breadcrumb symbol ข่าว breadcrumb symbol ข่าวฟุตบอล
ชนะเป็นแล้ว ! หงส์คืนฟอร์มขยี้ไลป์ซิก

ชนะเป็นแล้ว ! หงส์คืนฟอร์มขยี้ไลป์ซิก

อัพเดตเมื่อ : February 17, 2021 6:47am โดย : admin

ลิเวอร์พูล เดินทางไปที่สนาม ปุสกัส อารีน่า กรุงบูดาเปสต์ ประเทศฮังการี เพื่อหวดกับ แอร์เบ ไลป์ซิก ในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดแรก
ตามกำหนดเดิม เกมนี้จะต้องแข่งขันใน เร้ด บูลล์ อารีน่า ของ ไลป์ซิก แต่ด้วยเหตุที่ เยอรมัน ไม่ต้อนรับผู้ที่เดินทางจาก สหราชอาณาจักร เข้าประเทศตามมาตรการป้องกันการแพร่เชื้อ โควิด-19 ทำให้ต้องย้ายไปเตะกันในสนามกลาง
"หงส์แดง" อยู่ในช่วงความมั่นใจดำดิ่งเหลือเกิน ล่าสุดบุกไปนำ เลสเตอร์ ซิตี้ ก่อนแต่ก็ลงเอยด้วยการแพ้ 1-3 ทำให้ปราชัย 3 นัดรวดใน พรีเมียร์ลีก ร่วงไปอยู่อันดับ 6 แล้ว
สวนทางกับ ไลป์ซิก ที่กำลังคึกหลังฟาดชัยใน 4 เกมหลังสุดรวมทุกถ้วย โดยเพิ่งเปิดบ้านเฉือน เอาก์สบวร์ก 2-1
อย่างไรก็ดี ไลป์ซิก ต้องเสียความได้เปรียบในฐานะเจ้าถิ่นเพราะไม่ได้เล่นใน เร้ด บูลล์ อารีน่า
และมันอาจเป็นหนึ่งในเหตุผลหลักที่ทำให้พวกเขาเล่นไม่ออก แถมแย่กว่านั้นคือก่อความผิดพลาดส่วนตัวจนเป็นเหตุให้ ลิเวอร์พูล ลงโทษนิ่มๆ ด้วยชัยชนะ 2-0 จากประตูของ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ กับ ซาดิโอ มาเน่
และนี่คือประเด็นน่าสนใจตลอด 90 นาทีใน ปุสกัส อารีน่า
- บทลงโทษจากความผิดพลาด
ว่ากันตามตรง แอร์เบ ไลป์ซิก ก็ไม่ได้เล่นเป็นรอง ลิเวอร์พูล มากมาย แต่สุดท้ายต้องแพ้ภัยตัวเองจากความผิดพลาดส่วนบุคคล
ประตูแรก มาร์เซล ซาบิตเซอร์ มิดฟิลด์กัปตันทีม ดันคืนหลังพลาดไปเข้าทางปืน ซาลาห์ ลากเข้าเขตโทษไปสังหารผ่าน ปีเตอร์ กูลัคซี่ นิ่มๆ
ประตูที่ 2 จากบอลยาวของ เคอร์ติส โจนส์ เหมือนจะไม่มีอะไรแต่ นอร์ดี้ มูคิเอเล่ ดันกะจังหวะบอลผิดเข้าเตะพลาดเลยเปิดทางให้ มาเน่ ได้ควบเข้าเขตโทษไปยิงล่อเป้าสบายๆ
ถือเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับ ไลป์ซิก บนเวทีระดับนี้เลยว่าความผิดพลาด แม้เล็กน้อย ก็ทำให้คุณต้องโดนลงโทษได้ในทันที
แต่ทั้งนี้ก็ต้องยกเครดิตให้ความเลือดเย็นของทั้ง ซาลาห์ กับ มาเน่ ในการเข้าไปจบสกอร์ด้วย ถ้าเกิดว่าความมั่นใจยังไม่กลับมา รับรองได้เลยว่าคงจะยิงติดเซฟหรือตะบันออกไปไกลเหมือนในช่วงหลายๆ นัดที่ผ่านมา
- การแก้ตัวของ คาบัค
โอซาน คาบัค ยังได้รับความไว้วางใจจาก เจอร์เก้น คล็อปป์ ในการลงคุมแนวรับร่วมกับ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน แม้ทำพลาดหลายจังหวะในเกมแพ้ เลสเตอร์ ซิตี้ 1-3 เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา
และ ปราการหลังวัย 20 ปี แสดงให้เห็นถึงสภาพจิตใจอันแข็งแกร่งเกินวัย หลังทำผลงานได้เนี้ยบ เหมือนลืมสิ่งที่เกิดขึ้นในเกมล่าสุดไปแล้วยังไงยังงั้น
คาบัค เล่นอย่างมั่นอกมั่นใจในการปัดเป่าเกมรุกของ ไลป์ซิก โดยชนะการดวลตลอดทั้งเกมถึง 77 เปอร์เซ็นต์ เรียกได้ว่าดูจะโดดเด่นกว่ารุ่นพี่ที่คอยประคองอย่าง เฮนเดอร์สัน ด้วยซ้ำ
ถ้าสามารถสานต่อฟอร์มนี้ใน พรีเมียร์ลีก ไม่แน่ว่า "หงส์แดง" อาจได้พาตัวเองกลับมาสู่เส้นทางการลุ้นแชมป์ พรีเมียร์ลีก ได้ดีกว่าที่ผ่านมาก็เป็นได้
- อลีสซง คืนความมั่นใจ
อลีสซง เบ็คเกอร์ เป็นคนที่โดนวิจารณ์อย่างต่อเนื่องเพราะถูกมองว่าเป็นต้นเหตุของความปราชัยทั้งเกมเจอกับ แมนฯ ซิตี้ และ เลสเตอร์ ซิตี้
ทว่าในเกมนี้ อลีสซง แสดงให้เห็นอีกครั้งถึงการเป็นหนึ่งในผู้รักษาประตูระดับท็อปของวงการในนาทีนี้ด้วยการดูแลหน้าปากประตูอย่างมั่นใจ
ลิเวอร์พูล อาจไม่ได้ลงเอยในฐานะผู้ชนะก็ได้ ถ้าไม่มีจังหวะเซฟของ อลีสซง หลัง คริสโตเฟอร์ เอ็นคุนคู หลุดกับดักล้ำหน้าไปยิงในเขตโทษในช่วงต้นครึ่งหลัง
โดยเกมนี้ อลีสซง เก็บคลีนชีทที่ 50 ของตัวเองในการลงเฝ้าเสาให้ "หงส์แดง" รวมทุกรายการด้วย
- เจ้าหนูโจนส์
เคอร์ติส โจนส์ เป็นตัวจริงต่อเนื่องในแดนกลางของ ลิเวอร์พูล ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะแทบไม่เหลือตัวเลือกแล้ว
แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า โจนส์ ฉวยโอกาสที่ผ่านเข้ามาได้เป็นอย่างดี เพราะยังคงโชว์ฟอร์มเด่นทุกครั้งที่ลงสนาม และเป็นหนึ่งในคนที่โดดเด่นที่สุดในสนามเลยก็ว่าได้
นอกจากช่วยเกมรับได้ดีแล้ว โจนส์ ยังหาพื้นที่ในการสร้างสรรค์เกมรุกได้อย่างน่าประทับใจ โดยทำได้ 1 แอสซิสต์ด้วย
และการที่ คล็อปป์ เลือกที่จะถอด ติอาโก้ อัลกันตาร่า แทนที่จะเป็น โจนส์ ออกจากสนามเพื่อส่ง อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน ก็บ่งบอกได้ชัดเจนว่าเขาเชื่อมั่นในฝีเท้าของ มิดฟิลด์ลูกหม้อวัย 20 ปี ขนาดไหน
และใครกำลังหาเว็บไซด์ที่เชื่อมั่นได้แบบหายห่วงนี่เลย MYSBOBET ติดต่อเลยที่ https://line.me/R/ti/p/@my-sb99 หรือ 08-0003-1188 / 08-0003-117
Facebook Comment