breadcrumb symbol ข่าว

คุยกันหลังเกม : สัปดาห์หลอน แมนเชสเตอร์ รัวโหดแข่งกันยิง

อัพเดตเมื่อ : September 18, 2017 12:55am โดย : เค.เค.

     จัดหนักกันแบบสะใจโก๋เลยครับสำหรับ 2 ทีมแห่ง แมนเชสเตอร์ ที่ระรัวยิงทีมคู่แข่งแบบทำร้ายจิตใจคู่แข่งแย่งแชมป์ทีมอื่นมากๆ

     ยังไงน่ะเหรอ ? ลองดูผลคู่ เชลซี, อาร์เซน่อล, ท็อตแน่ม ฮอทสเปอร์ และ ลิเวอร์พูล ดูสิครับ มีเพียงแค่ "หงส์แดง" เท่านั้นที่ยิงได้ 1 ลูกส่วนทีมอื่นกินไข่ทั้งหมด



     ทำให้ในตอนนี้แต้มของ 2 ทีมจาก แมนเชสเตอร์ ขยับหนีทีมอันดับที่ 3 อย่าง เชลซี ไป 3 คะแนนเต็มแถมทรงที่ออกมาของทั้งคู่ก็ดูเหนียวแน่นและแพ้ยากซะด้วย

     แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ของ เป๊ป กวาดิโอล่า เหมือนจูนกันติดและก็ไหลไม่หยุดในแดนหน้ากับ เซร์คิโอ อเกวโร่ และ กาเบรียล เฮซุส



     ผมจำได้ดีเลยตอนที่ เฮซุส มาใหม่ๆและได้โอกาสลงเล่นคู่กับ กุน นั้นกลายเป็นว่ามันเหมือนกับมีกำแพงบางๆกั้นอยู่ระหว่างทั้งคู่ไม่ว่าจะเป็นเรื่องตำแหน่งที่ดูเหมือนว่าจะทับกันและไม่ลงตัว บางจังหวะ กุน เองก็ไม่ยอมส่งให้ เฮซุส ซะดื้อๆ

     อย่างไรก็ตามมาในฤดูกาลนี้กำแพงนั้นได้ถูกทำลายลงสิ้นเชิง กุน ยิงกระจายแถมยังไม่หวงบอลให้กับ เฮซุส อีกต่างหาก ทั้งคู่จับคู่กันในแดนหน้าได้เป็นที่หวาดผวาของแนวรับคู่แข่ง



     ไหนจะมี เควิน เดอ บรอยน์ เป็นตัวป้อนและสร้างโอกาสงามๆให้อีก หรือแม้แต่ ดาบิด ซิลบา ที่อาจจะมีบางคนมองว่าแก่แต่แล้วไง ? เฮียแกตัดผมเหมือนกับตัดอายุทิ้งไปด้วย เล่นเหมือนกับตอนหนุ่มๆ (เผลอๆดีกว่า) เลยนะครับ

     แถมแนวรับที่เป็นปัญหาของ "เรือใบสีฟ้า" มาตลอดเมื่อฤดูกาลที่แล้วมาในปีนี้ดูเหนียวแน่นหนึบขึ้น การันตีง่ายๆด้วยสถิติฤดูกาลนี้ 5 นัดในพรีเมียร์ลีกเสีย 2 ลูก แค่นี้แฟนๆ ซิตี้ ก็ปลื้มยิ้มแก้มบานแล้ว



     นอกเหนือจากนี้ แวงซ็องต์ กอมปานี เองก็สามารถเจ็บได้ตลอดเวลาแล้วนะครับรู้ยัง หากสังเกตุดีๆส่วนหนึ่งที่แนวรับของ ซิตี้ มีปัญหาก็เพราะขาดหัวใจหลักอย่าง กอมปานี นี่แหละที่เจ็บเป็นว่าเล่น แต่มาจนถึงตอนนี้ปราการหลังกัปตันทีมลงสนามไปแล้ว 3 นัดพร้อมกับเจ็บไปอีกแล้ว !

     แต่เชื่อว่าตอนนี้สาวก "เรือใบสีฟ้า" คงไม่กังวลเหมือนก่อนๆแล้วล่ะครับเพราะ จอห์น สโตนส์ กับ นิโกลัส โอตาเมนดี้ ทำหน้าที่ได้ไม่เคอะเขิน ไหนจะมี แฟร์นันดินโญ่ ที่ลงมาปัดกวาดก่อนถึงอีก



     ข้ามฟากมาที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่เพิ่งจะจัดหนักหลอก "ทอฟฟี่สีน้ำเงิน" เอฟเวอร์ตัน ไปหมาดๆ 4-0 แหม่ เป็นการต้อนรับการกลับมาของ เวย์น รูนีย์ ได้แสบถึงทรวงจริงๆ

     จริงอยู่ที่ว่าตอนแรกรูปเกมดูอึดอัดมากๆแต่โชคดีที่พวกเขาได้ประตูขึ้นนำไวไปก่อน

     อารมณ์แบบนี้ผมเชื่อว่าแฟน "ปีศาจแดง" อาจจะพอจำได้กับการที่นำลูกเดียวแล้วก็เล่นเอื่อยๆ ไม่รีบเร่งหรือจังหวะทะลวงเพิ่มจนสุดท้าย ดาบิด เด เคอา เซฟแค่ไหนก็ไม่สามารถช่วยทีมได้



     มาในครั้งนี้มันแตกต่างออกไปพลพรรคอสูรแดงพยายามหาจังหวะทุกครั้งที่มีโอกาส เพียงแค่ว่าจังหวะสุดท้ายมันไม่เป็นใจเหมือนลูกยิงของ วาเลนเซีย เท่านั้นเอง

     การได้เห็น โรเมลู ลูกากู เล่นในเกมวันนี้แว้บนึงผมคิดถึง แอนดี้ โคล เหมือนกันนะ คือเป็นยอดดาวยิงก็จริงแต่จังหวะไม่น่าพลาดดันทะลึ่งพลาดไปแบบน่าหักค่าเหนื่อยจริงๆ



     แต่ก็นั่นล่ะฮะ 'คิงโคล' เองเป็นศูนย์หน้าใจสู้ ต่อให้ใช้โอกาสเปลืองแค่ไหนเขาก็สามารถยิงช่วยทีมได้เสมอเช่นเดียวกับ ลูกากู ในครั้งนี้ที่สามารถยิงประตูแถมแอสซิสต์งามๆให้ เฮนริค มคิห์ทาร์ยาน ได้อีกต่างหาก

     แนวรุกนี่ก็คงต้องให้พี่เขาอยู่ยั้งยืนยงไปคนเดียวก่อนเพราะสามารถพักบอล เก็บบอล ยิงเอง หรือแม้แต่ส่งให้เพื่อนได้ซึ่งสถิติก็เบ่งบานสะพรั่งในทุกๆนัด



     ที่เปลี่ยนไปเรื่อยๆก็น่าจะเป็นบุคคลรอบข้างของ ลูกากู ล่ะครับ มันกลายเป็นว่าเหมือนมีพลังงานบางอย่างในซุ้มม้านั่งสำรอง ใครลงตัวจริงปุ๊ปเม่งยิงไม่ได้ปั๊ป

     หรือลงมาสำรองปั๊ปเม่งยิงได้ปุ๊ป

     แรชฟอร์ด กับ มาร์กซิยัล คงพิสูจน์พลังงานนี้ได้เป็นอย่างดี ซึ่งผมเองก็จะพยายามทำความเข้าใจว่าเป็นเพราะอาการเหนื่อยล้าของกองหลังฝ่ายตรงข้ามและพอคนใดคนหนึ่งลงมาความฟิตมี พลังมี จบสกอร์ได้ หล่อๆกันไป



     การทำทีมของ โชเซ่ มูรินโญ่ ปีนี้น่าสนใจครับ เช่นเดียวกับ เป๊ป กวาดิโอล่า ที่ผมเชื่อว่าทั้งสองสโมสรน่าจะเชือดเฉือนกันอย่างเมามันไปตลอดฤดูกาลแน่นอนถ้าหากสามารถรักษามาตรฐานฟอร์มการเล่นแบบนี้ได้เสมอต้นเสมอปลาย

     และมันก็น่าสนใจเหลือเกินหากว่าทั้งสองสโมสรโคจรมาพบกันซักที แต่ก็ต้องอดใจรอหน่อยล่ะครับเพราะศึก 'แมนเชสเตอร์ ดาร์บี้' จะเกิดขึ้นก็โน่น เดือนธันวาคม

เค.เค.

pic : zimbio
Facebook Comment