breadcrumb symbol ข่าว

[ #มรสุมลูกที่สอง ]

อัพเดตเมื่อ : January 27, 2021 7:26pm โดย : admin

ช่วงกลางเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ลิเวอร์พูลทำผลงานได้น่าประทับใจมากๆ ถือเป็นการส่งสัญญาณเตือนที่สำหรับการป้องกันแชมป์พรีเมียร์ลีก
พวกเขาเปิดบ้านเชือดแคนดิเดตอย่างสเปอร์ส 2-1 ตามด้วยอีก 3 วันถัดมายกทัพถล่มคริสตัล พาเลซ 7-0 แก้ตัวได้อย่างหมดจดหลังจากที่หืดจับตามตีเสมอฟูแล่ม
ช่วงนั้นเดอะ ค็อปทั้งหลายมั่นใจมากๆว่าโอกาสจะรักษาเข็มขัดไว้อีกฤดูกาลมีสูงมาก เพราะหลายอย่างดูลงตัว ต่อให้มีปัญหาในแนวรับที่ยังขาด เฟอร์กิล ฟานไดค์ และ โจ โกเมซ ก็ตาม
แต่ใครจะไปคิดว่าอีก 5 เกมถัดมาในลีก ลิเวอร์พูลไม่ชนะเลย เสมอ 3 แพ้อีก 2 และเจ็บปวดมากๆที่โดนทีมท้ายตารางอย่างเบิร์นลี่ย์มายัดเยียดความปราชัยที่แอนฟิลด์
เกมรุกที่เคยจัดจ้านอันตราย แปรสภาพกลายเป็นครกตำดินทื่อมะลื่อไร้ความเฉียบคม
3 ประสานในแนวหน้าไม่สามารถเขย่าขวัญฝ่ายตรงข้ามได้เหมือนอย่างเคย คำถามจริงตามมาว่าเกิดอะไรขึ้นกับลิเวอร์พูลกันแน่
อันดับรูดลงมาเรื่อยๆ โดนแมนฯยูไนเต็ด , เลสเตอร์ ซิตี้ , แมนฯซิตี้ ควบแซงขึ้นไปหรือพอจบเกมเมื่อคืนวันอังคารยังเจอเวสต์แฮมเสียบขึ้นที่ 4 แทนอีกด้วย
ไม่ใช่แค่นั้นเมื่อเหลือบมองดูตารางยิ่งหวาดเสียว เพราะอาร์เซน่อลที่เคยร่อแร่อยู่ในโซนหมิ่นเหม่หนีตกชั้นเร่งสปีดตามหลังมาเหลือแค่ 4 แต้ม
ผ่านไปแค่เดือนเดียวสถานการณ์เปลี่ยนแปลงรวดเร็วปานฟ้าแลบ ซึ่งเดอะ ค็อปมากมายก็หาคำตอบที่ชัดเจนไม่ได้เหมือนกันว่าเพราะอะไร


 
คนที่แบกความเครียดไม่น้อยไปกว่าใครคือ เจอร์เก้น คล็อปป์ นั่นแหล่ะ แรงกดดันกระแทกเข้าใส่อย่างหนัก
ในมุมของกุนซือเฮฟวี่เมทัลที่เริ่มเสพติดชัยชนะและความสำเร็จ ย่อมอึดอัดมากๆ อีกทั้งกังวลกับสิ่งต้องเผชิญอยู่
ประเด็นทุกทีมต่างอยากโค่นแชมป์เก่าอย่างลิเวอร์พูลถูกจุดขึ้นมา ซึ่งมันก็น่าจะมีส่วนด้วย
ใครก็อยากจะสร้างชื่อลบเหลี่ยมยอดทีมแห่งยุคด้วยกันทั้งนั้น มันคงโก้หรูดูภูมิใจเหลือเกิน
ในขณะที่คู่แข่งมาดีมีความพร้อมจะต่อกร หงส์กลับแผ่วลงไปสวนทางกลับมา มันจึงกลายเป็นปัญหาอย่างแท้จริง
มีบ้างที่โยนบาปให้กับคณะผู้ตัดสิน ไม่ว่าจะในสนามหรือควบคุม VAR เท่าที่ผ่านมาดูจะไม่เอื้อประโยชน์สักเท่าไร จนต้องมีการงัดเอาสถิติมากางดูหน่อยว่าแท้จริงเป็นอย่างไร
บางครั้งเราต้องนำเรื่องผู้ตัดสิน อาการบาดเจ็บ โชคในสนาม ไว้ในโหมดเดียวกัน นั่นคือนอกเหนือการควบคุม
ส่วนที่คอนโทรลได้คือเรื่องแท็คติก ผลงานของนักเตะ แพสชั่น ความกระหาย ซึ่งลิเวอร์พูลเคยดึงสิ่งเหล่านี้มาใช้จนประสบความสำเร็จในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา
ในความเห็นของ คล็อปป์ ผู้ผ่านประสบการณ์บวกและลบมาพอสมควร เชื่อว่าสถานการณ์อย่างนี้เกิดขึ้นได้เสมอในเกมฟุตบอล
เราอาจต้องเจอช่วงที่ย่ำแย่ ผู้เล่นคนสำคัญนัดกันฟอร์มตกอย่างไม่น่าเชื่อ ความเชื่อมั่นหดหาย อีกทั้งเทพีแห่งโชคถอยห่างไปทุกขณะ


 
แม้กระทั่งล่าสุดในเกมแดงเดือดเอฟเอคัพ เกมรุกถูกลับให้คมเหมือนเก่า แต่เกมรับกลับมีรอยโหว่ถ่างกว้าง
พอยิงได้อย่างน่าพอใจ ต้องมาเสียเยอะอย่างน่าปวดใจ ถูกศัตรูคู่แค้นเบอร์หนึ่งเขี่ยตกรอบอีกต่างหาก
แม้เดอะ ค็อปยังพร้อมให้กำลังใจสนับสนุนเต็มที่ ไม่ได้ด่าทอหรือหนีไปไหน แต่พลังความหวังย่อมลดทอนไม่น้อย
กองเชียร์บางคนทำใจไว้ล่วงหน้าแล้ว หากไม่รีบหาจุดเปลี่ยน เพื่อกลับมาเป็นเหมือนเดิมให้เร็วที่สุด
-------------------
ลองไล่ดูโปรแกรมของลิเวอร์พูลจากนี้อีก 7 นัดให้รู้สึกน่าหนักใจมากๆ
28 มกราคม VS สเปอร์ส (เยือน)
31 มกราคาคม VS เวสต์แฮม (เยือน)
3 กุมภาพันธ์ VS ไบรท์ตัน (เหย้า)
7 กุมภาพันธ์ VS แมนฯซิตี้ (เหย้า)
13 กุมภาพันธ์ VS เลสเตอร์ (เยือน)
16 กุมภาพันธ์ VS ไลป์ซิก (เยือน-ยูซีแอล)
20 กุมภาพันธ์ VS เอฟเวอร์ตัน (เหย้า)
นี่คือคิวแข่งที่จะเกิดขึ้นในอีกราว 3 สัปดาห์ถัดจากนี้ แล้วต้องมาเกิดในช่วงกำลังเป๋ เหมือนโดนราหูเข้าแทรกอีก
หากไม่นับเกมเล่นในบ้านกับไบรท์ตันแล้ว ที่เหลือล้วนแต่แข็งโป๊กทั้งสิ้น


 
ถ้ามาแบบใจดีสู้เสือ คงต้องพูดในทำนองว่า หากจะเป็นแชมป์จริงๆ เจอใครก็ได้ไม่ต้องหวั่นเกรงให้เสียเวลาหรอก
แต่ความจริงมันไม่ใช่อย่างนั้น การเจอสเปอร์สในวันพฤหัสบดี ยังไงก็แตกต่างจากดวลเวสต์บรอมวิช
อย่างแรงหงส์แดงจะต้องสู้กับตัวเอง มองที่จุดบกพร่องหาวิธีแก้ไข จะมากจะน้อยก็ต้องปรับปรุงกัน ลุกขึ้นมาสู้แล้วลุยต่อ
เรื่องของสภาพจิตใจสำคัญไม่แพ้กันเลย ฉะนั้น คล็อปป์ ต้องพยายามสร้างความเชื่อมั่นต่อลูกทีมให้มากที่สุด
แม้พอจะมีประสบการณ์ลุ้นแชมป์มาแล้ว แต่อย่าลืมว่าซีซั่นก่อนลิเวอร์พูลเข้าวินในแบบม้วนเดียวจบ เจ๋งอยู่ทีมเดียว ในขณะที่คู่แข่งต่างพากันฟุบนัดฟอร์มตก
นั่นหมายความว่าไม่ได้ระคายเคืองความรู้สึก ผงาดแชมป์แบบเร็วสุดในประวัติศาสตร์
เราสามารถพูดได้ว่าลูกทีมของ คล็อปป์ ไม่ได้ถูกความกดดันทดสอบเลยสักนิด งานง่ายสบายยิ่งกว่ายัดซาลาเปาไส้หมูสับเข้าปากซะอีก
ส่วนในซีซั่น 2018/19 ก็ไล่ล่าแมนฯซิตี้แบบไม่ลดละ แต่ไล่ยังไงก็ไม่จน กอบโกยแต้มเป็นกระบุงก็ยังไม่เพียงพอที่จะเป็นแชมป์
ในฐานะผู้ไล่ล่าหงส์แดงทำหน้าที่ได้อย่างดีเยี่ยม ตามกดดันเรือใบสีฟ้าชนิดหายใจรดไรขนที่ต้อคอตลอด เพียงแต่ไม่บรรลุเป้าหมาย ภารกิจล่าล้มเหลว
เวลานี้พวกเขากลับสู่สถานะ "ผู้ล่า" อีกครั้งแล้วและโหดหินกว่าเดิมหลายเท่าตัวนัก
ไม่ใช่แค่ล่าแมนฯซิตี้เท่านั้น แต่ยังมีอีก 4 ทีมด้วยกันที่จำเป็นต้องจัดการให้อยู่หมัด ในขณะเดียวกันก็ต้องระวังหลังเสมอ เพราะยังต้องดำรงตนเป็นผู้ถูกล่าด้วย
สมมุติว่าเมื่อถึงช่วงเวลาหนึ่งที่ต้องยอมรับความจริงว่าล่าเบอร์ 1 ลำบากแล้ว ปฏิบัติการใหม่คือดิ้นรนเพื่อรักษาสิทธิ์โควต้ายูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกเอาไว้
ผ่านไปครึ่งทางยากเกินจะเดาว่า บทสรุปออกมาเป็นอย่างไร แต่คาดว่าอีกครึ่งที่เหลือต้องเต็มไปด้วยบรรยากาศห้ำหั่นอันคุกรุ่นรุนแรงอย่างไม่ต้องสงสัย
ทั้งโปรแกรมที่หนักและแน่น คล็อปป์ รู้ดีว่าไม่มีเวลามานั่งปรับปรุงกันมากนัก ตลาดซื้อขายมกราคมก็งวดเข้ามาทุกขณะ หากจะขันนอตหลังบ้านก็ต้องเร่งมือเช่นกัน
ไม่แน่ใจเหมือนกันว่านี่คือช่วงยากลำบากมากสุดของ คล็อปป์ ในการเผชิญหน้ากับปัญหาหรือเปล่า
 

 
เพราะสมัยคุมโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ยังเคยต่อกรกับบาเยิร์น มิวนิคก่อนจะป้องกันแชมป์บุนเดสลีกาได้เป็นผลสำเร็จมาแล้วจากฤดูกาล 2010/11 ถึง 2011/12
แต่ครั้งนี้แตกต่างกันออกไปตามสภาพแวดล้อมและตัวแปรมากมาย ซึ่งดูแล้วไม่เอื้อให้สักเท่าไร
อย่างไรก็ดีมรสุมลูกใหญ่ก็เคยฝ่ามาได้แล้วในอดีต ก็จงคิดซะว่านี่คือพายุมหึมาลูกสองซึ่งพัดกระแทกเข้าเต็มๆ
ชีวิตคนเรามันยากที่จะยืนหยัดประสบความสำเร็จได้ตลอดเวลา อย่างน้อยต้องมีปัญหามาท้าทายเพิ่มรสชาติ
แล้วหาก คล็อปป์ นำนาวาฝ่ามรสุมห่าใหญ่คราวนี้ได้สำเร็จจริง คงไม่มีอะไรมาขัดขวางการเดินหน้าต่อเนื่องง่ายๆอีกแล้ว
อนาคตกับลูกกลมๆไม่เคยมีอะไรที่แน่นอน แต่อยากให้ลุ้นฟุตบอลมันส์ยิ่งขึ้นและกำลังมองหาเว็บไซด์ที่ได้รับความรู้สึกที่แตกต่างจากสิ่งเดิมๆล่ะก็นี่เลย MYSBOBET ติดต่อเลยที่ https://line.me/R/ti/p/@my-sb99 หรือ 08-0003-1188 / 08-0003-117
---------------------------------------------
เห็นก่อน อ่านก่อน !!
กด "ติดตาม" และเลือก "เห็นโพสต์ก่อน (See First) "
https://www.facebook.com/cheerball/
บทความดีๆ เรื่องราวกีฬาฟุตบอล
เรานำเสนอให้คุณได้อ่านทุกวัน
---------------------------------------------
Facebook Comment