breadcrumb symbol ข่าว

[ THAI LEAGUE LEGEND : DATSAKORN THONGLAO ]

อัพเดตเมื่อ : December 30, 2020 3:52pm โดย : บุญคำ

" ดัสกร ทองเหลา "
เนื้อหาที่จะนำพาคุณผู้อ่านไปรู้จักกับนักเตะระดับ 'ตำนาน' ของ ไทยลีก ซึ่งเราขอย้ำตรงนี้ว่าจะเน้นผู้เล่นที่โลดแล่นตั้งแต่ปี 2007 เป็นต้นไป อันเนื่องมาจากว่านั่นคือฤดูกาลแรกที่ลีกฟุตบอลสูงสุดแห่งสยามประเทศเป็นอาชีพอย่างแท้จริง
ว่าแล้วตำนานที่ 'Cheerball' จะจัดมาให้คุณซึมซับถึงเรื่องราวของเขาในวันนี้คือหนึ่งในกองกลางที่ดีที่สุดเท่าที่เมืองไทย เคยมีมา...ดัสกร ทองเหลา
---------
ดัสกร ทองเหลา ชื่อนี้เป็นที่เกรงขามของนักฟุตบอลยุค 2000 ขึ้นไป เพราะนี่คือกองกลางที่ว่ากันว่า 'เก่งที่สุด' ของประเทศไทย ณ เวลานั้น
ชีวิตของเขาไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ดัสกร เริ่มต้นจากการเตะตะกร้อเป็นอย่างแรก กีฬาลูกหวายคือจุดชักพาเจ้าตัวเข้าสู่การเป็นนักฟุตบอลในภายหลัง เพราะตอนอายุได้ 10 ขวบ ดันติดทีมโรงเรียนนาด่าน อำเภอสุวรรณคูหา จังหวัดหนองบัวลำภู ทั้งๆ ที่เด็กกว่าเพื่อน
ด้วยความที่พรสวรรค์ในตัวเริ่มฉายแสง พออายุได้ 12 ขวบ เขาตัดสินใจย้ายจากหนองบัวลำภู แล้วมาเผิชญโลกกว้างในเมืองกรุง แต่ด้วยฐานะทางบ้านที่ไม่ได้มีกิน-มีใช้เหมือนใครและใคร ดัสกร จึงต้องไปอาศัยอยู่ที่วัดชำนิหัตถการ (วัดสามง่าม) เป็นที่พักพิง ทว่าตอนเรียน ไปเรียนที่วัดสระเกษ 
การเป็นศิษย์ก้นกุฏิ ในวัดสามง่ามทำให้ ดัสกร ได้เรียนรู้หลายๆ สิ่งหลายๆ อย่าง แน่นอนว่าเขาไม่เคยลืมว่าตนเองมาจากที่ใด แต่ด้วยพัฒนาการด้านศาสตร์ลูกหนังที่ไปไวมาก ทำให้ได้ย้ายไปเรียนต่อที่โรงเรียนปทุมคงคา ตอนที่เขาอายุได้ 13 ปี
ปทุมคงคา ในยุคนั้นถือเป็นเบอร์ต้นๆ ของประเทศ เพราะที่นี่คือแหล่งรวมนักเตะทีมชาติไทย ไม่ว่าจะเป็น เฉลิมวุฒิ สง่าพล หรือ ประทีป ปานขาว ต่างก็เคยผ่านการศึกษาจากที่นี่
และ ดัสกร ก็มีคู่หูอย่าง อนุชา กิจพงษ์ศรี ซึ่งเล่นปีกซ้ายเป็นเพื่อนที่สร้างชื่อเสียงให้กับ ปทุมคงคา ในตอนนั้น
อย่างไรก็ตามจุดพีกที่ทำให้ชื่อ ดัสกร ดังระเบิดเทิดเทิงนั่นคือการเลือกที่จะไม่ไปต่อในสายสามัญ แต่เลือกที่จะย้ายไปเรียนสายอาชีพกับ พณิชยาการราชดำเนิน อีกหนึ่งสถาบันชื่อก้องกับการปั้นนักเตะทีมชาติ
เขากับ อนุชา ไปเรียนต่อที่ พณิชยาการราชดำเนิน และก็ก้าวไปติดทีมชาติไทย ชุดเยาวชน รวมไปถึงชุดปรี-โอลิมปิก ซึ่งระหว่างนั้นในวัย 17 ปี ดัสกร ก็เริ่มต้นเส้นทางลูกหนังอาชีพกับ ราชประชา ควบคู่ไปกับการศึกษา
จากความที่โดดเด่นเกินใครในรุ่นเดียวกัน ปี 2001 ดัสกร ถูกเรียกติดทีมชาติไทย ชุดใหญ่ ในชุด คิงส์ คัพ ทั้งๆ ที่เพิ่งจะมีวัยเพียง 18 เท่านั้น ซึ่งทำให้เข้าได้เล่นร่วมกับ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง และ ธชตวัน ศรีปาน สองผู้เล่นระดับตำนานของทัพช้างศึก
อายุเพียง 18 แต่กลับติดทีมชาติชุดใหญ่ แถมยังได้เล่นอย่างสม่ำเสมอ อีกทั้งยังได้รับการยอมรับจากรุ่นพี่ว่า 'เก่งจริง' ทำให้สื่อมวลชนตั้งฉายาให้เขาว่า 'เด็กระเบิด'
กราฟชีวิตของ ดัสกร พุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ พอเรียนจบจาก พณิชยาการราชดำเนิน เขาก็เซ็นสัญญาอาชีพกับ บีอีซี เทโรศาสน ในปี 2002 และก็พาทีมคว้าแชมป์ลีก 1 สมัย รวมทั้งได้รองแชมป์ เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก
ผลงานที่เปรี้ยงปร้างทำให้ ไกเซอร์สเลาเทิร์น สโมสรในระดับ ลีกา 2 เยอรมัน ส่งเทียบเชิญมาให้ ดัสกร ไปร่วมฝึกซ้อม แน่นอนว่าเจ้าตัวตัดสินใจไปผจญภัยครั้งใหม่
อย่างไรก็ตามด้วยโรค 'โฮมซิค' ซึ่งมักจะเกิดขึ้นกับนักเตะไทย ในทุกยุคทุกสมัย ไม่เว้นแม้แต่ ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน ตำนานทีมชาติไทย ที่คิดถึงบ้านเหลือกำลัง มันจึงทำให้ชีวิตที่เยอรมัน ของ ดัสกร ยุติลงเพียงแค่ 3 เดือน
มีเรื่องเล่าภายหลังว่าจริงๆ แล้ว ไกเซอร์สเลาเทิร์น นั้นต้องการเซ็นสัญญากับ ดัสกร เป็นอย่างมาก ทว่าสุดท้ายไม่มีอะไรคืบหน้าทำให้เขาต้องกลับมาตั้งหลักเมืองไทย
พอกลับมาเมืองไทย เขาก็ยังอยู่กับ บีอีซี เทโรศาสน และด้วยความที่ 'คลาสฟุตบอล' เหนือกว่านักเตะในประเทศทำให้ความท้าทายของ ดัสกร ดูจะถดถอยลงไป
กระทั่งปี 2007 ฮอง อันห์ ยา ลาย สโมสรดังจากเวียตนาม ยอมทุ่มเงินกว่า 10 ล้านบาท อันเป็นสถิติการซื้อ-ขายนักเตะไทย ในเวลานั้น เพื่อนำ ดัสกร ไปวาดลวดลายที่ วีลีก
   แม้ตลอดระยะเวลา 3 ปี ในลีกเวียตนาม ดัสกร จะไม่มีถ้วยรางวัลมาประดับบารมี ทว่าการไปเล่นที่นั่นของเขาได้สร้างปรากฏการณ์ให้กับวงการลูกหนังแดนเหงียนอย่างยิ่ง
ชื่อของเขาถูกนำไปเทียบเคียงกับ 'เกียรติศักดิ์' อันเป็นตำนานผู้ยิ่งยงของ ฮอง อันห์ ยา ลาย และแน่นอนว่าแฟนๆ เวียตนามตามชื่นชมในตัว 'ทองเหลา' (ชื่อที่แฟนฟุตบอลที่นั่นเรียก ดัสกร) มากไม่น้อยไปกว่ากัน
ปี 2010 เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ทีมน้องใหม่ไฟแรงแห่งสยามประเทศดึง ดัสกร กลับมาล่าความสำเร็จที่เมืองไทย และแน่นอนว่าฤดูกาลแรก เขาก็มีส่วนสำคัญที่ทำให้กิเลนผยองคว้าแชมป์ ไทยพรีเมียร์ลีก ได้สำเร็จ
เท่านั้นไม่พอ ซีซั่น 2012 ดัสกร เดินเกมในแดนกลางร่วมกับ พิชิตพงษ์ เฉยฉิว, ดานโญ่ เซียก้า และ มาริโอ ยูรอฟสกี้ จนนำแชมป์ ไทยพรีเมียร์ลีก กลับสู่ตู้โชว์ของ เมืองทอง อีกครั้ง แถมครั้งนั้นยังมาพร้อมสถิติ 'ไร้พ่าย' ตลอดทั้งฤดูกาล เป็นสโมสรแรกในประวัติศาสตร์ที่ทำสำเร็จ
วันเวลาล่วงผ่าน ดัสกร ยังคงเดินหน้าล่าความสำเร็จกับ เมืองทอง ต่อเรื่อยๆ และก็คว้าโทรฟี่ ไทยพรีเมียร์ลีก อีกครั้งในปี 2016 กลายเป็นสมัยที่ 3 ของตนเองที่ได้แชมป์ลีกอาชีพของประเทศไทย (นับความเป็นลีกอาชีพตั้งแต่ปี 2007)
ไม่มีนักเตะคนใดยืนหยัดอยู่ค้ำฟ้า วันเวลาล่วงผ่าน แม้ว่า ดัสกร ยังคงเล่นได้ตามมาตรฐานของตนเอง ทว่าคลื่นลูกหลังย่อมมาแรง ว่าแล้วเขาจึงต้องย้ายยืมตัวไป โปลิศ เทโร เอฟซี ในซีซั่น 2017 และต่อด้วย อุดรธานี เอฟซี ในฤดูกาล 2018 กระทั่งหมดสัญญากับกิเลนผยองในที่สุด
ทุกวันนี้ ดัสกร ในวัย 37 ปี ซึ่งเป็นวันนี้พอดิบพอดี ยังคงลงสนามให้กับ อยุธยา ยูไนเต็ด ทีมในระดับ ไทยลีก 2 ซึ่งเจ้าตัวก็ยังไว้ลายความเป็นนักเตะมีคลาสอยู่เช่นเดิม เพราะนอกจากจะวางบอลสวยๆ ให้เพื่อนร่วมทีม เขายังยิงฟรีคิกได้คมกริบเช่นเคยอีกต่างหาก
แม้ว่าเขาจะยังไม่แขวนสตั๊ดในเร็ววัน ทว่า 'Cheerball' ขอซูฮกในความเก่งกาจของผู้ชายคนนี้
หนึ่งในตำนานนักเตะ ไทยลีก กับแชมเปี้ยนที่เขาเคยสัมผัสถึง 3 หน
ดัสกร ทองเหลา กองกลางอัจฉริยะของเมืองไทย

ได้รู้จักกับนักเตะระดับตำนานไปแล้ว มารู้จักเว็บไซต์ที่พร้อมจะพาคุณเป็นตำนาน Sbobet777  รับประกันบริการฉับไว มีดียิ่งกว่าความตื่นเต้น ติดต่อเลยที่ https://line.me/R/ti/p/@777SBTZ หรือ 08-44-9990 77, 88 , 99
Facebook Comment