breadcrumb symbol ข่าว

[ BALL THAI LEGEND : สราวุธ ประทีปากรชัย ]

อัพเดตเมื่อ : January 09, 2021 7:31pm โดย : บุญคำ

' แมวป่าแห่งแดนสยาม '
ทัวร์นาเมนต์ระดับนานาชาติที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่ทีมชาติไทย เคยสัมผัสคงหนีไม่พ้น โอลิมปิก เกมส์ ปี 1968 ซึ่งถือเป็นประวัติศาสตร์ของวงการลูกหนังสยามประเทศ และแน่นอนว่า 'ตำนาน' นักเตะที่ 'Cheerball' ขันอาสาพาคุณไปทำความรู้จักนั้นอยู่ในทีมชุดดังกล่าวเช่นกัน
สราวุธ ประทีปากรชัย คือคนๆ นั้น
เด็กหนุ่มที่เกิดในย่านประตูน้ำ กรุงเทพมหานคร เกิดปี 1947 เขาหลงใหลในกีฬาฟุตบอลแบบหัวทิ่ม และด้วยความที่บ้านอยู่ใกล้กับสนามวิศวกรรมรถไฟ ซึ่งอยู่แถบมักกะสัน นั่นจึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ สราวุธ ได้แนบเคียงกับกลิ่นอายลูกหนัง
จากแววที่เฉิดฉายออกมา ทำให้อาจารย์ รังสี บำบัดสรรพโลก อดีตผู้ตัดสินสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย รวมทั้งยังเคยเป็นโค้ชทีมชาติเห็นพรสวรรค์ที่มีในตัว สราวุธ ว่าแล้วจึงพยายามถ่ายทอดศาสตร์ฟุตบอลให้กับเด็กหนุ่มคนนี้
วันเวลาล่วงผ่าน ฝีมือของ สราวุธ ก้าวไปอย่างรวดเร็ว จนได้เข้าไปศึกษาต่อที่โรงเรียน ปานะพันธ์ หนึ่งในสถาบันชื่อก้องของประเทศในตอนนั้น 
การได้เรียนที่ ปานะพันธ์ ทำให้ สราวุธ ได้เจอกับ นิวัฒน์  ศรีสวัสดิ์, ภาณุวัฒน์ ร่วมฤดีกุล, เกรียงศักดิ์ วิมลเศรษฐ์ และอีกมากมาย ซึ่งชื่อเหล่านี้คือ 'ตำนาน' ของทีมชาติไทย ในเวลาต่อมา
สราวุธ, นิวัฒน์, ภาณุวัฒน์, เกรียงศักดิ์ และเพื่อนๆ ในทีมต่างมีหัวใจเดียวกันนั่นคือ 'ฟุตบอล' ทุกๆ ช่วงเวลาในรั้วโรงเรียน พวกเขามักจะพากันลงสนามซ้อม ไม่เว้นแม้แต่สนามบาสเก็ตบอลที่ก็เป็นสังเวียนให้ได้ลงไปหวดลูกหนัง
พอจบจาก ปานะพันธ์ สราวุธ ได้เข้าศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ซึ่งนั่นทำให้เขาได้ต่อยอดไปสู่การเล่นสโมสร ธนาคารกรุงเทพ ด้วยเช่นกัน 
ปี 1965 คือปีแห่งจุดเริ่มต้นของ สราวุธ อย่างแท้จริง เพราะเวลานั้นเกิดเหตุไม่คาดฝันเมื่อ อัศวิน ธงอินเนตร ซึ่งเป็นผู้รักษาประตูของสโมสร ธนาคารกรุงเทพ เสียชีวิต ทำให้ตำแหน่งนายทวารต้องว่างลง
ชื่อของ สราวุธ ในวัย 18 ปี จึงถูกยกขึ้นมา
เมื่อมีโอกาสเข้ามา เขาไม่พลาดที่จะคว้ามัน และแม้จะอายุยังน้อย แต่ความมุ่งมั่น-ทุ่มเทของ สราวุธ ไม่เป็นสองรองใคร จนในที่สุดก็ได้รับสัญญากับ ธนาคารกรุงเทพ พร้อมกับเงินเดือน 600 บาท ซึ่งเป็นความภาคภูมิใจของตนเองที่สามารถหาเลี้ยงชีพได้อย่างสุจริต
กราฟชีวิตของนายทวารหนุ่มดีดสูงขึ้นเรื่อยๆ ปี 1969 เขามีส่วนสำคัญในการนำ ธนาคารกรุงเทพ เอาชนะ ทหารอากาศ ได้ 2-0 คว้าถ้วยแชมป์ได้สำเร็จ ซึ่งจบเกม สราวุธ ถูกรับเลือกให้เป็น 'นักเตะยอดเยี่ยม' อีกด้วย
เส้นทางทีมชาติไทย ของเขาก็ถือว่าได้โอกาสอย่างรวดเร็วเช่นกัน เพราะเริ่มต้นจากการติดทีมชุดเยาวชนตั้งแต่ปี 1965 ที่เดินทางไปแข่งขันที่ฟิลิปปินส์ ต่อด้วยการอยู่ในชุด เอเชียนเกมส์ ปี 1966 
ในทัวร์นาเมนต์ปี 1966 ที่ไทย เป็นเจ้าภาพนี่แหละที่เขาเริ่มสร้างชื่อ ทั้งๆ ที่ในทีมมีผู้รักษาประตูฝีมือดีอย่าง ครรชิต สมิตานนท์ กับ บันเทิง เหมเวช ทว่า สราวุธ กลับทำผลงานในสนามซ้อมได้ดีเยี่ยมจนได้โอกาสลงเฝ้าเสาในที่ถล่มเอาชนะเกาหลีใต้ ไปได้ 3-0 
แม้ว่า เอเชียนเกมส์ หนนั้นไทย จะไม่ได้เหรียญรางวัลติดมือ ทว่านั่นคือรายการที่ทำให้ชื่อของ สราวุธ เริ่มเป็นที่คุ้นหูกับแฟนๆ ลูกหนังมากกว่าเดิม
ผลงานของ สราวุธ ดีวันดีคืน แน่นอนว่าการเป็นฟันเฟืองชิ้นสำคัญในการนำทีมชาติไทย ร่วมกับอิสราเอล และญี่ปุ่น เป็น 3 ตัวแทนจากเอเชีย ไปแข่งขัน โอลิมปิกเกมส์ 1968 ที่ประเทศเม็กซิโก คือไฮไลท์สำคัญในชีวิตของเขา
ทว่าก่อนจะไปถึงจุดนั้นได้ น้อยคนนักที่จะรู้ว่าทีมชาติไทย ชุดนั้นอดทนและพยายามมากเท่าใด
พวกเขาเก็บตัวกันที่สนามศุภชลาศัย โดยมีพื้นที่ใต้ถุนอัฒจันทร์เป็นที่พักอาศัย โดยทุกคนในทีมต่างมุ่งมั่นเป็นอย่างมากที่จะสร้างความภาคภูมิใจให้กับคนไทย ทั้งประเทศ
ทีมชาติไทย อยู่ในกลุ่มที่ 2 ร่วมกับ อิรัก และ อินโดนีเซีย โดยใช้ระบบแข่งขันแบบเหย้าเยือน และหาทีมอันดับ 1 ผ่านเข้าไปเล่น โอลิมปิกเกมส์
เกมแรกในรอบคัดเลือกโซนเอเชีย 'ความฝัน' ที่คาดหวังไว้เหมือนจะพังทลายลงไปพร้อมการบุกไปปราชัยต่ออิรัก แบบเละเทะ 0-4
ทว่าจากนั้นอีก 3 นัดไทย กลับเก็บชัยได้ครบถ้วน ผ่านเข้าไปเล่น โอลิมปิกเกมส์ ได้เป็นครั้งแรกและครั้งเดียวในประวัติศาสตร์ของวงการลูกหนัง
ก่อนที่ทัวร์นาเมนต์กีฬาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งมวลมนุษยชาติในปี 1968 จะเริ่มขึ้น ไทย ถูกบรรจุให้เข้าเป็น 1 ใน 16 ทีม สุดท้ายของ 'ฟุตบอลชาย' นั้นไม่ได้เดินทางกันสบายใจเฉิบแบบทุกวันนี้
ทัพนักเตะทุกคนต่างต้องเดินทางจากไทย ไปสู่ญี่ปุ่น แล้วไปพักกันที่สหรัฐอเมริกา แล้วจึงจะพุ่งสู่เม็กซิโก ซึ่งเป็นเข้าภาพจัดการแข่งขัน
เท่านั้นไม่พอ ทั้งๆ ที่ลงสนามเพียงแค่ 3 นัด แต่ทั้งทีมต้องอยู่-กินกันที่เม็กซิโก ร่วมๆ 2 เดือน เลยทีเดียว แถมยังต้องปรับสภาพตัวเองให้เข้ากับภูมิอากาศที่นั่น โดยเฉพาะเรื่องของระบบหายใจที่ต้องใช้ความพยายามอย่างหนักทีเดียว
อย่างไรก็ตาม สราวุธ ได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนที่เข้าไปทำข่าว เนื่องจากเป็นผู้รักษาประตูที่ไม่ได้มีรูปร่างสูงใหญ่ แต่มีปฏิกิริยาว่องไว จนทำให้ถูกตั้งฉายาว่า 'โกตา' ซึ่งเป็นภาษาท้องถิ่น โดยมีความหมายเป็นไทย ว่า 'แมวป่า'
แม้ว่าผลงานของไทย ใน โอลิมปิก หนแรกจะออกมาแบบน่าผิดหวัง (แพ้รวดทั้ง 3 เกม ตกรอบแรก) ทว่าทุกคนในทีมต่างสู้กันอย่างเต็มที่ และก็ได้เปิดโลกกว้างกับการต้องออกไปแข่งขันในประเทศอันไกลโพ้น
มันคือประสบการณ์อันล้ำค่าที่พวกเขาได้นำมาพัฒนาฟุตบอลไทย ในเวลาต่อมา
หลังจากจบทัวร์นาเมนต์ที่เม็กซิโก ทุกคน รวมถึง สราวุธ กลับมาเมืองไทย ด้วยหัวใจที่แข็งแกร่ง พวกเขานำสิ่งที่ได้มาถ่ายทอดให้กับนักเตะในประเทศ รวมไปถึงเยาวชนที่ต้องการเรียนรู้ว่าฟุตบอลอาชีพนั้นควรจะเล่นอย่างไร
นี่คือส่วนหนึ่งของเรื่องราวที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ของวงการฟุตบอลไทย โดยมี สราวุธ ประทีปากรชัย เป็นฉากสำคัญในแต่ละก้าวเดิน

ส่วนใครกำลังหาเว็บไซต์ใหม่ที่ใหญ่และมั่นใจได้มานี่เลยกับ MYSBOBET ติดต่อเลยที่ https://line.me/R/ti/p/@my-sb99 หรือ 08-0003-1188 / 08-0003-117
Facebook Comment