breadcrumb symbol ข่าว

คุยกันหลังเกม : วันๆนี่ซ้อมด้วยกันป่าวอ่ะ ?

อัพเดตเมื่อ : August 20, 2018 1:29am โดย : เค.เค.

จากแต่ก่อนใครเป็นแฟน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ดูทีมรักของตัวเองเล่นแล้วจะง่วงหน่อยๆ แต่มาตอนนี้ยิ่งดูยิ่งไม่ง่วง

อ๋อเพราะเล่นสนุกขึ้น ?

ไม่เลยครับ ยิ่งดูการเล่นแล้วยิ่งหัวร้อน ร้อนแล้วร้อนอีกกับความที่เล่นเละเทะ ต่อบอลไร้จินตนาการ เกมรับไร้ความแข็งแกร่ง ศูนย์หน้าแทบไม่ได้โอกาสสับไกยิง

โอ้โห มีเรื่องให้ด่าเพียบเลย มีเรื่องให้บ่นยาวเลย แต่นั่นก็คือเรื่องเดิมๆที่ลากยาวมาตั้งแต่ฤดูกาลก่อนยันมาช่วงปรีซีซั่น


ในตอนแรกผมค่อนข้างสนับสนุน โชเซ่ มูรินโญ่ นะครับเพราะว่าสิ่งที่เขาทำให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มันก็คือสไตล์ของเขาที่ทำแบบนี้มาตลอด หากใครดูบอลมาตลอดก็จะรู้ว่า เออ น่าเบื่อแบบนี้แหละ แต่นายใหญ่ชาวโปรตุกีซรายนี้ก็มักจะพาทีมประสบความสำเร็จได้เสมอ

ทว่ามันแตกต่างกันออกไปแล้วครับ

ปีก่อน มูรินโญ่ นำพลพรรค "ปีศาจแดง" จบอันดับที่ 2 ของตารางพรีเมียร์ลีกด้วยการเก็บแต้มได้ถึง 81 แต่ก็โดนด่ายับ

เฮ้ย ฮัลโหล 81 คะแนนนี่ไม่ใช่ขี้ๆนะครับ มันคือแต้มที่ทำให้หลายต่อหลายทีมคว้าแชมป์มาแล้วในรอบหลายๆปีที่ผ่านมา ยกตัวอย่างง่ายๆก็ เลสเตอร์ ซิตี้ ที่ได้แชมป์ก็เก็บได้ 81 แต้มนั่นแหละ


หรืออย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เองก็เคยคว้าแชมป์ด้วยการเก็บได้ 80 คะแนนเมื่อฤดูกาล 2010-11 เลยนะครับ

นั่นหมายถึงว่าอะไร ?

มูรินโญ่ ยังคงทำทีมได้ตามมาตรฐานของตัวเองโดยที่สามารถกอบโกยแต้มในระดับ 'ลุ้นแชมป์' เพียงแค่ว่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เขาพัฒนาก้าวขึ้นไปอีกขั้นแล้ว ซึ่งน่าจะเป็นร่างสุดยอดของ "เรือใบสีฟ้า" ที่เปิดอัลติแบบไม่หยุดยั้ง

ไม่หยุดยั้งจนลามมาฤดูกาลนี้เลยอ่ะครับ พวกเขาเพิ่งจะยิงจนเมื่อตีนใส่ ฮัดเดอร์สฟิลด์ ทาวน์ ไปเบาๆ 6-1

ในเมื่อคู่แข่งแถมเป็นคู่อริร่วมเมืองพัฒนาไปอีกขั้นแต่กลับกลายเป็นว่า มูรินโญ่ ยังคงอยู่ที่เดิมแถมดูจะเละตุ้มเป๊ะกว่าเดิมซะอีกเพราะทรงบอลที่เขาทำมันเริ่มแย่ลงเรื่อยๆ

ช่วงหน้าร้อนที่ผ่านมามันมีข่าวออกมาให้ได้วิเคราะห์กันตลอดว่า มูรินโญ่ มีปัญหากับทางบอร์ดบริหารจริงๆอย่างนั้นหรือ แถมสิ่งที่ มูรินโญ่ ให้สัมภาษณ์ออกสื่อมาแต่ล่ะครั้งมันตอกย้ำได้ว่า เออ มันคงมีจริงๆนั่นแหละ


การคว้าตัวนักเตะมาได้ 3 คนและไม่มีสตาร์ดังเข้ามาสู่รั้วโรงละครแห่งความฝันเลยมันกลายเป็นประเด็นใหญ่เหมือนกันเพราะในแต่ละปีมักจะมีดีลเน้นๆเนื้อๆเกิดขึ้นกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อยู่เสมอ

มาคราวนี้พวกเขาได้แค่ เฟร็ด เท่านั้นที่พอจะเป็นนักเตะเกรดดีหน่อย อารมณ์แบบเกรดซื้อมาแล้วใช้งานได้เลย และมีลุ้นว่าจะดีขึ้นเรื่อยๆส่วน ลี แกรนท์ ก็น่าจะมาสแตนด์บายเป็นมือสามธรรมดาๆและ ดีโอโก ดาลอต ก็เป็นไอ้หนูอนาคตไกลที่ยังไม่เห็นฟอร์มการเล่นเลยแม้แต่น้อย

ซื้อตัวมาแบบนี้เท่ากับว่าไม่ได้ช่วยอะไรทีมเลยได้มั้ย ? ก็จะว่ายังไงดี ได้ก็ได้ แต่ก็ดีกว่าไม่ได้เสริมอะไรเลย

เฟร็ด ก็ค่อนข้างทำหน้าที่ตัวเองได้ดีในแดนกลาง และมันก็ตอกย้ำให้เห็นว่า มูรินโญ่ ไม่ชื่นชอบ อันเดร์ เอร์เรร่า เหมือนกับแฟนๆ "ปีศาจแดง" เพราะว่าตลอดสองนัดที่ผ่านมา เอร์เรร่า ไม่ได้ลงสนามเลย


แปลกๆดี

เกมกับ ไบรท์ตัน ที่เพิ่งผ่านมาเข้าใจอยู่ว่าเมื่อปีที่แล้วก็แพ้ในสนามแห่งนี้เลยเล่นค่อนข้างรัดกุม แต่รัดกุมจนไม่บุกเขาเลยแบบนี้ก็จะดูทางตันไปซักหน่อย

การเสียสองประตูในช่วงเวลาอันรวดเร็วมันน่าเหลือเชื่อมากๆกับแนวรับของ "ปีศาจแดง" โดยเฉพาะกับ เอริค ไบยี่ ที่เล่นได้แบบเฉิดฉายเมื่อนัดแรกกับ เลสเตอร์ ซิตี้

ส่วน วิคเตอร์ ลินเดอเลิฟ ก็นั่นล่ะครับ ให้เวลาแล้วก็ดูยังไม่สามารถปรับตัวกับ พรีเมียร์ลีก ได้ดีพอ โดนวิ่งสอดมายิงแบบนั้นในฐานะกองหลังที่เป็นคนประกบตัวเขาต้องรับผิดชอบไปเต็มๆ

แม้ว่าจะได้ 1 ประตูจากการโขกของ โรเมลู ลูกากู แต่นั่นก็ไม่ได้ช่วยให้ "ปีศาจแดง" ดูเร่งเกมหรือมีแรงฮึดอะไรแม้แต่นิดเดียว แม้แต่นิดเดียวจริงๆให้ตายเถอะ


จบครึ่งแรกสกอร์ 3-1 ครึ่งหลังมีเปลี่ยนตัวแบบน่าสนใจด้วยการส่งทั้ง มาร์คัส แรชฟอร์ด และ เจสซี่ ลินการ์ด ลงสนามมาแต่ ..... แต่ ...... ก็มิได้นำพาอะไรเลย

ลินการ์ด พยายามจะกระชากหลายต่อหลายครั้ง แต่มันดูเหมือนว่าเป็นการจับบอลยาวแล้วลั่นไปเองซะมากกว่าส่วน แรชฟอร์ด นี่ไม่ต้องพูดถึงครับลงเหมือนไม่ได้ลง

สุดท้ายก็แก้ด้วยแทคติคเดิมๆ มารูยาน เฟลไลนี่ สิครับรออะไร แต่แล้วเป็นไง ? ลงมาทำอะไรได้มั้ย ก็ไม่ได้อยู่ดีเพราะการเปิดแบบทิ้งๆขว้างๆ

พอล ป็อกบา ในเกมวันนี้แม้จะยิงได้ก็จริงแต่ตลอดทั้งเกมเขาจ่ายบอลสะเปะสะปะ เสียบอลง่ายๆ หรือเสียฟาวล์แบบที่ไม่น่าจะเสีย

ทุกๆอย่างมันดูแย่ ดูไร้ซึ่งจินตนาการ ดูน่าปวดหัว ดูหัวร้อนไปหมด ซึ่งมันก็เข้าข่ายกับอาถรรพ์ฤดูกาลที่ 3 ของ โชเซ่ มูรินโญ่ พอดิบพอดีไม่มีผิดเพี้ยน


หากมันเป็นแบบนั้นจริงๆก็ควรต้องรีบแก้ไขนะครับ เพราะตัว มูรินโญ่ เองเขาไม่มีความคิดที่จะลาออกจากตำแหน่งหรอก ดูสิ่งที่เกิดขึ้นกับ เชลซี ครั้งก่อนได้ ก็คงจะเป็นแบบนั้นแหละ

ผมเชื่อว่าในตอนนี้ยังไม่มีการพิจรณาอะไรกันหรอกครับ เพราะมันก็แค่ 2 นัดแรกของฤดูกาล

ต่อจากสิ่งที่สาวก 'เร้ด เดวิลส์' ต้องเผชิญอาจจะย่ำแย่ลงเรื่อยๆและก็ก่นด่ากันต่อไป หรือดีไม่ดีเราอาจจะได้เห็นปรากฏการณ์แบบยุค หลุยส์ ฟาน กัล หรือ เดวิด มอยส์ ตั้งแต่ช่วงต้นฤดูกาลก็ได้นะครับ

กับการที่จะได้เห็น 'โรงละครแห่งความฝัน' โล่งแบบเงียบเหงาบ้างหากว่าสไตล์ของ มูรินโญ่ ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง

ซึ่งแบบนั้นแหละ คือการกดดันบอร์ดบริหารที่ดีที่สุด

หากใครคิดที่จะเปลี่ยนแปลงมากดกันแบบสบายๆมีสิ่งหลากหลายให้คุณได้เลือกก็ขอแนะนำ Sbobet777 ติดต่อรวดเร็วได้เลยที่ https://line.me/R/ti/p/@777sb หรือ 08-44-9990 77, 88 , 99
Facebook Comment