breadcrumb symbol ข่าว

Football Knowledge

" ดีนาโม เคียฟ ชุดเทพ ชปล. "

อัพเดตเมื่อ : August 04, 2022 5:43pm โดย : admin

ช่วงเวลานี้ ฟุตบอลสโมสรยุโรปทุกรายการมีการแข่งขันกันแล้ว
มันอยู่ในช่วงของ "รอบคัดเลือก" สมัยก่อนนี้ ตอนที่โควต้าเล่น ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม มีให้เฉพาะแชมป์ลีก ส่วนทีมรองแชมป์ลีก หรืออันดับต่ำกว่านั้น ถ้าจะไปเล่น ก็ต้องผ่านรอบคัดเลือกกันก่อน
ดังนั้นเรามักได้เห็นทีมใหญ่ๆ ลงเตะในรอบคัดเลือก เจอทีมเล็กๆ จากลีกแปลกๆ อยู่เป็นระยะๆ
สมัยนี้ รอบคัดเลือกมีหลายรอบ ตั้งแต่รอบ 1 ไปจนถึงรอบเพลย์ออฟ
ยุคก่อนที่ แชมเปี้ยนส์ ลีก มีโควต้าเพียง 16 หรือ 24 ทีม แม้แต่สิทธิ์ในการมาเล่นรอบคัดเลือกก่อนก็ยังน้อย เพราะลีกรอง ลีกเล็ก ถ้าไม่ใช่แชมป์ลีกจริงก็หมดสิทธิ์
แม้แต่แชมป์ลีกอย่าง "ดีนาโม เคียฟ" ยังต้องเตะรอบคัดเลือกตั้งแต่รอบแรก!
ลีก ยูเครน ถือได้ว่าเป็นลีกเกรดรอง โดยเฉพาะเมื่อย้อนไปในฤดูกาล 1998/99
ฟุตบอลยูเครน เปล่งประกายเต็มตัวก็หลังจากที่สหภาพโซเวียตล่มสลายในปี 1991 ปีต่อมา ฟีฟ่า และยูฟ่า ก็รับรองให้ ทีมชาติยูเครน สามารถร่วมทำการแข่งขันรายการต่างๆ ในนามประเทศตัวเองได้อย่างเป็นทางการ
ลีกยูเครน ก็แยกตัวออกมาจากลีกของโซเวียต แต่ทีมใหญ่อย่าง ดีนาโม เคียฟ ยังคงรักษาความแข็งแกร่งเอาไว้ได้อย่างต่อเนื่อง เพราะนักเตะของพวกเขาส่วนใหญ่ก็เป็นยูเครเนี่ยนอยู่แล้ว


 
ดีนาโม เคียฟ เคยได้แชมป์แม้แต่สมัยยังรวมโซเวียต พวกเขาเป็นแชมป์ลีกโซเวียตถึง 13 สมัย
เมื่อยูเครน แยกตัวออกมา ตั้งลีกเองในปี 1992/93 เป็นต้นมา ไม่ต้องสงสัยเลยว่า ดีนาโม เคียฟ จะแกร่งแค่ไหน พวกเขากวาดแชมป์ลีกรวดมาต่อเนื่อง
ปี 1998/99 พวกเขาได้เข้าร่วม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก อีกครั้งก็จริง แต่ต้องเตะตั้งแต่รอบคัดเลือกรอบแรก
ไม่มีปัญหาสำหรับ ดีนาโม เคียฟ เมื่อพวกเขาถลุง แบร์รี่ ทาวน์ คู่แข่งจากเวลส์ ไปด้วยสกอร์รวม 10-1  หลังเตะกัน 2 นัด
รอบที่ 2 ซึ่งเป็นรอบสำคัญ  หากผ่านได้ ก็จะได้สิทธิ์เล่นรอบแบ่งกลุ่ม ซึ่งสมัยนั้น มี 6 กลุ่ม (24 ทีม)
มีเพียงแชมป์ลีกใหญ่  7 ลีกตามสัมประสิทธิ์ของ ยูฟ่า เท่านั้นที่ได้ไปรอบในรอบแบ่งกลุ่ม ณ ตอนนั้น ได้แก่ ยูเวนตุส, ไกเซอร์สเลาเทิร์น, บาร์เซโลน่า, ล็องส์, อาแจ็กซ์, อาร์เซน่อล, ปอร์โต้ บวกกับ เรอัล มาดริด ซึ่งเป็นแชมป์เก่า รวม 8 ทีม
ที่เหลืออีก 16 ทีม ต้องคัดทางรอบคัดเลือกไม่ว่าจะเป็น แมนฯ ยูไนเต็ด, บาเยิร์น มิวนิค, อินเตอร์ มิลาน ต่างก็ต้องมาตามเส้นทางนี้
ดีนาโม เคียฟ ก็ไม่ทำให้แฟนบอลผิดหวัง เมื่อเตะรอบคัดเลือกรอบ 2 เอาชนะ สปาร์ต้า ปราก แชมป์จากเช็ก ไปแบบตื่นเต้น ด้วยการดวลจุดโทษ หลังเสมอ 2 นัด 1-1 (ผลัดกันแพ้ชนะ 1-0)
เมื่อเข้าสู่รอบแบ่งกลุ่ม ไม่มีใครมอง ดีนาโม เคียฟ มากนัก พวกเขาคือทีมจากยุโรปตะวันออก ที่ขึ้นชื่อเรื่องนักเตะเทคนิคดี และมีสภาพร่างกายแข็งแรง แต่ยุคที่ข้อมูลยังเข้าถึงแฟนบอลทั่วไปได้น้อย ดีนาโม เคียฟ โดนมองข้ามเล็กๆ
กลุ่ม E คือที่สิงสถิตของ ดีนาโม เคียฟ อยู่ร่วมกับ ล็องส์, อาร์เซน่อล และ พานาธิไนกอส
ยุคนั้น ทีมที่จะเข้ารอบน็อคเอาท์มี 8 ทีม จาก 6 กลุ่ม นั่นหมายความว่า ต้องเป็นแชมป์กลุ่มเท่านั้น หรือไม่ก็ลุ้นการเป็นอันดับ 2 ที่ดีที่สุด เพียง 2 จาก 6 กลุ่ม ที่จะได้ผ่านเข้ารอบ
ดีนาโม เคียฟ ชุดนั้น คุมทัพโดยยอดกุนซือในตำนาน วาเลรี่ โลบานอฟสกี้ ผู้เคยปลุกปั้น โอเล็ก บล็อกกิ้น, อิกอร์ เบลานอฟ จนคว้ารางวัล บัลลง ดอร์ มาแล้ว


 
ส่วนที่กำลังมีอยู่ในมือ คือหนุ่มน้อยวัย 22 ปี ซึ่งโลกยังไม่รู้จักมากนัก นามว่า อันเดร เชฟเชนโก้
ขุมกำลังที่เหลือเต็มไปด้วยผู้เล่นตัวทีมชาติอย่าง โอเล็กซานเดอร์ ชอฟคอฟสกี้ นายทวาร
กัปตันคือกองหลัง โอเล็กซ์ ลุซนี่, คู่หน้าของ เชฟเชนโก้ คือ เซอร์เก เรบรอฟ และมีดาวเตะทีมชาติจอร์เจีย คาคา คาลัดเซ่ ร่วมทัพอยู่ด้วย
เปิดมาในเกมแรกของรอบแบ่งกลุ่ม ดีนาโม เคียฟ พลาดท่าออกไปแพ้ พานาธิไนกอส 1-2 เรบรอฟ เป็นคนยิงประตูให้ทีมออกนำก่อนด้วย
เกมต่อมา พวกเขาเปิดบ้านเสมอล็องส์ 1-1 เชฟเชนโก้ ยิงนำนาทีเดียวก็โดนตีเสมอ
จุดพลิกผันของพวกเขาคือเกมที่ 3 ที่ต้องออกไปเยือนไฮบิวรี่ ของ อาร์เซน่อล เกมกำลังจะจบ พวกเขากำลังจะแพ้แต่ เซอร์เก เรบรอฟ ก็ตีเสมอ 1-1 ได้ในช่วงทดเจ็บ
หลังจากนั้น เป็นโปรแกรมที่เล่นในบ้านเยอะกว่าแล้ว พวกเขาโชว์ฟอร์มดุ อัดอาร์เซน่อล 3-1 เรบรอฟ กับ เชฟเชนโก้ ทำคนละประตู อีกลูกมาจาก โอเล็กซานเดอร์ โฮลอฟโก้
เมื่อความมั่นใจมา ดีนาโม ก็หยุดไม่อยู่ พวกเขาล้างแค้น พานาธิไนกอส 2-1 เรบรอฟ ทำอีก 1 ลูก อีกลูกมาจากการสกัดเข้าประตูตัวเองของแข้งทีมเยือน
เกมสุดท้าย พวกเขาต้องไปเยือน ล็องส์ ซึ่งมี 8 แต้มเท่ากัน ใครชนะ จะได้แชมป์กลุ่ม และผ่านเข้าสู่รอบน็อคเอาท์
หนนี้ เคียฟ ไม่ปล่อยโอกาสให้หลุดลอย คาลัดเซ่, วลาดิสลาฟ วาชชุค พาทีมนำ2-0 แม้ วลาดิเมียร์ ชมิเซอร์ จะยิงให้ล็องส์ไล่มา 1-2 แต่ท้ายเกม เชฟเชนโก้ ก็ตอกฝาโลง 3-1 คว้าชัยให้ ดีนาโม เคียฟ สำเร็จ และผ่านเข้าสู่รอบน็อคเอาท์
ถึงตอนนี้ ทุกสายตาต้องหันมามอง ดีนาโม เคียฟ กันใหม่ โดยเฉพาะคู่กองหน้าสุดอันตรายอย่าง เรบรอฟ และ เชฟเชนโก้
ทว่ารอบน็อคเอาท์ ดีนาโม เคียฟ กลับต้องมาเจอกับ เรอัล มาดริด แชมป์เก่าเมื่อฤดูกาลที่แล้ว ที่เต็มไปด้วยนักเตะระดับโลก
ความมั่นใจและความห้าวของ ดีนาโม นาทีนั้น ทำให้พวกเขาเล่นอย่างไม่เกรงกลัว เชฟเชนโก้ ฉายรัศมีกลบกองหน้าทุกคนในทัวร์นาเมนต์
เขาพังประตูให้ทีมบุกไปนำ มาดริด 1-0 แต่มาโดน เปแดร็ก มิยาโตวิช ตีเสมอ จบเกมที่ 1-1 ใน เบร์นาเบว
เลกสอง ได้เล่นในบ้าน ที่กรุงเคียฟ ท่ามกลางแฟนบอลแน่นขนัดถึง 81,500 คน


 
อันเดร เชฟเชนโก้ ซึ่งสวมเสือเบอร์ 10 ในขุดสีขาวของ ดีนาโม เคียฟ เหมาคนเดียว 2 ประตู ทำให้ทีมดังจากยูเครน พลิกล็อก คว้าชัย 2-0 ถีบเรอัล มาดริด ตกรอบ 8 ทีมสุดท้าย
ตามเส้นทาง รอบรองชนะเลิศ เข้มข้นอย่างที่สุด แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เข้ารอบน็อคเอาท์มาในฐานะอันดับ 2 ที่ดีที่สุด หลีกเลี่ยงการพบกับ บาเยิร์น มิวนิค ซึ่งอยู่ในกลุ่มเดียวกันมา โดยปีศาจแดง ซึ่งยังไม่แพ้ใครเลยจนถึงตอนนี้ ต้องวัดกับ ยูเวนตุส
นั่นทำให้ บาเยิร์น มิวนิค คือคู่แข่งของ ดีนาโม เคียฟ
สิ่งที่ บาเยิร์น แตกต่างจาก มาดริด คือพวกเขาเป็นทีมเล่นด้วยระบบระเบียบ สภาพจิตใจแข็งแกร่ง นักเตะมีความฟิตและแข็งแรงทั้งทีม ไม่ต้องพูดถึงเรื่องฝีเท้าและความสามารถเฉพาะตัวของผู้เล่นหลายคน นำโดย สเตฟาน เอ็ฟเฟ่นแบร์ก, มาริโอ บาสเลอร์, เมห์เม็ต โชลล์ ความเก๋าของ โอลิเวอร์ คาห์น และโลธ่าร์ มัทเธอุส และความกัดไม่ปล่อยของ เยนส์ เยเรมีส
เกมแรก ที่เคียฟ เจ้าถิ่นโชว์ฟอร์มดุเดือดน่ากลัว เป็นฝ่ายออกนำ 2-0 จากการเหมาของ อันเดร เชฟเชนโก้ อีกแล้ว
แต่ บาเยิร์น ก็เหมือนทีมเยอรมันทั้งหลาย ในวินาทีสำคัญ ประตูเดียว อาจส่งผลให้โมเมนตัมของเกมเปลี่ยนได้
ก่อนหมดครึ่งแรกอึดใจเดียว มิชาเอล ทาร์นาต ก็พังประตูไล่มา 1-2
วิตาลี่ โคซอฟสกี้ ช่วยให้ เคียฟ หนีไปเป็น 3-1 หลังกลับมาเล่นกันใหม่ได้แค่ 5 นาที
ทว่า บาเยิร์น ตายยากอีกครั้ง สเตฟาน เอ็ฟเฟ่นแบร์ก ทวงคืน 2-3 ก่อนที่ยักษ์ใหญ่ คาร์สเท่น ยังเคอร์ จะตีเสมอให้ทีมเสือใต้ ก่อนหมดเวลาเพียง 2 นาทีเท่านั้น
ทีมเสือใต้ในตอนนั้น เป็นทีมแพ้ยากมาก (ตอนนี้ก็เป็น) หากเวลายังไม่หมด ห้ามประมาทพวกเขาเด็ดขาด นักเตะทั้งทีมประสบการณ์ล้นเหลือ
แถมพวกเขายังมีเทรนเนอร์ที่ถือเป็นยอดฝีมือ ผู้เคยพาดอร์ทมุนด์คว้าแชมป์รายการนี้มาแล้วเมื่อ 2 ปีก่อน ซึ่งเก่งทั้งแท็คติกและจิตวิทยา  นามว่า อ็อตมาร์ ฮิทซ์เฟลด์
เลกสอง เสือใต้ได้เล่นในบ้านที่โอลิมปิก สเตเดี้ยม กรุงมิวนิค
วาเลียนซินต์ บยัลเควิช มิดฟิลด์ชาวเบลารุส หลุดไปยิงติดเซฟของ โอลิเวอร์ คาห์น  และ คาห์น ก็ต้องปัดลูกโขกเตะมุมข้ามคานไปอีกครั้ง เป็นเกมที่ เคียฟ เริ่มต้นได้ดีทีเดียว
ทว่านาทีที่ 35 มาริโอ บาสเลอร์ ก็โชว์ความฉมังในการยิงโค้งจากกรอบ 18 หลา บอลพุ่งหนีมือ ชอฟคอฟสกี้ ชนเสาเด้งเข้าประตูไปให้ บาเยิร์น นำ 1-0
ความยากของเกมนี้สำหรับ ดีนาโม คือพวกเขาต้องพลิกกลับมาชนะเท่านั้น เนื่องจาก บาเยิร์น ตุนอเวย์โกล์ ไว้ถึง 3 ประตูจากเกมแรก
โอลิเวอร์ คาห์น โผล่มาในจังหวะสำคัญเสมอ ออกมาปิดมุมลูกยิงของ เรบรอฟ ได้อีกครั้ง
บาเยิร์น เป็นฝ่ายกุมความได้เปรียบ เมื่อได้เล่นในเกมที่ถนัดแต่ อเล็กซานเดอร์ ซิคเลอร์ และตัวสำรอง อาลี ดาอี ก็โยนโอกาสหนีห่างทิ้งไป
อันเดร เชฟเชนโก้ แสดงให้เห็นความอันตราย เมื่อโยกแหวก 2 แนวรับบาเยิร์น เข้าเขตโทษ แต่จังหวะจบสกอร์ด้วยขวา เขายิงเบาเกินไป โอลิเวอร์ คาห์น ล้มตัวรับง่ายดาย
มันคือความผิดหวังของทั้งตัวเขาเอง และกับทีม เพราะในที่สุด บาเยิร์น ก็คว้าชัย 1-0
ดีนาโม เคียฟ ผ่านมาถึงรอบรองชนะเลิศได้อย่างเซอร์ไพรส์ที่สุดแล้ว เพราะพวกเขาเริ่มต้นตั้งแต่รอบคัดเลือกรอบแรก


 
แต่เมื่อมองที่คุณภาพของเกมการเล่น คุณภาพของนักเตะ มันน่าเสียดายที่อีกนิดเดียวพวกเขาก็จะได้ผ่านเข้าไปชิงชนะเลิศ
ปีนั้นอย่างที่เราทราบกัน บาเยิร์น เข้าไปชิงกับแมนฯ ยูไนเต็ด และฉากจบที่กลายเป็นตำนานที่คัมป์ นู
ด้วยฟอร์มของนักเตะเคียฟชุดนั้น ทำให้พวกเขาได้แยกย้ายกันไปหากินในทีมใหญ่
อันเดร เชฟเชนโก้ ถูก เอซี มิลาน ทุ่มเงินซื้อทันทีหลังจบฤดูกาลนั้น และกลายมาเป็นตำนานของ ซาน ชิโร่ พร้อมกับเป็นนักเตะคนที่ 3 ของกุนซือ วาเลรี่ โลบานอฟสกี้ ที่คว้าบัลลง ดอร์ มาครองได้สำเร็จ
เชว่า ก้าวขึ้นมาเป็นกองหน้าระดับโลกเต็มตัวในสีเสื้อมิลาน
เซอร์เก เรบรอฟ ในความเป็นจริง คนยูเครน ยกให้เขาเหนือกว่า เชฟเชนโก้ ด้วยซ้ำในเรื่องการจบสกอร์
แต่แพ็คเกจโดยรวม เชว่า ดูดีกว่า โดยเฉพาะสภาพร่างกาย รูปร่าง และความเร็ว
เรบรอฟ ย้ายมาเล่นกับ สเปอร์ส ในปี 2000 แต่ไม่ประสบความสำเร็จ เขากลับไป ดีนาโม เคียฟ อีกครั้งในปี 2005
คาค่า คาลัดเซ่ ก็ตาม เชฟเชนโก้ มาอยู่ที่มิลาน ในปี 2001
โอเล็กซ์ ลุซนี่ ขณะนั้นอายุ 31 ปีแล้ว ย้ายมาเล่นให้อาร์เซน่อล น่าเสียดายที่เขาย้ายมาช้าเกินไป ความเร็วของฟุตบอลอังกฤษ ทำให้เขาโดนมองว่าเป็นกองหลังที่ดีมากนัก และไม่ได้เป็นตัวจริงสม่ำเสมอ แต่ก็ยังลงเล่นให้ทีมถึง 110 นัด ได้แชมป์พรีเมียร์ ลีก 1 สมัย เอฟเอ คัพ อีก 1 สมัย
รับชมคลิปเพิ่มความสนุกกันได้เลยที่ :: http://ow.ly/PbVn30speNy

เว็บกีฬาที่ดีกว่า ชัวร์กว่า ครบเครื่องเรื่องเดิมพันกว่าทุกเว็บ โปรโมชั่นดีๆ ต้องที่ MYSBOBET เพิ่มเพื่อนกันไปได้เลยที่  https://line.me/R/ti/p/@my-sb99 หรือ 08-0003-1188 / 08-0003-117
Facebook Comment