breadcrumb symbol ข่าว

Football Knowledge

" บทเรียนเมื่อปี 2014 "

อัพเดตเมื่อ : May 22, 2022 5:59pm โดย : admin

แฟนบอลแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด รู้สึกมีความหวังอยู่บ้างหลังจากเห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา และคาดหวังถึงสิ่งที่ดีขึ้นที่จะได้เห็นตั้งแต่ซัมเมอร์นี้
หลังจากวนเวียนอยู่กับความหดหู่อยู่หลายปี ทนเห็น 2 อริที่ฉกาจที่สุดอย่าง แมนฯ ซิตี้ และลิเวอร์พูล ขึ้นมายิ่งใหญ่ เท่านั้นไม่พอ ตัวเองยังตกลงมาแบบหมดสภาพ ทำให้การเปลี่ยนแปลงชนิดถอนรากถอนโคนคือสิ่งจำเป็น
ณ วันนี้ แฟนผีทำใจยอมรับได้ว่ามันต้องสร้างกันขึ้นมาจากรากฐานอีกครั้ง ทำใจยอมรับได้ ว่าหากภายใน 2 ปี จะยังไม่เป็นทีมระดับลุ้นแชมป์ เล่นฟุตบอลได้แข็งแกร่งทุกมิติ ขอเพียงเห็นพัฒนาการที่ชัดเจนกับกุนซือคนใหม่อย่าง เอริค เทน ฮาก ก็เป็นสิ่งที่โอเคในระดับหนึ่งแล้ว
แต่นั่นไม่ใช่กับแมนฯ ยูไนเต็ด ในปี 2014
ปี 2013 แมนฯ ยูไนเต็ด คว้าแชมป์พรีเมียร์ ลีก, เซอร์ อเล็กซ์วางมือ, เดวิด มอยส์ เข้ามาแทน
ฤดูกาล 2013/14 คือความล้มเหลว พวกเขารอไม่ได้ บริบท ณ ตอนนั้นคือพวกเขาเพิ่งเป็นแชมป์มาหมาดๆ จะไม่ได้แชมป์ไม่ว่า แต่ต้องพอได้ลุ้น ไม่ใช่หลุดไปไม่ได้เล่นฟุตบอลยุโรปด้วยซ้ำ
หลังจบฤดูกาล 2013/14 แมนฯ ยูไนเต็ด ต้องเล่นของหนัก พวกเขามองที่การคัมแบ็กกลับมายิ่งใหญ่ในทันที ตอนนั้นไม่ได้มีเวลามาคิดถึงการค่อยๆ สร้างทีมใหม่แล้ว เพราะนักเตะชุดแชมป์หลายคนก็ยังอยู่


 
สโมสรติดต่อกับ หลุยส์ ฟาน กาล และตกลงกันได้ตั้งแต่ 19 พฤษภาคม 2014 ก่อนที่ อาจารย์หลุยส์ จะจบภารกิจกับทีมชาติฮอลแลนด์เสียอีก
LVG ตกลงกับปีศาจแดงเสร็จสรรพ ก็พาทีมชาติฮอลแลนด์ไปลุยฟุตบอลโลก โดยมีดาวยิงคู่ใจ ที่อีกเดี๋ยวจะได้มาทำงานร่วมกันที่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ด้วยอย่าง โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ เป็นตัวหลักในแนวรุก
ช่วงนั้น ฟาน กาล ทำทีมชาติฮอลแลนด์ เล่นในระบบ 3-5-2 มีวิงแบ็ก โดยที่สองกองหน้าทีเด็ดคือมี ฟาน เพอร์ซี่ เป็นหน้าเป้า และมี อาร์เยน ร็อบเบน เป็นกองหน้าตัวสนับสนุนที่เล่นเป็นอิสระ
เมื่อจบศึกฟุตบอลโลก 2014 ที่บราซิลไม่กี่วัน ฟาน กาล ก็เร่งเดินทางมาทำงานกับ แมนฯ ยูไนเต็ด ทันที
ระหว่างช่วงฟุตบอลโลก สโมสรก็จัดการเซ็นนักเตะเข้ามาให้ ฟาน กาล ถึง 2 คน คือ อันเดร์ เอร์เรร่า และ ลุค ชอว์ 2 คนนี้ค่าตัวรวมกันราว 64 ล้านปอนด์
สิ่งที่แฟนผีตื่นเต้น อยากเห็น หลังจาก 1 ปีของความผิดหวัง ก็คือกุนซือคนใหม่อย่าง ฟาน กาล จะทำทีมออกมาได้ดีแค่ไหน
ภารกิจปรีซีซั่นของแมนฯ ยูไนเต็ด ที่ถูกวางไว้ก่อนแล้วก็คือไปทัวร์สหรัฐอเมริกา
ฟาน กาล เป็นกุนซือที่ไม่ได้ยึดติดกับแผนการเล่นแบบไหนเป็นพิเศษ ในแต่ละทีม แต่ช่วงของอาชีพ เขาปรับแนวทางการเล่นไปเรื่อยๆ ตามความเหมาะสม
อย่างไรก็ตาม ถ้าเขาเชื่อมั่นในสิ่งใดแล้ว ฟาน กาล จะหัวแข็ง ไม่ค่อยเปลี่ยน ครั้งนี้ก็เช่นกัน เขากำลังมือขึ้นจากการเล่น 3-5-2 ดังนั้น ระบบนี้จึงเป็นระบบที่เขาคิดนำมาใช้กับแมนฯ ยูไนเต็ด เช่นกัน
เกมแรกที่แฟนผีเฝ้ารอคอยมาถึง เป็นการเจอกับ แอลเอ แกแล็กซี่ ที่สนามโรส โบว์ล วันที่ 23 กรกฏาคม 2014
ฟาน กาล ลงเล่นในระบบ 3-5-2 ที่อยากเล่นทันที เวลเบ็ค กับ รูนี่ย์ เป็นคู่หน้า แดนกลางได้เห็นฟอร์มของตัวใหม่อย่าง อันเดร์ เอร์เรร่า และ ลุค ชอว์
ได้เห็นดาวรุ่งอย่าง ไทเลอร์ แบล็คเก็ตต์ และ รีซ เจมส์ (คนละคนกับ รีซ เจมส์ ของเชลซี) ในตำแหน่งวิงแบ็กซ้าย และเด็กคนนี้ก็ทำ 2 ประตูด้วย มันเป็นเกมที่ปีศาจแดงโชว์คลาส ถล่ม แอเอล แกแล็กซี่ถึง 7-0 เลยทีเดียว
เอร์เรร่า โชว์การจ่ายบอล ออกบอลเข้าทำ ที่น่าประทับใจ จนแฟนบอลคาดหวังว่านี่แหละจะเป็นเพลย์เมกเกอร์คนใหม่ของทีม
ต้องบอกว่าในปรีซีซั่นที่เป็นรายการ "อินเตอร์แนชนั่ล แชมเปี้ยน คัพ" ทีมของฟาน กาล เล่นน่าดูชมมากๆ
ในระบบ 3-5-2 นักเตะดูวูบวาบ เล่นเกมรุก เดินหน้าเข้าใส่คู่แข่ง ขยับเคลื่อนที่กันอย่างกระฉับกระเฉง


 
3 วันต่อมา พวกเขาเอาชนะ โรม่า 3-2 ตามด้วยเสมอ อินเตอร์ 0-0 แล้วก็ยิงจุดโทษชนะ และคลาสสิกคือวันที่ 2 สิงหาคม พวกเขาก็เอาชนะ เรอัล มาดริด ได้ถึง 3-1
วันที่ 4 สิงหาคม พวกเขาเข้าไปชิงถ้วยปรีซีซั่นกับลิเวอร์พูล และแม้จะโดนยิงไปก่อน แต่ เวย์น รูนี่ย์, ฆวน มาต้า และ เจสซี่ ลินการ์ด ที่กลับมาจากยืมตัวจากเบอร์มิงแฮม ช่วยกันส่องคนละตุงให้ทีมเอาชนะ "แดงเดือดปรีซีซั่น" 3-1
มันช่างเป็นปรีซีซั่นที่สดใสเหลือเกินสำหรับแมนฯ ยูไนเต็ด และ หลุยส์ ฟาน กาล
แมนฯ ยูไนเต็ด ปิดท้ายซัมเมอร์ด้วยการลงอุ่นเครื่องที่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด 1 สัปดาห์ก่อนพรีเมียร์ ลีก จะเปิด และก็ยังทำได้ดี เอาชนะ บาเลนเซียไป 2-1
ฟอร์มแบบนี้ ไม่คิดถึงการทวงแชมป์พรีเมียร์ ลีก คืนก็ใช่ที่
ทว่าก็อย่างที่เรารู้กันดี ปรีซีซั่น หรือเกมกระชับมิตร นำมาเป็นบรรทัดฐานในเกมการแข่งขันจริงไม่ได้ทั้งหมด
อีกทั้งก่อนฤดูกาลเปิดไม่กี่วัน นักเตะที่เล่นด้วยความดุดันในช่วงปรีซีซั่นก็มีอาการเจ็บ
โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ เจ็บ, ไมเคิ่ล คาร์ริค เจ็บ, ลุค ชอว์ ตัวใหม่ก็เจ็บ, อันแดร์สัน เจ็บ, อันโตนิโอ วาเลนเซีย เจ็บ, แดนนี่ เวลเบ็ค เจ็บ, จอนนี่ อีแวนส์ ก็ไม่พร้อม
ความคาดหวังเริ่มมีสั่นคลอนนิดๆ เพราะตัวหลักเจ็บเยอะ แต่กระนั้น การเปิดฤดูกาลในโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด และมีคู่แข่งเป็นทีมกลางๆ อย่างสวอนซี ก็ไม่น่ามีปัญหาอะไร
ฟาน กาล จัด 11 ตัวแรกในเกมเป็นทางการนัดแรกของเขาดังนี้
ดาบิด เด เคอา - ไทเลอร์ แบล็คเก็ตต์, ฟิล โจนส์, คริส สมอลลิ่ง - เจสซี่ ลินการ์ด, อันเดร์ เอร์เรร่า, ฆวน มาต้า, ดาร์เรน เฟล็ทเชอร์, แอชลี่ย์ ยัง - เวย์น รูนี่ย์, ชิชาริโต้
ในระบบ 3-5-2 ตัวที่จะเล่นวิงแบ็กขวาเจ็บกันหมด ทำให้ ฟาน กาล ต้องใช้ เจสซี่ ลินการ์ด มาเล่น แล้วซวยซ้ำซวยซ้อน เล่นไป 24 นาที ลินการ์ด เจ็บ ต้องเปลี่ยน อัดนาน ยานูซาย ลงมาแทน
ความคาดหวังอันสวยงามของแฟนผีจบลงแบบสุดช็อค เพราะเกมนี้ ทีมของ ฟาน กาล แพ้คาบ้านต่อสวอนซีไป 1-2
3 นัดแรกในลีก แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่ชนะเลย เกมต่อมาเสมอซันเดอร์แลนด์ 1-1 และเสมอเบิร์นลี่ย์ 0-0
ก่อนตลาดปิด เอ็ด วู้ดเวิร์ด ยังยิ้มกริ่มด้วยการถลุงเงินเสริมทัพให้ ฟาน กาล แบบเต็มดอก
อังเคล ดิ มาเรีย 60 ล้านปอนด์, มาร์กอส โรโฮ 16 ล้านปอนด์, ดาเล่ย์ บลินด์ 14 ล้านปอนด์, เซ็นเช่ายืม ราดาเมล ฟัลเกา มาอีก 1 ปี (6ล้านปอนด์)
เป็นซัมเมอร์ที่ใช้จ่ายกระหน่ำสุดๆ แต่ผลงานกลับไม่เป็นไปตามที่หวังนัก


 
หลังจากทู่ซี้ใช้ระบบ 3-5-2 ที่ร้อนแรงตอนปรีซีซั่น แต่ไม่เวิร์ค ในการแข่งขันจริง อยู่ได้ไม่นาน อาจารย์หลุยส์ ก็ยอมเปลี่ยนมาเล่นแบ็กโฟร์ตามปกติ
10 นัดแรกในลีก แมนฯ ยูไนเต็ด ชนะแค่ 3 เกม แพ้ไปอีก 3 นัด ย่ำแย่สุดๆ แต่เมื่อตัวหลักๆ กลับมากันครบ ความมั่นใจเริ่มมา ก็ค่อยๆ เดินหน้าเก็บผลงานการแข่งขันดีๆ ได้บ้าง นั่นรวมถึงการเอาชนะลิเวอร์พูล 3-0 ด้วย
ลงท้ายฤดูกาลนั้น แมนฯ ยูไนเต็ด จบด้วยการติดท็อป 4 ได้กลับไปเล่นใน ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก อีกครั้ง
แต่มันก็สะท้อนให้เห็นว่า หลุยส์ ฟาน กาล และแนวทางการเล่นอันยอดเยี่ยม ตอนปรีซีซั่น ไม่ได้การันตีว่าเมื่อการแข่งขันจริงมาถึงมันจะได้ผลเสมอไป
เป็นบทเรียนที่ทำให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ต้องเตรียมใจไว้ว่า อย่าเพิ่งคาดหวังอะไรมากนัก จนกว่าจะได้เห็นของจริง!

เว็บกีฬาที่ดีกว่า ชัวร์กว่า ครบเครื่องเรื่องเดิมพันกว่าทุกเว็บ โปรโมชั่นดีๆ ต้องที่ MYSBOBET เพิ่มเพื่อนกันไปได้เลยที่  https://line.me/R/ti/p/@my-sb99 หรือ 08-0003-1188 / 08-0003-117
Facebook Comment