม่ยอมเอาบอลนั่นออกไปนั่นแหละ"
สิ่งหนึ่งที่คัลลั่ม อยากบอกกับ ราฟาเอล เบนิเตซ กุนซือลิเวอร์พูลในตอนนั้นก็คือ เขาอยากขอโทษกับสิ่งที่ทำลงไป
ที่น่าทึ่งคือ ราฟา เบนิเตซ ให้สัมภาษณ์หลังจบเกมด้วยการไม่ได้โทษเรื่องลูกบอลชายหาดนั่นเลย กุนซือสเปน โทษฟอร์มของลูกทีมที่ทำได้ไม่ดีพอมากกว่า ซึ่งมันก็จริง เพราะลิเวอร์พูลมีเวลาอีก 85 นาทีให้ยิงประตูคืน
ดาร์เรน เบนท์ ผู้ทำประตูนี้ ก็เคยให้สัมภาษณ์ว่า เขาไปไหนมาไหน ก็ยังคงถูกถามถึงประตูนี้ มันกลายเป็นประตูที่ถูกพูดถึงมากสุดไปแล้วในเส้นทางอาชีพของเขา


 
คัลลั่ม แคมป์เบลล์ อาจมีช่วงเวลาที่เลวร้ายในฐานะแฟนบอลลิเวอร์พูลเมื่อ 10 กว่าปีก่อน แต่ถึงตอนนี้ เขาคงได้รับการชดเชยไปเรียบร้อยแล้ว
เพราะลิเวอร์พูล พลิกจากการเป็นทีมที่ทำอะไรก็ผิดที่ผิดทางไปหมด กลายมาเป็นทีมแข็งแกร่ง ที่ประสบความสำเร็จอย่างมากในช่วง 3 ปีหลัง
 
เขาคงเป็นผู้ใหญ่เต็มตัวที่กำลังมีความสุขในการตามเชียร์ลิเวอร์พูล ยิ่งกว่าในครั้งก่อนอย่างแน่นอน
มาลองที่นี่ ไม่มีดราม่า เจอแต่ความมันกับ MYSBOBET บริการดี ดูแลฉับไว ติดต่อเลยที่ https://line.me/R/ti/p/@my-sb99 หรือ 08-0003-1188 / 08-0003-117
---------------------------------------------
เห็นก่อน อ่านก่อน !!
กด "ติดตาม" และเลือก "เห็นโพสต์ก่อน (See First) "
https://www.facebook.com/cheerball/
บทความดีๆ เรื่องราวกีฬาฟุตบอล
เรานำเสนอให้คุณได้อ่านทุกวัน
---------------------------------------------
Facebook Comment