breadcrumb symbol ข่าว breadcrumb symbol ข่าวฟุตบอล
โด้-เดฟ กอดคอสวมบทฮีโร่ช่วยผีเฉือนนกขมิ้นหืดจับ

โด้-เดฟ กอดคอสวมบทฮีโร่ช่วยผีเฉือนนกขมิ้นหืดจับ

อัพเดตเมื่อ : December 12, 2021 3:20am โดย : admin

1   share
คู่สุดท้ายของ พรีเมียร์ลีก แมตช์เดย์ 16 ประจำวันเสาร์ที่ผ่านมา แมนฯ ยูไนเต็ด ไปเยือน นอริช ซิตี้
"ปีศาจแดง" อยู่บนเส้นทางที่อนาคตสดใสรออยู่หลังเห็นถึงพัฒนาการตั้งแต่ ราล์ฟ รังนิค เข้ามากุมบังเหียน แม้ก่อนเกมนี้ได้เพียงเสมอ ยัง บอยส์ 1-1 ใน ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก แต่ก็เพราะเปลี่ยนทีมยกแผงและเข้ารอบไปแล้ว
"เดอะ คานารี่ส์" เริ่มดูดีขึ้นมาในยุคของ ดีน สมิธ หลังไร้พ่ายมา 3 เกมติด แม้เสมอใน 2 นัดหลังสุด โดยเสมอ นิวคาสเซิ่ล 1-1 ก่อนเกมนี้
แมนฯ ยูไนเต็ด แสดงให้เห็นถึงทรงบอลที่ดีขึ้นในเกมรุก แต่เกมรับก็ยังมีจุดอ่อนให้เห็น ทำให้ นอริช ดูแกร่งกล้าขึ้นมา ไม่เหมือนทีมบ๊วย แถมเกือบได้ประตูหลายๆ จังหวะถ้าไม่โดน ดาบิด เด เคอา เซฟไว้ได้
แต่แล้วเกมรับของ เดอะ คานารี่ส์ ก็มาเสียสมาธิจนพลาดเสียจุดโทษให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ก่อน คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ตะบันเสียบตาข่ายอย่างเด็ดเป็นประตูชัยช่วยให้ "ปีศาจแดง" กำชัยในลีกติดต่อกัน 3 นัด ไต่ขึ้นมาสู่อันดับ 7 แล้ว
และนี่คือประเด็นน่าสนใจจากเกมที่ แคร์โรว โร้ด...
- คู่หน้าผีมีปัญหา
ราล์ฟ รังนิค ยังยึดระบบ 4-2-2-2 หลังหันไปใช้ 4-2-3-1 ใน แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อกลางสัปดาห์ โดยวาง มาร์คัส แรชฟอร์ด กับ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เป็นคู่กองหน้า
การเซตบอลขึ้นไปในจังหวะสร้างเกมรุกถือว่ายังทำได้ดี แต่จังหวะสุดท้ายถือว่าต่ำกว่ามาตรฐาน โดยเฉพาะการประสานงานระหว่างคู่กองหน้า
แรชฟอร์ด ยังไม่กลับมาเป้นคนดีคนเดิมเหมือนช่วงก่อนเจ็บไปก่อนหน้านี้ เหมือนว่ายังจับจังหวะไม่เจอ แถมยังดื้อแพ่ง มัวแต่ก้มหน้าก้มตามุดบ่อยๆ
ขณะที่ โรนัลโด้ ที่ในวัย 36 ปี ควรเป็นคนรอจบจากการสร้างโอกาสของ แรชฟอร์ด กลับเป็นคนที่ต้องไปวิ่งไล่เพรสซิ่ง และต้องถ่างไปเล่นริมเส้น ซึ่งต้องยอมรับตามตรงว่าเขาไม่เหมาะกับการไปสับขาหลอกหรือกระชากผ่านคู่แข่งอีกแล้ว
ต้องบอกว่าสุดท้ายโชคดีที่แนวรับของ นอริช ดันไร้เดียงสาเองกับการทำฟาวล์ โรนัลโด้ ในเขตโทษแบบนั้นแล้วเขาก็ลุกขึ้นมายิงเองเข้าไป
- เด เคอา กับฟอร์มฮีโร่
นอริช ซิตี้ เล่นไม่เหมือนเป็นทีมบ๊วยเลยในการรับมือ แมนฯ ยูไนเต็ด โดยเฉพาะในครึ่งหลังที่เดินหน้าบุกใส่หลายชุดเลย ต้องยกเครดิตให้ ดีน สมิธ สำหรับการวางหมากที่ได้ผลดีแบบนี้
แต่ความพยายามของ เดอะ คานารี่ส์ ไม่เป็นผลเมื่อโดน ดาบิด เด เคอา ป้องกันไว้ได้ทั้งหมด เรียกได้ว่างัดฟอร์มซูเปอร์เซฟเป็นว่าเล่น
ทั้งลูกยิงของ ทีมู พุคคี่ กับ 2 ลูกโหม่งของ โอซาน คาบัค ที่ดูแล้วน่าจะเป็นประตูอย่างที่สุด
ดังนั้น นี่คือการยืนยันว่าถ้า แมนฯ ยูไนเต็ด คิดจะกลับมาไล่ล่าความสำเร็จอีกครั้ง พวกเขาก็ต้องการให้ เด เคอา เค้นฟอร์มเทพเช่นนี้เพื่อทำให้พวกเขาอุ่นใจในการบุกทะยานไปข้างหน้านั่นเอง
- คู่กลางโฉมใหม่
ดูโอ "แม็ค-เฟร็ด" โดนล้อและวิจารณ์อย่างหนักในยุคของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ แต่ภาพลักษณ์ของพวกเขาเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงหลังการมาของ รังนิค
มันเหมือนว่า สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ กับ เฟร็ด ต่างเรียกฟอร์มเก่งที่เคยแสดงออกมาได้ทั้งคู่ในยุครุ่งโรจน์ของ โซลชาร์ กลับมาอีกครั้ง
แดนกลางของ ยูไนเต็ด ทำได้ดีในการสกัดกั้นเกมรุกของ นอริช เพราะทั้ง แม็คโทมิเย์ กับ เฟร็ด ต่างวิ่งพล่านไล่บอลไปทั่วสนาม
ขณะเดียวกัน เซนส์ในการมีส่วนร่วมในเกมรุกก็เริ่มดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ทำให้ดูเหมือนว่าแฟนผีเริ่มมีความหวังขึ้นมาอีกครั้งกับการเห็นดูโอคู่นี้เป็นเสาหลักในแดนกลางต่อไป
- ฟูลแบ็กเล่นไม่ออก
หนึ่งในเหตุผลที่ทำให้เกมรุกของ แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่สะเด่าเหมือนในเกมเฉือนชนะ คริสตัลช พาเลซ 1-0 ก็เป็นเพราะฟูลแบ็ก 2 ข้างไม่ได้มีส่วนร่วมในเกมรุกมากเท่าที่ควร
ในเกมนี้ ดูเหมือนว่า นอริช จับทางได้ว่าจุดอ่อนของแบ็ก 2 ข้างของ แมนฯ ยูไนเต็ด อยู่ตรงไหน ก็เลยหาช่องเจาะเข้าไปได้ต่อเนื่อง
เป็นเหตุให้ทั้ง ดีโอโก้ ดาโลต์ กับ อเล็กซ์ เตลเลส ไม่ค่อยดันขึ้นสูง แถมยังมีหลายๆ จังหวะที่ เจดอน ซานโช่ กับ บรูโน่ แฟร์นานด์ส ต้องถอยมาช่วยเกมรับด้วยซ้ำ
หนึ่งในการบ้านที่ รังนิค ต้องทำคือปรับฟูลแบ็กคู่นี้ให้กลับมาโชว์ฟอร์มเหมือนในเกมกับ พาเลซ ให้ได้เพื่อที่การประสานงานในแดนหน้าจะได้ลงล็อกกันมากกว่านี้
ไฮไลท์จัดเต็ม นอริช ซิตี้ vs แมนฯ ยูไนเต็ด : https://www.cheerball.com/clips/main/view/22463
เว็บกีฬาที่ดีกว่า ชัวร์กว่า ครบเครื่องเรื่องเดิมพันกว่าทุกเว็บ โปรโมชั่นดีๆ ต้องที่ MYSBOBET เพิ่มเพื่อนกันไปได้เลยที่  https://line.me/R/ti/p/@my-sb99 หรือ 08-0003-1188 / 08-0003-117
Facebook Comment